- 09 ม.ค. 2560
ทหารมีไว้ทำไม!!??...ตอกย้ำพวกขี้สงสัย เสี่ยงตายช่วยประชาชน ปีนี้เกือบตาย ปี 54 เคยมีผู้ต้องเสียสละชีวิต...นี่แหละ"ทหารของพระราชา ทหารของประชาชน"(รายละเอียด)
จากกรณีสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทำให้มีกระแสหนาหูในโลกโซเชียลในขณะนี้ ถึงคำถามที่ว่า "ทหารมีไว้ทำไม" ทางสำนักข่าวทีนิวส์จึงได้ยกตัวอย่างของเหตุการณ์ที่จะสามารถบอกกับประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ว่า ทำไมถึงต้องมีทหารมาให้อ่านกัน
จากเพจ "มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข" ได้โพสต์ข้อความของ " จ.ส.อ.กิติศักดิ์ ทัพเมือง " ซึ่งเล่าถึงนาทีชีวิต ขณะเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยข้อความระบุว่า
CR จ.ส.อ.กิติศักดิ์ ทัพเมือง
"ปกติผมไม่ค่อยจะโพสอะไร วันนี้ขอเล่าเนื่องนาทีชีวิตของเมื่อวานสักหน่อยครับ
เช้าวันที่ 5 มกรา 60 รับภารกิจเป็นชุดเรือท้องแบนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช
เตรียมของเสร็จก็ออกเดินทาง ระหว่างทางน้ำท่วมสูงมากบางจุดเกือบท่วมราวสะพานทั้งหมด เมื่อเดินทางถึง ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง ก็มีตำรวจและชาวบ้านเข้ามาโบกรถขอความช่วยเหลือ
" มีคนแก่กับเด็กติดอยู่ในบ้านสามคน คนแก่ก็เป็นอัมพฤกษ์ด้วย น้ำท่วมจะถึงคอแล้วครับ ขอช่วยหน่อยครับทหารพื้นที่นี้ยังไม่มีเรือเลย " ต่างพื้นที่แต่มีความเร่งด่วนมากเราก็เลยต้องลงไปช่วย ทั้งๆที่ผมมองเห็นกระแสน้ำแล้วขนลุกเลย "
เอาวะ!! ช่วยที่ไหนก็คือช่วย " แล้วที่นี่ก็เดือดร้อนมากด้วย พอดีได้คุยกับพี่คนนึง
"พ่อกับแม่และก็หลานผมติดอยู่ในบ้านครับ"
ก็เลยได้เอาเรือลงไปช่วย เครื่องเรือ 25 แรงกับ เรือยาง ผมนี่หวั่นๆเลย ความแรงกระแสน้ำน่าจะ3-4ฟุต/วินาที ขับเรือเข้าไปรอบแรก ไม่สามารถเข้าถึงบ้านได้กระแสน้ำแรงมากช่วงหน้าบ้านซึ่งเป็นช่องเล็ก พัดเรือกระแทกต้นไม้บ้างเสาไฟบ้าง ต้องเอาเรือกลับฝั่ง ข้ามกลับมาด้วยความทุลักทุเลเลยตัดสินใจขอเครื่องเรือตัวใหม่มาขนาด 40 แรง เพราะคิดแล้วว่าปล่อยไว้อันตรายแน่ครับถ้าช่วยแล้วต้องช่วยให้สำเร็จ
พอเครื่องเรือมาถึงก็รีบประกอบแล้วออกไปช่วยใหม่กว่าจะเข้าถึงบ้านได้ต้องเข้าซอกเข้าซอยหันเรือขวางกระแสน้ำ ซอยก็กว้างกว่าเรือไม่มาก ด้านข้างเป็นรั้วแบบเหล็กแหลม ต้องกระโดดลงน้ำไปช่วยประคองเรือ พอเข้าไปถึงบ้านผมนี่ตกใจเลยครับ กระแสน้ำก็แรง ระดับน้ำก็ประมานราวนม มีคนเป็นอัมพฤกษ์ อีกคนเป็นหญิงชรารูปร่างท้วม กับเด็กน้อยอายุ 2 ขวบ ตอนนั้นเด็กอยู่ในห่วงยางแล้วครับ แล้วก็ไปรับน้องผู้หญิงอีกคน รวมทั้งหมดบนเรือ 8 คน
ขับเรือมาปกติจนถึงกลับน้ำเชี่ยวกำลังจะข้ามรางรถไฟ ปรากฏว่าเครื่องกระตุกแล้วดับ สตาร์ทติดแต่เข้าเกียร์ไม่ได้ โดนกระแสน้ำพัดไปเรื่อย กระแทกต้นไม้บ้าง เสาบ้าง แท่งปูนบ้าง เรากระโดดลงไปพยายามดึงเรือเข้าหาฝั่ง หรือหาที่ยึด แต่น้ำแรงมากเราสามคนเอาไม่อยู่เลยกลับขึ้นเรือ " น่าจะเชือกพันใบพัดพี่" น้องรนต์ตะโกนบอกผม อัสมิงรีบกระโดดน้ำลงไปแกะเชือกออก แต่ไม่เป็นผล " ใครมีมีดบ้าง ตัดเลย " หมวดเกล้าบอก.. โชคดีที่น้องรนต์พกมีดพับมาด้วย อัสมิงตัดเชือกออกแต่ยังไม่หลุดอีก ผมเลยลงไปแกะเอง เชือกหลุดแต่ยังมีลวดหนามพันอยู่อีก พยายามแกะต่อไประหว่างนั้นน้ำก็พัดเรือลอยเข้าหาสะพาน
