- 11 ม.ค. 2560
จตุพรได้ประกัน!!! เคลื่อนไหวทันที จับตาทุกคำพูด ถ้าผิดเงื่อนไข เข้าคุกอีกรอบ
สาวไส้จตุพร พรมพันธุ์ แกนนำตัวเป้งของ นปช.
นายจตุพร พรหมพันธุ์ นั่นมีชื่อว่า(ตู่) เกิดวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2508 (51 ปี)
อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎรธานี เป็นบุตรคนสุดท้องของนายชวน พรหมพันธุ์ กับนางน่วม บัวแก้ว เป็นน้องชายต่างมารดากับ พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
จตุพร เป็นอดีตโฆษกพรรคไทยรักไทย และอดีต ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค แจ้งเกิดทางการเมืองจากการเป็นผู้นำนักศึกษาช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 เมื่อเกิดการปราบปรามผู้ชุมนุมที่ ถนนราชดำเนินและผู้ชุมนุมย้ายไปปักหลักที่รามคำแหง โดยมีจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยด้วย โดยร่วมกับเพื่อนๆ นักศึกษาอีกหลายคน เช่น อุสมาน ลูกหยี วัชระ เพชรทอง นายจตุพร ทำงานการเมืองโดยมีกลุ่มนักศึกษารามคำแหงพรรคศรัทธาธรรมที่ตัวเองเป็นผู้ก่อตั้ง จึงมีชื่อที่รู้จักกันดีในสมัยเรียนว่า ตู่ ศรัทธาธรรมเป็นฐานกำลังคอยเคลื่อนไหว เช่น การให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การมอบดอกไม้ กกต. การเดินขบวนไปหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ในสมัยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
จตุพรเข้าสู่วงการเมืองครั้งแรกด้วยการสังกัดพรรคพลังธรรมในช่วงที่มี ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาเริ่มมีความใกล้ชิดกับภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ในขณะนั้น ซึ่งต่อมาทำให้ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ตกเป็นจำเลยในคดีต่างๆ ยาวเป็น หางว่าว และถูกคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวครั้งนี้ จึงทำให้นายจตุพรต้องนอกคุกเป็นครั้งที่ 3 นานถึง 3 เดือน ตามที่จริง นายจตุพร เคยได้รับความเมตตามาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำนึก ไม่คำนึงถึงเงื่อนไขการประกันตัวที่ให้ไว้กับศาล ไม่มีความหลาบจำในการกระทำความผิด
ส่วนคดีที่ จตุพร โดนและทำให้ต้องกลับเข้าไปในคุก ทางสำนักข่าวทีนิวส์จะยกให้ได้ทราบดังนี้
- คดีก่อการร้าย และฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ระบุไว้ ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์
- คดีดักฟังโทรศัพท์ หมายเลขดำที่ อ.177/2551 กรณีที่จำเลยทั้งสามคือจตุพร, จักรภพ เพ็ญแข และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมกันนำข้อความการสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่าง พลตำรวจตรี พีรพันธุ์ เปรมภูติ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับวิรัช ชินวินิจกุล อดีตเลขานุการศาลฎีกา และไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกาขณะนั้น ไปเปิดบนเวทีปราศรัยของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ
ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2557 จำคุก 2 ปี ปรับ 4หมื่น รอลงอาญา 2 ปี อยู่ระหว่างฎีกา
- คดีหมายเลขดำที่ อ.1962/2552 ที่อภิสิทธิ์เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจตุพรเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 จตุพรขึ้นปราศรัย บนเวที นปช.ที่วัดไผ่เขียวทำนองว่า โจทก์ไม่ได้นั่งอยู่ในรถประจำตำแหน่ง ในช่วงเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมกระทรวงมหาดไทย และเข้ากลุ้มรุมต่อรถดังกล่าว และยังกล่าวหาว่าโจทก์ เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อาวุธปืนสงครามยิงประชาชนคนเสื้อแดง ในเหตุการณ์ชุมนุมช่วงเดือน เมษายน พ.ศ. 2552
ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2557 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง
- คดีหมายเลขดำที่ อ.4176/2552 ที่อภิสิทธิ์เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องจตุพรเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 11 และ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552 จตุพรกล่าวปราศรัย ในการชุมนุมของ นปช.และเสื้อแดง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและทำเนียบรัฐบาล กล่าวหาว่าโจทก์ยึดพระราชอำนาจ ด้วยการเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ ต่อฎีกาพระราชทานอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทาง นปช.รวบรวมรายชื่อคนเสื้อแดงขึ้นทูลเกล้าฯ และกล่าวหาโจทก์เป็นฆาตกร อาชญากร สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อาวุธปืนสงครามสังหารประชาชน และสร้างสถานการณ์จลาจล ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ย่านนางเลิ้ง และถนนเพชรบุรีซอย 5 และซอย 7 ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 รวมถึงเหตุการณ์จลาจล ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองพัทยา
- ศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2558 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปีโดยไม่รอการลงโทษ
- ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2559 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
- คดีหมายเลขดำ อ.855/2553 ที่สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุพรเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552 จตุพรแถลงข่าวพาดพิงโจทก์ว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เกณฑ์คนต่างด้าวให้ได้ 5,000 คนมาสวมเสื้อสีแดง แฝงตัวร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552 โดยวางแผนให้คนกลุ่มดังกล่าว ก่อความปั่นป่วนเพื่อป้ายสีคนเสื้อแดง
- ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2556 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง
- คดีหมายเลขดำ อ.771/2554 ที่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 4 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุพร และสื่อมวลชนรวม 4 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
- ศาลอุทธรณ์พิพาษาเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2556 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง
- คดีหมายเลขดำ ด.2635/2551 (ศาลอาญากรุงเทพใต้) นางทีปสุรางค์ ภรรยาของจรัญ ภักดีธนากุล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุพรกับพวก และสื่อมวลชนรวม 4 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เวลาประมาณ 22:00-23:00 น. จำเลยที่ 1 ถึง 3 ซึ่งดำเนินรายการความจริงวันนี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย แสดงความคิดเห็นโดยนำคำพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ คำพิพากษาศาลจังหวัดสงขลา ในคดีเกี่ยวกับที่ดิน มาอ่านออกอากาศ แล้วอ้างว่าเป็นประเด็นเปรียบเทียบ กับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งโจทก์เห็นว่าเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง
- คดีหมายเลขดำ อ.4977/2555 ที่วัชระ เพชรทอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุพร, วีระกานต์ หรือวีระ มุสิกพงศ์ และณัฐวุฒิ เป็นจำเลยที่ 1 ถึง 3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดว่าด้วยพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท
- ศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2558 ให้จำคุกจำเลยทั้ง 3 คนละ 1 ปี ปรับ คนละ 5หมื่นบาท รอลงอาญาไว้ 2 ปี และชดใช้เงินจำนวน 6 แสนบาท
- คดีหมายเลขดำ อ.2799/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุพร และศราวุธ หลงเส็ง ผู้ร่วมชุมนุม เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรค 2, 215, 216 ซึ่งยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ล่าสุดวานนี้ ศาลมีคำสั่ง ภายหลังจากทนายความนายนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นายจตุพร ยื่นคำร้อง7ครั้ง พร้อมทั้งวงเงินประกันอีก 6 แสนบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายจตุพร จำเลยที่ 2 คดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดฐานร่วมกับแกนนำ นปช.รวม 24 คนก่อการร้าย จากกรณีที่มีพฤติการณ์กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล ซึ่งศาลอาญามีคำสั่งให้เพิกถอนการประกันตัว เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 โดยคำสั่งศาลสรุปว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ระบุว่าสำนึกผิดในการกระทำของตนที่กระทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขของศาลในการปล่อยชั่วคราว ขณะที่มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรที่ยังเล็กอีก4คน อีกทั้งจำเลยป่วยติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด ทางเดินปัสสาวะ มีค่าพีเอสเอในต่อมลูกหมาก โดยมีใบรับรองแพทย์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มาแสดง ศาลเห็นว่าจำเลยเองถูกคุมขังมาเป็นเวลา3เดือน นับจากวันที่มีคำสั่งถอนประกัน จึงเชื่อว่าน่าจะทำให้จำเลยเข็ดหลาบจากการกระทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขของศาลในการปล่อยชั่วคราว
ภายหลังจากออกมา นายจตุพรก็มีการเคลื่อนไหว ทางเฟสบุ้ก
โดยระบุว่า "ก่อนอื่นต้องกราบขอขอบคุณศาลอาญาอีกครั้งที่ให้โอกาส ขอบคุณพี่น้องประชาชน พี่น้องนปช. ซึ่งตนติดคุกก็เหมือนพี่น้องติด เพราะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาที่มีความทุกข์ที่ไม่แตกต่างกัน ขอบคุณเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ปฎิบัติต่อตนดังเช่นผู้ต้องขังรายอื่นเป็นอย่างดี ขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ผู้ต้องขังที่มีชะตากรรมชีวิตอยู่ในเรือนจำ ซึ่งก็ได้มอบมิตรภาพแม้ว่าหลายคนเพิ่งรู้จัก บางคนอาจจะรู้จักกันมายาวนาน แต่ในสถานที่ที่เป็นทุกข์นั้นเราเองก็มั่นให้กำลังใจกันอยู่เสมอ สำหรับตนเองนั้นหลังจากกินยาที่ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปจนครบ ตนก็คงจะต้องเดินทางเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื้อที่ลุกลามเข้าไปนั้น จากคำวินิจฉัยของแพทย์ได้บอกว่าเชื้ออาจจะนำไปสู่การเป็นเชื้อมะเร็งได้ ตนก็จะใช้เวลาหลังจากนี้ไปเพื่อการรักษาตัว
