- 08 ม.ค. 2560
ทารกแรกเกิดที่มีโอกาสหรือความไวสูงต่อการเจ็บป่วย พิการ หรือตาย ช่วงที่ถือว่าทารกอยู่ในภาวะเสี่ยง นับแต่เวลาที่เกิดเหตุการณ์ใดก็ตามที่มีผลต่อชีวิตและสุขภาพทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ระยะคลอด หลังคลอด จนถึ
น้องบุญรอดป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ไตโต 1 ข้าง หลอดลมกับหลอดอาหารติดกัน ไม่มีรูทวารอุจจาระทางหน้าท้อง ไส้เลื่อน ปัสสาวะไหลตลอดเวลาซ้ำครัวน้องบุญรอดไม่มีรายได้เพราะผู้เป็นพ่อก็พิการ (ขาขาดหนึ่งข้าง) แม่น้องบุญรอดไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องคอยดูแลน้องตลอดเวลา
ทางครอบครัวจึงต้องการความช่วยเหลือในส่วนของผ้าอ้อมเด็กและนมจำนวนมาก เพราะน้องต้องใส่ผ้าอ้อมเด็กตลอดเวลา และในการไปรับการรักษาแต่ละครั้งก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ
หากใครอยากช่วยเหลือครอบครัวน้องบุญรอดสามารถโทรศัพท์ติดต่อไปได้ที่เบอร์ของคุณแม่น้องบุญรอดได้หมายเลขโทรศัพท์ 096-0500136 นางอรพิมพ์ โพธิ์กระโทก 324 ม.4 บ.หนองตะไก้ ต.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เลขบัญชี 984-3-83488-7 ธนาคารกรุงไทย
และในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคลิ้นหัวใจรั่วในเด็กซึ่งถ้าดูแลให้ดีก็มีโอกาสรักษาให้หายเป็นปกติได้
ลิ้นหัวใจรั่ว เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้เหมือนโรคอื่น ๆ และเด็กที่เป็นโรคนี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ หากได้รับการดูแลที่ดี ซึ่ง นพ.พีระพัฒน์ มกรพงศ์ ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด สถาบันโรคหัวใจโรงพยาบาลราชวิถี มีคำแนะนำดังนี้... ลิ้นหัวใจของคนเราจะทำหน้าที่เป็นเหมือนวาล์วเปิด-ปิดก๊อกน้ำ ซึ่งเปิดเมื่อเลือดไหลผ่านและจะปิดเพื่อไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ เด็กที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว วาล์วเปิด-ปิดจะทำงานไม่ปกติ เลือดจึงไหลย้อนกลับทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเหนื่อยง่ายขึ้น
สาเหตุที่ทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว
โรคลิ้นหัวใจรั่วในเด็กพบได้ตั้งแต่แรกเกิด หากเฉลี่ยจากเด็กเกิดใหม่ทั่วโลกประมาณ 1,000 คน จะมีเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8 คน และใน 8 คนนี้จะเป็นโรคลิ้นหัวใจพิการแต่กำเนิดประมาณ 5% ซึ่งพบได้จาก 2 สาเหตุ คือ
1. เกิดจากความพิการของลิ้นหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งมีความพิการได้หลายอย่าง เช่น ลิ้นหัวใจตีบที่เกิดจากกล้ามเนื้อที่ดึงลิ้นหัวใจไม่ปกติ ลิ้นหัวใจรั่วซึ่งอาจเกิดจากมีพยาธิสภาพของลิ้นหัวใจนั้น ๆ หรือรูปร่างของลิ้นหัวใจผิดปกติ
2. เกิดจากโรคหัวใจรูมาติก จากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) เริ่มโดยมีอาการคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ และหากรักษาด้วยยาแก้อักเสบไม่ต่อเนื่อง เมื่อติดเชื้อเป็นระยะเวลานาน ๆ หรือบ่อย ๆ จะส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้านเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบที่ลิ้นหัวใจและเกิดโรคหัวใจรั่วหรือตีบตามมา
โรคหัวใจรูมาติกนี้ เมื่อก่อนจะพบมากในวัยผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันพบในเด็กอายุน้อยลง ซึ่งที่ผ่านมาเคยพบในเด็กที่เข้ามารับการผ่าตัด มีอายุประมาณ 9-10 ขวบ และในอนาคตก็มีแนวโน้มที่อายุเด็กจะลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากเด็กเป็นหวัดและติดเชื้อในคอมากขึ้น ประกอบกับการกินยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง ส่งผลให้เชื้อดื้อยา
อาการที่พบ
เด็กที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วจะมาด้วยอาการเหนื่อย ๆ เลี้ยงไม่โต น้ำหนักตัวน้อย ปอดแฉะ ติดเชื้อบ่อย
การป้องกัน
ถ้าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วที่เกิดจากความพิการแต่กำเนิดจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อรูมาติก สามารถป้องกันได้ โดยการรักษาโรคติดเชื้อในลำคอให้หายเป็นปกติ ด้วยการทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
พ่อแม่ต้องระวัง!
