- 11 ม.ค. 2560
จากแถลงการณ์ ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
จากแถลงการณ์ ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ที่ได้กล่าวว่า
รัฐบาลขอประกาศให้ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในราชอาณาจักร และในต่างประเทศทั่วโลกทราบทั่วกันว่า บัดนี้ประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้ว ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรี และประธานศาลฎีกา ร่วมเป็นสักขีในพิธีประวัติศาสตร์นี้ และทรงพระกรุณารับคำกราบบังคมทูลอัญเชิญ ดังที่ต่อมาได้มีประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อแจ้งประชาชนแล้ว การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ และโบราณราชประเพณีทุกประการ ทั้งสนองพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมารที่พระราชทานไว้ตั้งแต่แรกว่า ในระหว่างที่พระองค์เองและประชาชนกำลังทุกข์โศกอย่างใหญ่หลวงจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังไม่ควรดำเนินการเรื่องการสืบราชสมบัติทันทีในขณะนั้น หากแต่ควรรอจนการบำเพ็ญพระราชกุศลและการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาการบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารคือครบ 50 วัน และประชาชนได้มีโอกาสเข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้วนับล้านคน จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
อนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งยังสอดคล้องกับคตินิยมในนานาประเทศที่ว่า ราชอาณาจักรย่อมไม่ว่างเว้นขาดตอนจากการมีพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการเริ่มรัชกาลใหม่จึงมีผลต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เป็นต้นไป
ณ บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงสถิตอยู่ในพระราชสถานะองค์พระรัชทายาทมาตั้งแต่พุทธศักราช 2515 นับเป็นเวลาถึง 44 ปี จึงทรงเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนการจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชขัตติยประเพณีที่เรียกว่า " พระราชพิธีบรมราชาภิเษก " นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย ซึ่งมีพระราชดำริแล้วว่าควรดำเนินการเมื่อเสร็จสิ้นการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศแล้ว
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวว่า ช่วงปลายปีนี้หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่านพ้นไปแล้วรัฐบาลจะเปิดให้โอกาสให้ฝ่ายการเมืองได้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้เพื่อเตรียมพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ "ปลายปีนี้หลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็จะให้เดินการเมืองได้จะไปเริ่มพูดคุย คัดคน เตรียมเลือกตั้งก็ว่าไป" นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล และ คสช.ไม่มีเจตนาให้โรดแมปต้องขยายออกไป ซึ่งการดำเนินการมีกรอบเวลากำหนดชัดเจนตามกฎหมาย และทุกอย่างจะเดินหน้าเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ และทุกอย่างจะเดินหน้าเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ซึ่งในช่วงต้นปี 61 ก็จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงขั้นตอนต่าง ๆ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ผมไม่เคยไปเลื่อนขั้นตอน ขั้นตอนมีเหมือนเดิมทุกประการ เวลาทุกอย่างมีหมดตามขั้นตอน 240 วัน 150 วันและ 90 วัน สุดแต่ว่าขั้นตอนไหนจะอยู่ตรงไหน ทำได้แค่ไหนก็อยู่ตรงนั้น ทุกอย่างจะไปสตาร์ทเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวรขึ้นมาเมื่อลงมาก็นับไป คุณจะไปเลือกเมื่อไหร่ก็เลือกไปตามนั้น แต่ผมถามว่า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแทรกในขั้นตอนที่ต้องเลือกตั้ง การหาเสียง การประชุมพรรค มีอะไรเกิดขึ้นมาในช่วงนั้น ก็คือ"พระราชพิธีพระบรมศพฯพอทุกอย่างเรียบร้อยก็เดินต่อเท่านั้นเอง จะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ผมไม่ได้ไปดึงยืด มีใครรู้มาก่อนหรือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเกิดไปสู่การเลือกตั้งการหาเสียง จะตีกันอีกหรือไม่ ทะเลาะกันอีกหรือไม่ แล้วจะให้ผมตอบนี่โน้นผมก็ยืนยันของผม"
แต่ในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ได้กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ "Jatuporn Prompan" (จตุพร พรหมพันธุ์) หลังศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวว่า กราบขอบพระคุณศาลอาญา พี่น้องประชาชนและพี่น้องนปช. ตนติดคุกก็เหมือนกับพี่น้องติดคุกด้วยกันตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เพราะมีความทุกข์ที่ไม่ได้แตกต่างกัน ขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่ปฏิบัติต่อตน เหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่นเป็นอย่างดี ขอบคุณพี่น้องผู้ต้องขังที่ได้มอบมิตรภาพมาให้ หลังจากนี้ตนจะรับประทานยาจนครบตามแพทย์สั่ง แล้วก็จะเข้าโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์อีกครั้ง เนื่องจากเชื้อที่ลุกลามจากคำวินิจฉัยของแพทย์บอกว่าอาจจะนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งได้ ตนจะใช้เวลาหลังจากนี้รักษาตัวต่อไป ตนบอกเสมอว่าเกิดมามีสมบัติเดียวคือจิตใจและอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อศาลฯให้โอกาสและกำชับในคำสั่งว่าให้โอกาสแค่ครั้งเดียว ตนก็จะระมัดระวังในการทำหน้าที่ภายหลังรักษาอาการแล้ว ส่วนภารกิจเรื่องเชิงคุณและความเดือดร้อนของประชาชนก็จะมอบหมายให้พี่น้องนปช.ส่วนอื่น ๆ ทำหน้าที่ต่อไป
"ชีวิตเหมือนคนที่พลัดหลงเข้าไปจากพื้นที่ที่ไม่มีข่าวสาร ก็จะต้องมาตามให้ทัน ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่มีหัวใจเดียวกัน หลังจากผมรักษาตัวจนร่างกายเป็นปกติก็คงจะได้มีโอกาสมาพูดคุยสนทนาด้วยความระมัดระวัง หลักใหญ่คืออุดมการณ์ประชาธิปไตยจะติดตัวไปจนวันตาย แต่ผมต้องระมัดระวังและดำเนินการตามคำชี้แนะของศาล หากมีโอกาสคงได้พูดคุยกับทุกคนถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในช่วง 90 วันที่ผ่านมา วันนี้มีพี่น้องนปช.มาร่วมต้อนรับผมที่บ้านมากมาย" นายจตุพร กล่าว
เรียบเรียง : Suya
