- 13 ม.ค. 2560
ทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษของมาตรา 339 ในวรรคสุดท้าย ก็ประหารชีวิต
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 ถนนรัชดา วันที่ 12 มกราคม 2560 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 และพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม นำสำนวนคดีที่ นายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี และนายสุพัฒชัย หรือเอ็กซ์ จันทร์ศรี อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าชิงทรัพย์ นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิต มศว.จนเสียชีวิตบริเวณหน้าปากซอยซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นผู้รับมอบสำนวน
นายเจษฎา เปิดเผยว่า ทางคดีนี้ทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษของมาตรา 339 ในวรรคสุดท้าย ก็ประหารชีวิตอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการแจ้งข้อหาพกพาอาวุธมีด และฆ่าเพื่อปกปิดการกระทำความผิด เพราะฉะนั้นโทษในคดีนี้ก็คือประหารชีวิตสถานเดียว ส่วนความกังวลที่จำเลยจะให้การยอมรับสารภาพในชั้นศาล เพื่อเป็นเหตุให้บรรเทาโทษนั้นก็มีความเป็นไปได้ เพราะว่าถ้ารับสารภาพกับศาลก็มีเหตุให้บรรเทาโทษได้ ยกเว้นว่าจะสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ซึ่งในคดีนี้กำลังดูอยู่ว่าผู้ต้องหารับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐานหรือไม่ จากข้อมูลที่ได้มาทางพนักงานสอบสวนพบลักษณะเป็นการจำนนต่อหลักฐาน ตนก็จะเอาข้อมูลในส่วนนี้บรรยายส่งฟ้องเข้าไปเพื่อให้ศาลเห็นด้วย คิดว่าคงจะส่งฟ้องได้ไม่เกินวันที่ 18 ม.ค.นี้ หลังจากนั้นก็อยู่ที่ทางศาลว่าจะนัดสืบพยานเมื่อไหร่และจำเลยจะให้รับการสารภาพหรือปฏิเสธ ส่วนสำนวนนั้นมีความสมบูรณ์ 80-90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งจะต้องมาดูในรายละเอียดนิดหน่อยโดยพยายามจะพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และในคดีนี้ผมจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องโดยเฉพาะ
นายกิตติกร วิกาหะ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาหนึ่งในสองที่ก่อเหตุใช้มีดยาวปาดคอ และ แทง นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เพื่อชิงโทรศัพท์ไอโฟนจนเสียชีวิตจมกองเลือด
โดย นายกิตติกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้มีดแทงผู้ต้องหาจริง เนื่องจากเห็นผู้ตายเดินกดโทรศัพท์มือถือ จึงเข้าไปตีสนิทแกล้งถามทาง เมื่อผู้ตายหันมาคุยด้วย จึงพยายามชิงทรัพย์ แต่ผู้ตายขัดขืน จึงใช้อาวุธมีดแทง อีกทั้งไม่ได้ตั้งใจจะปาดคอ แค่ง้างมีดแทงไปข้างหน้าเรื่อยๆ ยอมรับว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้เขาตาย ถ้าเขาไม่ขัดขืนหรืออยู่เฉยๆคงไม่ตาย ปกติมีอาชีพขายผลไม้ อยู่บริเวณวัดกู้ ช่วงนี้เงินไม่พอ ยิ่งขายก็ยิ่งเป็นหนี้ เลยร่วมกับพวกใช้มีดปอกผลไม้ก่อเหตุดังกล่าว
สำหรับพฤติการณ์ของนายกิตติกรและเพื่อนนั้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ขี่รถ จักรยานยนยามาฮ่า แสลด พยายามชิงทรัพย์กระเป๋าสะพายผู้หญิง แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป เหตุเกิดที่ ซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 พื้นที่ สน.โครกคราม จากนั้นได้ขี่รถมาพบเจอผู้ตายก่อนจะฆ่าชิงโทรศัพท์ไอโฟนไป เหตุเกิดซอยเดียวกัน ยังไม่หนำใจยังขี่รถไปชิงทรัพย์ โทรศัพท์ ไอโฟน 5 จากหญิงสาว ที่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 พื้นที่ สน.โชคชัย ต่อเนื่องอีก ก็เข้าชิงทรัพย์กระเป๋าถือจากหญิงสาวอีกราย ได้เงินไป 5,000 บาท โดยไม่รู้สึกอะไรเลยว่าตนเองเพิ่งก่อเหตุโหดฆ่าคนตายมาก่อนหน้านั้น
นายสุพัฒชัย จันทร์ศรี อายุ 25 ปี คนขี่จักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รายงานเบื้องต้นระบุว่า หลังก่อเหตุในคืนวันที่ 4 ม.ค. นายสุพัฒชัยหลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อน ที่อ.บางกระสอ จ.นนทบุรีนายสุพัฒชัย ให้การว่า “พอมันควักมีด ผมเดินไปห้ามมัน”
เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
