ด่วนมากมาก !!! มหาดไทยสั่งผู้ว่ากทม.รับมือมรสุมเข้ากรุง 15-16 ม.ค. เตรียมตัวกันไว้ได้เลย !!!

ติดตามได้ที่ www.tnews.co.th


          “มท.1” สั่ง ผู้ว่ากทม.รับมือมรสุมเข้ากรุง 15-16 ม.ค.นี้ ลั่น เร่งช่วยปชช.ภาคใต้ตามกรอบก.ม. - ตั้งคกก.สำรวจความเสียหาย แจงบางสะพานเริ่มคลี่คลาย เล็งเดินตามกรอบยูเอ็นถอดบทเรียน ไม่สร้างอาคารในที่เกิดอุทกภัย
          11 ม.ค.60 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ถึงปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า สิ่งสำคัญต้องช่วยดูแลความเดือดร้อนให้ประชาชน แม้ช่วงนี้ฝนจะเบาบางลง แต่การพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าวันที่ 15-16 ม.ค. จะมีมรสุมเข้ามาน่าจะเต็มพื้นที่ของภาคใต้ และบางส่วนของภาคกลาง กระทรวงมหาดไทยต้องเตรียมรับสถานการณ์นั้น ขณะนี้ภาคกลางตอนล่างได้เตรียมรับมือกับมรสุมไว้แล้ว โดยนำเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้รับมือกับสาธารณภัย และได้กำชับผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ให้เตรียมรับมือระบายน้ำให้เร็วที่สุด
          พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าขั้นต้นให้ดำเนินการช่วยเหลือตามกฎหมาย และภายหลังการสำรวจความเสียหายค่อยพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อสำรวจความเสียหายในพื้นที่ ก่อนให้การช่วยเหลือ โดยจะแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด และไม่ผิดพลาด ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะถ้าเร่งทำแล้วผิดพลาด เจ้าหน้าที่ก็จะมีโทษ จึงจะดูให้รอบคอบ ส่วนงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะนี้ให้จังหวัดละ 50 ล้านบาท แต่ถ้าไม่เพียงพอสามารถขอเพิ่มเติมได้ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ตามกายภาพอ.บางสะพานอยู่ติดเทือกเขา ทำให้น้ำจากเทือกเขาไหลบ่าลงมาเพื่อลงทะเล ทำให้มีสถานการณ์น้ำมาก ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดพบว่าคลี่คลายลง แต่คงมีน้ำจากเขาไหลบ่าลงมาต่อเนื่องซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูเยียวยาโรงพยาบาลและชุมชนบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะย้ายโรงพยาบาลที่อ.บางสะพานไปอยู่ที่สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่สื่อถาม ตามกรอบของสหประชาชาติ(ยูเอ็น)เรื่องแนวทางการบรรเทาสาธารณภัย มีกรอบเซนได กล่าวคือเมื่อเกิดภัย และจะพัฒนาหลังจากนั้น มีแนวปฏิบัติคือหากพื้นที่ใดมีปัญหาอย่าก่อสร้างอาคารที่เดิมอีก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาขณะนี้คือยังไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการแล้วว่าหากมีแนวทางทำได้ก็ให้เร่งทำกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายผังเมือง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และกฎหมายที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากน้ำท่วมอีก โดยนายกฯ ได้สั่งการในเรื่องนี้แล้วและต้องทำกฎหมายให้ได้ เพราะถ้าสร้างแล้วเกิดปัญหาขอให้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่จะดีกว่า ขณะเดียวกันนายกฯมองว่าพื้นที่ที่เกิดปัญหาจะเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่น้ำไหลแทนได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะตรงกับแนวคิดของยูเอ็น

