- 11 ม.ค. 2560
ใครทำย่อมรู้ตัว!!!ตร.พบคนโกงสอบนายสิบ ภ.7 รวม 30ราย เตรียมสรุปส่ง ผบ.ตร.พิจารณา16 ม.ค.พร้อมจ่อ ออกหมายจับเพิ่ม (รายละเอียด)
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ร่วมกับหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง และสรุปผลเสนอต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายในวันที่ 16 มกราคมนี้ โดยได้เน้นย้ำว่า การทำงานจะต้องยึดหลัก 3 ประการ คือ ต้องรวดเร็วในการตรวจสอบข้อเท็จจริง, ต้องรอบคอบ สามารถแยกแยะได้ว่ามีการกระทำผิดในรูปแบบใดบ้าง และ ต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้สมัครสอบและสอบผ่านโดยสุจริต
ทั้งนี้ ที่ประชุมเตรียมเสนอข้อสรุป คือ ให้เป็นโมฆะทั้งหมด, ให้เป็นโมฆะเฉพาะผู้ที่ทุจริต ซึ่งยืนยันว่าหากพิจารณาแล้วว่าเป็นโมฆะเฉพาะผู้กระทำความผิด และให้ผู้ที่สุจริตผ่าน จะไม่มีผู้ที่ทุจริตปะปนเข้าไปอย่างแน่นอน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีกระบวนการคัดกรองชัดเจน
พล.ต.อ. เดชณรงค์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบทั้งหมดพบว่ามี 2 กองบัญชาการที่มีการทุจริตสอบ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 4,182 คน มาสอบ 3,746 คน พบทุจริตกว่า 30 คน ส่วนอีก 10 กองบัญชาการไม่พบการทุจริต อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการแต่ละภาค ไปตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง โดยมีการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมตรวจสอบ แต่ไม่ขอบอกรายละเอียดว่าจะมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไร
ทั้งนี้สาเหตุที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พบการทุจริต เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นจำนวนมาก และพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร ทำให้คนเก่งเหล่านี้สามารถเดินทางไปกระทำผิดได้ง่ายกว่ากองบัญชาการภาคอื่นๆ นอกจากนี้ตัวเองได้มอบหมายให้กองปราบปราม เข้าไปร่วมตรวจสอบกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล หากพบคนทำผิดมากกว่านี้จะต้องเร่งดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.ต.ต. อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อยู่ระหว่างการรวบรวม พยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาอีกจำนวนหนึ่งสำหรับการประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ และตำรวจตระเวนชายแดน
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะคณะกรรมการคัดเลือกการสอบนักเรียนนายสิบตำรวจสังกัด บช.น. นำหลักฐานเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการโกงสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ ในข้อหาอั้งยี่ แจ้งความเท็จ และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังมีการตรวจพบและประกาศยกเลิกผลการสอบ
ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบผู้กระทำผิดที่จะดำเนินคดีทั้งหมด 347 ราย และที่พบว่าน่าจะมีการกระทำผิดอีก 178 ราย และจากการสอบสวนผู้เข้าสอบที่ทุจริตที่ให้การไปในทิศทางเดียวกันว่า มีข้าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน ตัวการใหญ่ในขบวนการโดยดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาอั้งยี่ที่มีการรวมตัวกันกระทำผิดทางอาญา , แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) กรอกข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนทั้งพยานบุคคลและภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีการนัดประชุมกัน ซึ่งสามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน
และเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา นายจิระพจน์ พลายด้วง เข้ามอบตัวแล้วที่สน.พหลโยธิน โดยให้การรับสารภาพว่าทำคนเดียวโดยเรียกเก็บเงินรายละ 3 ถึง 4 แสนบาท ส่วนวิธีการอ้างว่าใช้ความสนิทสนมกับสถาบันกวดวิชาในพื้นที่เขตปทุมวัน รู้จักกับนักศึกษาที่มีความรู้หลายคนจึงชักชวนกันปากต่อปากให้มาร่วมดำเนินการ และทำมานานกว่า 1 ปีแล้ว
ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกการสอบนายสิบ ในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) แต่จะต้องนำเข้ากระบวนการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกการสอบใน 2 กองบัญชาการนี้
เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