"ตายห่าแล้ว"ผมคิดในใจ ต้องแกะให้ได้ไม่งั้นตายยกลำแน่ อีกไม่ถึง30เมตรจะถึงสะพาน เดชะบุญอันใดที่ผมเคยสร้าง ผมแกะลวดหนามออกอย่างเหลือเชื่อ รีบสตาร์ทเครื่องเข้าเกียร์เร่งเต็มกำลังข้ามน้ำเชี่ยวกลับเข้าฝั่งอย่างเหลือเชื่อ กลับถึงฝั่งผมล้มตัวลงนอนในน้ำเลย หมดแรงจริงๆ โชคดีที่ทุกคนมีสติ โชคดีที่มีมีด และโชคดีที่เราเลือกคนขึ้นเรือไม่ผิด ขอบคุณทุกคนที่เชื่อใจผม ตอนมีปัญหาไม่มีใครแสดงท่าทีด้านลบออกมาเลย ขอบคุณทีมงานทุกคน ที่ทำให้ผมรอดกลับมา ความรู้สึกที่แบกชีวิตคนทั้งเรือไว้ช่างกดดันซะเหลือเกิน ทุกคนปลอดภัย มีแค่ใบพัดเรือที่สึกหรอจากการโดนถนนและรางรถไฟ แต่แลกมากับศรัทธาของประชาชนผมว่าคุ้มค่าซะยิ่งกว่า" เราคือทหารของพระราชา ทหารของประชาชน "......
จ.ส.อ.กิติศักดิ์ ทัพเมือง
เหตุการณ์ที่ผ่านมานับว่าเป็นสถานการณ์ที่ทหารไทยได้เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือประชาชนจนเกือบต้องสละชีวิตของตัวเอง แต่ในปี 2554 นั้นได้มีทหารผู้สละชีวิตเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 2 ก.ค. ร.ต.ท.คริสมาส เฮียงก่อ ร้อยเวร สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากรพ.น่าน แจ้งว่า พลทหารสิทธิศักดิ์ ขันธประณีต สังกัดกองพันทหารม้าที่ 7 ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ ได้เสียชีวิตแล้วอย่างสงบที่ห้องไอซียู ตึกไชยนันท์ล่าง รพ.น่าน หลังจากได้ร่วมชันสูตรพลิกศพแล้ว และทางญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้ทางญาติไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านอ้อย อ.ร้องกวาง จ.แพร่
โดยนายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายก อบจ.น่าน ให้การสนับสนุนรถกู้ภัยของอบจ.น่าน และนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ได้อำนวยความสะดวกเรื่องของการทำใบมรณะบัตรในครั้งนี้ด้วย
สำหรับพลทหารสิทธิศักดิ์ เป็นทหารผลัดที่ 2/53 สังกัดกองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเพื่อนทหารในสังกัดเดียวกันจำนวนหนึ่ง ได้มาช่วยเหลือน้ำท่วมที่บ้านดอนแก้ว ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และประสบอุบัติเหตุถูกกระแสไฟดูด พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คนคือ พลทหารอรรพล อินสา ซึ่งปลอดภัยแล้ว และพลทหารสุนทร สนแย้ม ถูกแก้วบาดระหว่างเข้าไปช่วยเพื่อน
ส่วนพลทหารสิทธิศักดิ์ ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 17.30 น.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของพ่อแม่ ญาติ และชาวเมืองน่านทุกคน
Jirasak Tnews
Cr.thairath/มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
