ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

ในวันที่7 มกราคม กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จะลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ และกำลังพลขึ้นรถบรรทุก เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในเวลา 06.00

ในวันที่7 มกราคม กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จะลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ และกำลังพลขึ้นรถบรรทุก เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในเวลา 06.00 น. จะมีการปล่อยขบวนรถบรรทุกชานต่ำ และรถบรรทุกใหญ่ นำเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ พร้อมอุปกรณ์ และกำลังพลช่วยผู้ประสบภัย จาก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

และในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2560 จะจัดส่งเรือหลวงอ่างทอง ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงเรือผลักดันน้ำอีก 20 เครื่อง เดินทางลงพื้นที่ เพื่อนำเรือผลักดันน้ำไปช่วยผลักดันน้ำลงสู่ทะเล และเรือหลวงอ่างทองจะเป็นฐานปฏิบัติการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมสิ่งของ อาหาร ตลอดจนเป็นโรงพยาบาลสนาม และครัวสนามจะให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ประจำเรือในการลำเลียงส่งสิ่งของ และอาหารส่งให้ถึงประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง และให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้จะปฏิบัติการในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย

 

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

 

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

เรือหลวงอ่างทอง (791) (อังกฤษ: HTMS Angthong 791) เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ลำแรกของกองทัพเรือไทย สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ และเป็นเรือในประจำการที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของของกองทัพเรือไทยในปัจจุบัน รองจาก เรือหลวงสิมิลัน และ เรือหลวงจักรีนฤเบศร
เรือหลวงอ่างทองหมายเลข 791 เป็นเรือหลวงอ่างทองลำที่ 3 ของไทย ซึ่งเรือหลวงอ่างทองลำแรกนั้น เดิมทีคือเรือพระที่นั่งมหาจักรีลำที่สอง และเรือหลวงอ่างทองลำที่สอง (711) คือเรือ USS LST-924 ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา

 

โครงการจัดหาเรือหลวงอ่างทองเข้าประจำการ เป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพในระยะ 9 ปี โดยได้มีการลงนามในสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 โดย พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง โดยกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้กองทัพเรือจ้างสร้างเรือยกพลขึ้นบก เป็นเงิน 4,944 ล้านบาท

 

เรือหลวงอ่างทองนั้นได้ต่อขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก และ การขนส่งลำเลียงทางทะเล เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล

 

 

 

 

 

 

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

ในช่วงวิกฤตมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เรือผลักดันน้ำที่สร้างขึ้นโดยกรมอู่ทหารเรือ ได้ถูกน้ำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม โดยการผลักดันระบายน้ำในแม่น้ำและคูคลองต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพ ฯ และเขตปริมณฑล ให้ไหลออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขับเคลื่อนเครื่องพ่นน้ำ (Waterjet Propulsion System) ในเรือผลักดันน้ำนี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่ ในกองทัพเรือเลย แท้จริงแล้วเป็นเครื่องสูบนน้ำชนิดหนึ่งที่อาจเป็นชนิด Mixed - Flow หรือ Axial – Flow Pump ที่น้ำมาติดตั้ง ในเรือแทนระบบใบจักรเรือ (Propeller) มีใช้มานานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ในเรือตรวจการณ์น้ำของกองทัพเรือ (Patrol Boat River หรือ PBR) ซึ่งมีหน้าที่หลัก ในการตรวจตรา รักษาความปลอดภัย จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายตามลำน้ำโขง เครื่องพ่นน้ำ มีข้อดีเหนือกว่าระบบขับเคลื่อนเรือด้วยระบบใบจักรหลายประการ เช่น เรือที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องพ่นน้ำสามารถเเล่นในนน้ำตื้น (Shallow Draft) ได้ดีกว่าเพราะไม่มีส่วนประกอบยื่นออกมาจากท้ายเรือ จึงทำให้ลดเเรงต้านทานเรือ (Low Ship Resistance) ทำให้เกิดความคล่องตัวสูงขึ้น อีกทั้งประสิทธิภาพของเรือไม่ลดลง เมื่อเรือเเล่นด้วยความเร็วสูง

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

 

เรือผลักดันน้ำเหล่านี้เกิดจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งปี2538 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พระองค์ทรงทราบปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้น ด้วยพระเมตตาที่ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อน จึงทรงมีพระราชดำริ ให้กองทัพเรือ นำเรือซึ่งมีระบบขับเคลื่อนแบบ วอเตอร์เจ็ตหรือเครื่องพ่นน้ำไปช่วยผลักดันน้ำในพื้นที่ที่เป็นแอ่งและคอขวดเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น

 

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

ผลจากการผลักดันน้ำของกองทัพเรือในครั้งนั้น ประสบความสำเร็จเป็นที่พอพระราชหฤทัย กระทั่งปี 2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านมูลนิธิชัยพัฒนาให้กรมอู่ทหารเรือออกแบบและสร้างเรือผลักดันน้ำต่อมาปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งเรือผลักดันน้ำเหล่านี้จึงถูกนำออกมาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและยังคงทำหน้าที่ตามคำร้องขอในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง

 

ช่วยเหลือประชาชน !!! ทำความรู้จัก “เรือหลวงอ่างทอง”  มุ่งหน้าลงใต้ช่วยแก้วิกฤติน้ำท่วม ...ปฏิบัติการจนกว่าจะคลี่คลาย (รายละเอียด)

 

เรือผลักดันน้ำมีคุณสมบัติระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก ทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากเครื่องยนต์มีระบบกลไกความเร็ว 24.2 ลูกบาศก์เมตร ต่อนาทีและยังดึงน้ำรอบๆตัวเครื่องตามไปได้อีก 72.7 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานของเครื่องยนต์มาใช้ในการสูบน้ำช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งได้อีกด้วย

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์