ด้านสถานการณ์ฟ้าฝนในที่อื่นๆ นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า พายุฝนกำลังเข้ามาอีกรอบเป็นรอบที่ 3 ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึง จ.นครศรีธรรมราช ช่วงวันที่ 15 - 16 ม.ค.แต่ปริมาณฝนไม่มากเท่ากับที่ผ่านมา มีฝนตกต่อเนื่องแต่ไม่หนักมาก จะมีฝนเข้าภาคใต้อีกระลอก เกิดจากมีความกดอากาศต่ำในอ่าวไทย มีหย่อมความกดอากาศกำลังแรงในทะเลฟิลิปปินส์ รวมทั้งมีหย่อมความกดอากาศต่ำในอันดามัน ได้ก่อตัวมาแล้วได้ 2 วัน เป็นหย่อมประกบภาคใต้อยู่เหมือนแซนวิช กำลังทำแบบจำลองติดตามหย่อมความกดอกาศทั้ง 3 จุด ว่าจะพัฒนาไประดับใด
          ทั้งนี้ ทำให้ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากความกดอาศต่ำอ่าวไทยอีกรอบ ทุกหน่วยงานกำลังเร่งระบายน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี ระบายผ่านลุ่มน้ำตาปี เร่งผลักดันน้ำออกทะเล เพราะต้นน้ำลุ่มน้ำตาปีมีระยะทางยาวมาก ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักจากด้านบน กำลังไหลหลากมาผ่านตัวเมือง จึงเตรียมการเร่งระบายน้ำด้านล่าง โดยกองทัพเรือ จังหวัด ปภ. กทม.ได้ส่งเรือลงผลักดันน้ำลงไปช่วย 30 ลำ รวมทั้งเขื่อนรัชชประภา ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 700 ล้าน ลบ.ม.มีระดับน้ำ 88% ที่ผ่านได้ช่วยเก็บกักน้ำฝนไว้มาก ไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่
          อย่างไรก็ตาม พายุฝนเที่ยวนี้ไม่ถึง กทม.จะอยู่แค่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น เพราะความกดอากาศจากอันดามันไม่ได้แรงเหมือนช่วงต้นเดือน ม.ค.รวมถึงไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปี 54 เพราะจะเกิดได้ต้องมีปัจจัยใหญ่ๆ เกิดขึ้นในทะเล เช่น ภาวะลานินญ่า และในปี 54 มีพายุทั้งในอ่าวไทย อันดามัน ทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีน้ำท่วมตั้งแต่เดือน ก.ค.ซึ่งในปีนี้ยังไม่มีปัจจัย

   วันเดียวกันที่ ภาคเหนือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศอากาสที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องและยังมีฝนตกลงมาตลอดเวลาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียสทำ ให้ประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดพากันเดินทางเข้าไปเลือกซื้อผ้าห่มเสื้อผ้าหันหนาว รวมทั้งหมวกและถุงมือถุงเท้าซึ่งจำหน่ายอยู่บริเวณตลาดดอยเวาและตลาดสายลมจอย อำเภอแม่สาย
          จังหวัดเชียงราย
          โดยส่วนใหญ่จะเลือกซื้อผ้าห่มและเสื้อผ้าที่มีความหนาและเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีนเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย หรือนำเข้ามาจากประเทศอื่นประมาณ 2-3 เท่าตัว โดยมีราคาขายตั้งแต่ราคา 100 ขึ้นไปจนถึงหลักพันบาท ขณะที่บางร้านมีกลกยุทธ์ในการขายแบบซื้อ 3 ชิ้น แถม 1 ชิ้นหรือยิ่งซื้อมากยิ่งลดราคาถูกลงไปอีกส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก
          จากการสอบถามร้านค้าที่จำหน่ายผ้าห่มเครื่องกันหนาวบอกว่าหลังจากที่อากาศหนาวเย็นลงนั้นทำให้มีประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจับจ่ายซื้อสินค้าที่อำเภอแม่สายและฝั่งท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมายังคงคึกคักอยู่ถึงแม้ว่าจะเลยจากช่วงวันหยุดเทศกาลไปแล้วก็ตาม ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นยังคงเลือกซื้อผ้าห่มและเสื้อกันหนาวรวมทั้งหมวกเครื่องกันหนาวต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย

ด่วนมากมาก !!! มหาดไทยสั่งผู้ว่ากทม.รับมือมรสุมเข้ากรุง 15-16 ม.ค. เตรียมตัวกันไว้ได้เลย !!!

ด่วนมากมาก !!! มหาดไทยสั่งผู้ว่ากทม.รับมือมรสุมเข้ากรุง 15-16 ม.ค. เตรียมตัวกันไว้ได้เลย !!!

ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สถานการณ์ฝนในภาคใต้ได้คลี่คลายแล้วและเข้าสู่สภาวะปกติตามฤดูกาลแต่ยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง สำหรับภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไปมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมา โดยจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง

สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

 

เรียบเรียง TOSSARIT