1. เนื่องจากเด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะชอบทานขนมกรุบกรอบที่มีเกลือแอบแฝงอยู่ ความเค็มจากขนมเหล่านี้จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น บวมน้ำ และลิ้นหัวใจรั่วมากขึ้น ดังนั้น พ่อแม่จะต้องระมัดระวังไม่ปล่อยให้เด็ก ๆ กินขนมกรุบกรอบ
2. ปัจจุบันพบเด็กเป็นโรคหัวใจรูมาติกเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เด็กมีอาการเป็นหวัด เจ็บคอ พ่อแม่จะต้องหมั่นดูแลเป็นอย่างดี ต้องทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง เพราะถ้าเชื้อไม่หมด จะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ และส่งผลให้เป็นโรคหัวใจรูมาติกได้
นอกจากโรคลิ้นหัวใจรั่วแล้วในกรณีของน้องบุญรอดยังไม่มีรูทวารในการขับถ่ายจึงต้องขับถ่ายทางหน้าท้อง วันนี้เราจะมาทำความเข้่าใจเกี่ยวกับความผิดรูปของทวารหนักกันด้วย โดยความผิดรูปโดยกำเนิดของทวารหนักและ rectum พบได้ในทุก 4,000 – 5,000 รายของทารกเกิดมีชีพ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะทางเดินอาหารอุดกั้นในทารกแรกคลอด นอกจากความพิการในลักษณะที่ไม่เห็นรูเปิดของทวารซึ่งรู้จักกันในชื่อ imperforate anus แล้ว ความพิการในกลุ่มนี้ยังรวมถึงการที่ทวารหนักเปิดผิดตำแหน่ง และ/หรือมีรูทะลุเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะหรืออวัยวะสืบพันธุ์ ชื่อโรคซึ่งครอบคลุมความผิดรูปเหล่านี้ได้ดีกว่าคือ anorectal malformations
ส่วนปลายสุดของทางเดินอาหารเจริญในระยะตัวอ่อนร่วมกับระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างเป็นช่องทางร่วมที่เรียก cloaca ซึ่งพบตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป ในเวลาต่อมาโครงสร้างดังกล่าวถูกแยกออกเพื่อเจริญป็นอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกรวมกับท่อปัสสาวะทางด้านหน้าและ ano-rectum ทางด้านหลังโดยการเจริญของ mesenchyme ซึ่งเรียก urorectal septum ในทิศทางจากทางด้านหัวไปหางพร้อมๆ กับที่มีการหวำตัวของ cloaca ในแนวข้าง ( lateral folding ) ส่วนปลายสุดของ cloaca เดิมถูกปิดด้วยเยื่อ cloacal membrane ซึ่งต่อมาในราวสัปดาห์ที่ 6 – 8 พัฒนาเป็น urogenital plate ทางด้านหน้า และ anal closing plate ทางด้านหลัง anal closing plate ต่อมาสลายไปทำให้ rectum เชื่อมต่อกับ anus ส่วน urogenital plate เจริญเป็น genital tubercle และ อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ในเพศหญิงมดลูกและช่องคลอดส่วนบนเจริญจาก Müllerian duct
ความผิดปกติของลำดับการเจริญข้างต้นไม่ว่าจะเป็นการเจริญของ urorectal septum หรือการสลายไปของ cloacal membrane ก่อให้เกิดความผิดปกติโดยกำเนิดของทวารหนักและเรคตั้ม ตลอดจนการเชื่อมต่อระหว่าง anorectum กับอวัยวะซึ่งอยู่ใกล้เคียงได้แก่ท่อปัสสาวะหรือช่องทางคลอด
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพ่อแม่ทุกคนก็ย่อมอยากให้บุตรของตัวเองมีภาวะทางร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เพราะฉะนั้นตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ควรดูแลสุขภาพร่างกายของคุณแม่เป็นอย่างดี และหมั่นตรวจเช็คสภาพครรภ์ตามกำหนดที่แพทย์ หมั่นตรวจดูและสังเกตุความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ หรือถ้ามาจากกรรมพันธุ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์เพื่อให้ลูกน้อยเกิดมามีสภาพร่างกาย และจิตใจที่สมบูรณ์ แข็งแรง แต่ถึงอย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจให้กับน้องบุญรอดและครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาการป่วยไข้ต่างๆทุเลาเบาลงด้วยนะคะ
เรียบเรียงโดย : สุกันยา ทีนิวส์
