- 12 ม.ค. 2560
เอาอนาคตไปโยนทิ้งเห็นๆ!!!..."ปลัดยธ."ชี้ เยาวชนคิดสั้นรับจ้างเฉลยข้อสอบนายสิบตร. ต้องมีประวัติอาชญากรติดตัวไปชั่วชีวิต!!!(รายละเอียด)
วันที่ 12 ม.ค. 60 เฟสบุ๊ค ธวัชชัย ไทยเขียว ซึ่งเป็นของ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้โพสต์ข้อความโดยมีเนื้อหาดังนี้
หมดสิ้นกันอนาคตเยาวชนคิดสั้นรับจ้างเข้าไปเฉลยข้อสอบ ต้องมีประวัติอาชญากรติดตัวไปชั่วชีวิต
กรณีรับจ้างเข้าไปเฉลยข้อสอบการสอบคัดเลือกนักเรียนนายสิบตำรวจ ตามกระแสข่าวดูเหมือนจะมีเยาวชนที่เป็นนักศึกษาแพทย์ วิศวกรรม และอื่นๆ ร่วมอยู่ในกระบวนการด้วย และพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาฐานแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าหน้าที่ตามมาตรา 137 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานอั้งยี่มาตรา 209 จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นสี่พันบาท และฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์มาตรา 14 (1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อพิจารณาเบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด “กรรมเดียว”แต่ เป็นความผิดต่อกฎหมาย "หลายบท" ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ใช้ "บทที่มีโทษหนักที่สุด" ลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายอาญา
ดังนั้น ในกรณีนี้ อัตราโทษบทที่มีโทษหนักสุด คือ ฐานความผิดอั้งยี่มาตรา 209 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1 หมื่นสี่พันบาท
หากผู้ต้องหาหรือจำเลยกรณีที่ศาลประทับรับฟ้องแล้วปฏิเสธ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกระบวนการต่อไป
แต่หากจำเลยกระทำความผิดจริงและให้การรับสารภาพ อัตราโทษก็จะลดลงมากึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน ก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถขอเหตุอันควรแก่การปรานีต่อศาล ด้วยการร้องขอต่อให้ศาลมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติทำการสืบเสาะและพินิจ อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม ด้วยว่าตนเองไม่ปรากฏว่ากระทำความผิดอื่นใด หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน
ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะให้โอกาสรอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้แล้วปล่อยตัวไป เพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เยาวชนเหล่านี้ จะต้องมีประวัติอาชญากรติดตัวไปชั่วชีวิต ไม่สามารถเข้ารับราชการ หรืองานอื่นใดที่หน่วยงานเหล่านั้นได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนที่จะเข้าทำงานได้ว่า “ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยต้องโทษจำคุกหรือต้องคำพิพากษามาก่อน”
อนึ่ง อย่างไร สถานศึกษาก็ไม่ควรไปตัดสิทธิการให้ศึกษาต่อของเยาวชนเหล่านี้ มิเช่นนั้นจะเป็นการสร้างภาระให้กับสังคมและประเทศชาติ ไม่ใช่เป็นการสร้างพลัง ส่วนเขาเหล่านั้นเมื่อจบการศึกษาไปแล้วจะไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือไปเจอหน่วยงานใจดีรับให้เข้าไปทำงานก็ได้ และที่สำคัญก็จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ประเทศไทยควรเป็นประเทศที่มุ่งลงโทษเพื่อการบำบัด แก้ไขฟื้นฟู มากกว่า เพื่อเป็นการแก้แค้นทดแทนครับ
//นายธวัชชัยไทยเขียว
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
กรณีนี้สืบเนื่องมาจากข่าวเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้สืบสวนการสอบเข้าเป็นตำรวจนครบาล จนพบข้อพิรุธมากมายว่ามีการทุจริตสอบเข้าเป็นนายสิบตำรวจครั้งใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผู้กำกับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผกก.ศฝร.น.) ได้เรียกตัว นักศึกษา คณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจำนวน 4 คน มาสอบปากคำในฐานะพยาน หลังจากพบการทุจริตในการสอบดังกล่าวที่เพิ่งสอบไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการรับสมัครและสอบคัดเลือกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก อายุระหว่าง 18-27 ปี วุฒิการศึกษามัธยมศึกษา 6 หรือ ปวช. หรือเทียบเท่า ให้สอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ โดยเปิดการสอบทุกภาค ซึ่งในส่วนของ บช.