พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น !!! "ในหลวงรัชกาลที่10" ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ...มอบแนวทางให้รัฐบาล(รายละเอียด)

ติดตามได้ที่ www.tnews.co.th

 ในหลวงทรงห่วงราษฎรประสบอุทกภัย รัฐบาลสั่งช่วยเหลือเต็มที่ ขณะที่บางสะพานอ่วมน้ำป่าทะลักท่วม อ่างเก็บน้ำ 3 แห่งล้น ยะลาคลี่คลาย ส่วน 11 จว.ยังวิกฤติ นายกฯ เล็งสั่งรื้อสิ่งก่อสร้างผิด ก.ม.ขวางทางน้ำ ด้าน กกร.ประเมินความเสียหาย 1.5 หมื่นล้านบาท
          เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังองคมนตรี ประกอบด้วย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.ดาว์พงษ์รัตนสุวรรณ และนายวิรัช ชินวินิจกุล เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เป็นเวลา 40 นาที ว่า เป็นการเชิญพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ที่อาจจะลำบากในการเข้าช่วยเหลือประชาชน เพราะจะส่งเงินไปประชาชนก็ไม่สามารถนำเงินไปซื้อข้าวของได้ จะส่งข้าวสารไปก็ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำ ในการหุงต้ม จึงทำให้ลำบากไปหมด และมีแนวทางที่รัฐบาลรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมนำไปดำเนินการ

   ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากองคมนตรีเชิญพระราชกระแสมาแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายวิษณุ กล่าวว่า จะให้ความช่วยเหลือประชาชน เพราะทรงห่วงใยว่า จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร เนื่องจากอาหารแจกจ่ายได้ไม่ทั่วถึง และแต่ละอำเภอมีปัญหาแตกต่างกัน บางแห่งได้ยินมาว่า ราษฎรกว่า 2-3 หมื่น คน ต้องอพยพไปพักอยู่ในโรงแรมหรือโรงเรียนในที่เดียวกันเป็นการชั่วคราว กินอาหารวันละ 3 มื้อ ซึ่งแปลว่าต้องใช้งบประมาณเลี้ยงดูวันละประมาณ 1 ล้านบาท ตรงนี้รัฐบาลจะมาพิจารณาว่า จะมีการบริหารจัดการกันอย่างไร
          นายวิษณุ กล่าวว่า ในวันที่ 10 มกราคมนี้ รัฐบาลจะเปิด "ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้" อย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มกราคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย จะมีการเสนอมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือเข้าที่ ประชุม
          ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ยังหนักในหลายจังหวัด ล่าสุดฝนได้ตกหนักและเกิดน้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ตอนบน เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า สถานการณ์ฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 6-9 มกราคม ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรี ที่ไหลลงสู่คลองบางสะพาน โดยมวลน้ำปริมาณมากไหลผ่านคลองบางสะพานเพื่อไหลลงสู่ทะเล ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณถนนบ้านหนองหัดไท-บางสะพานน้อย เป็นระยะทางยาวเกือบ 1 กิโลเมตร รถยนต์ขนาดเล็กต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ในขณะที่บ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มมีน้ำท่วมสูง รวมไปถึงโรงเรียนอนุบาลบางสะพานต้องปิดเรียน ส่วนบริเวณวัดห้วยทรายขาวน้ำท่วมสูง

  ทั้งนี้ น้ำที่สะสมบนเทือกเขาตะนาวศรีได้ไหลทะลักลงท่วมในพื้นที่ลุ่มตอนล่าง ได้แก่ อ.บางสะพาน โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม. ทางจังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนทุกหมู่บ้านให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เบื้องต้นน้ำป่าได้หลากท่วม 3 ตำบล ได้แก่ ต.ทองมงคล, ต.ร่อนทอง และ ต.พงศ์ประศาสน์ หากฝนยังตกต่อเนื่องคาดว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นอีกหลายหมู่บ้าน
          ขณะที่บริเวณย่านการค้าในชั้นในของ อ.บางสะพาน ยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนใหญ่ได้เตรียมความพร้อมขนข้าวของบางส่วนไว้ในที่สูง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
          นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผอ.รพ.บางสะพาน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารกองบิน 5 และส่วนต่างๆ ได้ช่วยกันวางกระสอบทรายบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลบางสะพานตลอดแนว พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นำรถสูบน้ำระยะไกล สูบน้ำออกจากบริเวณร่องน้ำด้านข้างโรงพยาบาลต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้ยังไม่มีน้ำไหลเข้าในตัวโรงพยาบาลแต่อย่างใด ส่วนห้องผ่าตัดและห้องคลอดต้องขนย้ายอุปกรณ์ออกไป จึงไม่ สามารถเปิดให้บริการในส่วนนี้ได้ สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 30 ราย ได้เคลื่อนย้ายไปอยู่บนอาคาร ตึก 6 ชั้นของโรงพยาบาลแล้วเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้มีผู้ป่วยทั้งหมดในโรงพยาบาลวันนี้รวม 100 ราย ยืนยันว่ายังไม่มีน้ำไหลเข้าท่วมโรงพยาบาลบางสะพานแต่อย่างใด แต่เตรียมพร้อม 24 ชม