- 09 ม.ค. 2560
ติดตามได้ที่www.tnews.co.th
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานว่า การปฏิรูประบบงานด้านความมั่นคง มีความคืบหน้าตามที่กระทรวงกลาโหมแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้า โดยจัดทำยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศปี 60-79 เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ20ปี โดยมีแผนแม่บทการปฏิรูปบริหารจัดการ การปรับปรุงโครงสร้างกองทัพ ปี 60-69 เรียบร้อยแล้ว และจัดทำแผนพัฒนาขีดความสามารถกองทัพเรียบร้อย ทั้งหมดเพื่อการปฏิรูปกองทัพนำไปสู่ความทันสมัย มีกำลังพลและขนาดที่เหมาะสม สนองต่อภัยคุกคามที่หลากหลาย และตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยคำนึงถึงความสมดุลของศักยภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศในแต่ละปีด้วย
ส่วนการปฏิรูปตำรวจ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานผลความคืบหน้า เรื่องหลักคือการปฏิรูปสถานีตำรวจระดับพื้นที่ เน้นไปที่ความคาดหวังและความพึงพอใจของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เน้นไปที่การบริการประชาชน ต่อไปนี้ตำรวจในพื้นที่จะเป็นผู้ให้บริการประชาชน ไม่ใช่ไปข่มขู่หรือเป็นเจ้านายประชาชน โดยจะปฏิบัติในสถานีตำรวจ เมื่อประชาชนเดินเข้ามา ตำรวจต้องให้ความดูแลอย่างเต็มที่ และการลงพื้นที่ จะมีตำรวจลงพื้นที่พบปะประชาชนทุกวัน ในเรื่องงานป้องกันปราบปราม สืบสวน จราจร และงานสอบสวน โดยจะมีผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้นประเมินผล โดยพลเอกประวิตร ได้สั่งการให้ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานของตำรวจให้มากขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในการเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และสร้างความรับรู้ความเข้าใจควบคู่กันไปด้วย
เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ปัญหารถตู้ร่วมบริการสาธารณะที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งหรือไม่ ร.ต.หญิงพรชนก อ่ำพันธุ์ ทีมโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการเน้นย้ำถึงเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ ยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับจาก คสช. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่จอดรถ การจัดคิวรถตู้ออกจากท่า ส่วนเรื่องบริหารจัดการอื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ และเป็นการเยียวยากับผู้ประกอบการต่อไป
ขณะที่พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้จัดระเบียบรถตู้ให้จอดในท่ารถเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น อีกส่วนโครงสร้างระบบรถตู้ ที่จะปรับเปลี่ยนการรับผู้โดยสารขนาดกลางนั้น กระทรวงคมนาคมกำลังจัดทำแผนแม่บทว่าจะปรับเปลี่ยนกันอย่างไร ในระยะเดินทาง 200 กิโลเมตรขึ้นไป ที่ต้องใช้รถโดยสารขนาดกลางรองรับประชาชนอย่างไร ซึ่งต้องเสียสละที่จะปรับเปลี่ยน โดยผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประชาชน จะได้ไม่เกิดปัญหาการบาดเจ็บล้มตาย
“เรื่องการแอบอ้างเรียกรับสินบนในกรณีนี้มีมาตลอด หากมีคนเห็นว่าใครแอบอ้าง คสช.หรือ รัฐบาล ขอให้ส่งชื่อตรงมาทางเจ้าหน้าที่ ที่พร้อมจะสืบสวนขยายผลอยู่แล้ว ขออย่านิ่งเงียบ เพราะเราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร การบิดเบือนข้อมูลจะเป็นเรื่องที่เสียหาย แต่การให้ข้อเท็จจริงแก่กันและกัน ขอให้ไม่ต้องเกรงกลัว เพราะส่วนหนึ่งก็อยู่ในแผนการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่แล้ว” พล.ต.คงชีพ กล่าว
เรียบเรียง Tossarit