น. ได้เปิดตำแหน่ง จำนวน 1,000 อัตรา และเปิดรับสมัครผ่านทางอินเทอร์เน็ตไปเมื่อวันที่ 4-23 พ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สมัครเข้าสอบทั้งหมด 13,285 คน และสอบข้อเขียนเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ใช้สนามสอบ 2 แห่งคือ คือที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก และมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา
หลังการสอบข้อเขียนเสร็จสิ้น ปรากฎว่ามีผู้สอบผ่านรอบแรกทั้งหมด 1,800 คน จากนั้นได้เรียกตัวเพื่อสอบสัมภาษณ์ และทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายจนเสร็จสิ้น ขณะนี้ขั้นตอนที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจาณาคุณสมบัติของคณะกรรมการฯ เพื่อคัดเลือกผู้สอบผ่านในรอบสุดท้าย
อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมการฯ ได้นำกระดาษข้อสอบทั้งหมดมาตรวจสอบครั้งสุดท้าย กลับพบความผิดปกติในกระดาษคำตอบซึ่งมีทั้งหมด 150 ข้อ เพราะพบว่าผู้ที่ได้คะแนนต่ำสุดของการสอบคือ 13 คะแนน แต่ในกระดาษโจทย์ของคนที่ได้ 13 คะแนน มีการทดเลข การคำนวน และเขียนคำตอบเฉลยไว้ถูกหมดทุกข้อ และยังพบอีกด้วยว่าคำตอบที่เขียนในข้อที่ถูกไว้อยู่ในลักษณะที่ใหญ่กว่าผิดปกติ ทำให้บุคคลรอบข้างสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไกล ซึ่งความผิดปกติดังกล่าวทั้งหมดพบอยู่ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก
หลังจากพบพิรุธ พ.ต.อ.อุเทน ได้ดำเนินการสืบสวน กระทั่งพบกพบว่าน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตประมาณ 80 คน ซึ่งจากการตรวจสอบภูมิหลังของผู้ที่เข้าสอบในจำนวนดังกล่าว พบว่าปัจจุบันยังคงศึกษาอยู่ในระดับชั้นอุดมศึกษาของมหาวิยาลัยชั้นนำหลายแห่ง มีทั้งคณะแพทย์ศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯ และที่ผ่านมาได้เรียกตัวมาสอบปากคำไปแล้วจำนวน 15 คน
พ.ต.อ.อุเทน ยอมรับว่ามีการตรวจสอบการทุจริตสอบจริง โดยจากการสอบสวนพบการทุจริตดังกล่าวมีข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานครคนหนึ่ง เป็นผู้ว่าจ้าง ให้กลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้ เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ทำเฉลยข้อสอบ หรือที่เรียกว่า “มือปืนรับจ้าง” เนื่องจากข้อสอบที่ใช้เป็นความรู้ในระดับชั้นมัธยม 6 จึงง่ายต่อผู้ที่รับหน้าที่ทำเฉลยซึ่งเรียนในระดับมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาจะได้ค่าจ้างคนละ 2-3 หมื่นบาท ส่วนตัวผู้จ้างวานจะไปเรียกค่าดำเนินการจากผู้ที่ต้องการสอบเข้าถึงหัวละ 5 แสนบาท
พ.ต.อ.อุเทน กล่าวต่อว่า กลุ่มผู้ที่ทุจริตจะอาศัยช่องว่างของการกรอกใบสมัคร เนื่องจากเป็นการสมัครแบบออนไลน์ ที่จะมีการตรวจสอบหลักฐานทางการศึกษา หลังจากผู้สอบเข้ารายงานตัวครั้งสุดท้ายแล้วเท่านั้น ส่วนเลขที่นั่งสอบก็อาศัยช่องว่างเมื่อผู้สมัครไปจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการสอบกับธนาคาร เมื่อจ่ายเงินแล้วก็จะได้เลขที่นั่งสอบใกล้ๆกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางกลุ่มผู้จ้างวานได้เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด รวมทั้งก่อนจะเริ่มการสอบ 3 วัน ผู้จ้างวานก็จะนัดผู้ที่ทำหน้าที่เฉลยข้อสอบ และผู้ที่จะลอกข้อสอบให้มาพบกัน เพื่อนัดแนะวิธีการกันให้เข้าใจ ก่อนที่จะเข้าสนามสอบ ซึ่งวิธีการทุจริตดังกล่าวเป็นวิธีการธรรมดา รูปแบบเดิมๆที่ยากต่อการตรวจสอบ หลังจากที่ผ่านพบการทุจริตรูปแบบต่างๆในหลายๆสนามสอบ
พ.ต.อ.อุเทน กล่าวต่อว่า ในวันที่ 6 ม.ค.นี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการสอบคัดเลือกของ บช.น. ซึ่งมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นให้การสอบคัดเลือกครั้งนี้เป็นโมฆะ รวมทั้งจะดำเนินคดีกับผู้ใดบ้าง ทั้งตัวผู้จ้างวาน และผู้ที่ร่วมทุจริตทั้งหมด
Jirasak Tnews
Cr.ธวัชชัย ไทยเขียว
