- 13 ม.ค. 2560
วิญญาณ "น้องหญิง" เหยื่อแก๊งตำรวจอุ้มสังหารโหด เข้าสิงแม่ขณะทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ ตะโกะลั่น นางสาวกรรณิการ์ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด
จากเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ได้ปรากฏเรื่องราวของ นางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง อายุ 46 ปี แม่ของนางสาวสุภัคสรณ์ พลไทสง พร้อมด้วยญาติที่ได้เดินทางมาที่รีสอร์ทร้าง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จุดที่พบศพ เพื่อไปประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของนางสาวสุภัคสรณ์กลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งก่อนที่จะได้เริ่มประกอบพิธีนั้น จู่ ๆ แม่ของนางสาวสุภัคสรณ์ ก็กรีดร้องเสียงดัง พร้อมด้วยอาการตัวสั่น คล้ายถูกวิญญาณเข้าสิง ก่อนจะพูดแทนตัวเองว่าหนู พร้อมพูดกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวว่า "เขาทำกับหนูสารพัดเลย หนูจะจองล้างจองผลาญ ดาวเป็นคนบงการบอกให้เขาทำหนู"
นอกจากนั้นยังบอกให้ญาติช่วยพากลับบ้านเพราะไม่อยากอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้ ทำให้ญาติที่มาด้วยต้องรีบเข้าไปประคองร่าง ก่อนจะพาไปนั่งพักเพื่อรอประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณออกจากรีสอร์ทให้เรียบร้อย ซึ่งจะนำร่างของนางสาวสุภัคสรณ์ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด
ซึ่งก่อนที่จะเดินทางกลับนั้น แม่ของนางสาวสุภัคสรณ์ที่อยู่ในอาการโศกเศร้าก็ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างเต็มที่ รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้เกือบครบทุกคนแล้ว ซึ่งตนก็อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุมาให้ครบทุกคนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกสาวของตน
ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ทำให้กลายเป็นที่พูดถึงกันเป็นจำนวนมากว่า ที่คุณแม่มีอาการคล้ายผีเข้านั้นเกิดขึ้นจริงๆหรือแค่อุปทานไปเอง เพราะเสียใจที่ลูกสาวเสียชีวิต ทีมชาวจึงได้รวบรวมข้อมูลความเป็นไปได้ และวิธีการสังเกตว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้จึงหรือไม่ ดังนี้
ข้อสังเกตกรณีการสิงร่าง การสวมร่าง และการเกิดก่อนตาย
การสิงร่าง(เข้าสิง,เข้าทรง) หมายถึง การเข้าครอบงำชั่วขณะหรือครอบงำชั่วคราวของ วิญญาณหรือพวกโอปปาติกะทั้งหลาย โดยที่วิญญาณของเจ้าของร่างยังอยู่ในร่าง เมื่อเลิกสิงก็กลับรู้สึกตัวขึ้นมาได้
การสวมร่าง คือ การที่คนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้วและมี วิญญาณของอีกคนหนึ่ง เข้ามาใช้ร่างกายนั้นแทน เช่น กรณีที่มีการสวมร่างโดยตรง คือเมื่อคนหนึ่งเสียชีวิตชัดเจนแล้วมีวิญญาณของอีกคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตแล้วเช่นกันเข้ามาสวมร่างแทนแล้วฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นจิตหรือ วิญญาณดวงใหม่มาส่วมร่างนั้นแทนจนตลอดอายุไข เป็นต้น
การเกิดก่อนตาย หรือ การสวมร่าง(ยังสรุปไม่ได้) คือ กรณีของผู้ที่จำอดีตชาติได้ที่เกิดเป็นทารกในครรภ์ ก่อนที่คนในอดีตจะเสียชีวิต ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ทารกนั้นเสียชีวิตก่อนที่วิญญาณของอีกคนหนึ่งจะเข้ามาสวมร่างแทน หรือ เพราะเหตุอื่นใดจึงได้เกิดเป็นทารกในครรภ์ก่อนที่จะเสียชีวิต
ทั้งหมดนี้เป็นกรณีที่พบจากการศึกษาผู้จำอดีตชาติได้ จึงพยายามแยกออกมาเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง และมีข้อสังเกตบางอย่างที่น่าสนใจเพื่อการศึกษาหาความจริงกันต่อไป ในภายภาคหน้า
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตกรณีของการสิงร่าง การสวมร่าง การเกิดก่อนตาย และ โอปปาติกะกำเนิด
การสิงร่าง (เข้าสิง, เข้าทรง, ครอบงำ, ผีอำ) หมายถึง การเข้าสิงหรือเข้าครอบงำชั่วขณะหรือเข้าครอบงำชั่วคราวของ วิญญาณหรือพวกโอปปาติกะทั้งหลาย โดยที่วิญญาณของเจ้าของร่างยังอยู่ในร่าง กรณีของการสิงร่างนั้นบางครั้งผู้ที่ถูกสิงจะไม่รู้สึกตัวหรือจดจำเหตุการณ์ขณะที่วิญญาณเข้าสิงร่างได้เลย แต่บางครั้งผู้ที่ถูกสิงก็รู้สึกตัวแต่ไม่สามารถควบคุมคำพูดและการกระทำของตัวเองได้
การสวมร่าง หมายถึง การที่คนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้วและมี วิญญาณของอีกคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน เข้ามาสวมร่างแทน พอตื่นฟื้นขึ้นมากลายเป็นคนละคน และจิตหรือวิญญาณดวงใหม่ที่เข้ามาสวมร่างแทนนั้นได้อาศัยร่างใหม่นี้ไปจนตลอดอายุขัย สำหรับลักษณะของการสวมร่างนี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น การสืบเกิดรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่าโอปปาติกะกำเนิด ซึ่งเป็นหนึ่งใน โยนิ ๔ หรือกำเนิด ๔ เป็นการเกิดของสัตว์รูปแบบหนึ่ง ดังปรากฏความในพระไตรปิฎก ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรความว่า
“ดูกรสารีบุตร กำเนิด ๔ ประการเหล่านี้แล ๔ ประการเป็นไฉน ? คือ อัณฑชะกำเนิด ชลาพุชะกำเนิด สังเสทชะกำเนิด โอปปาติกะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ก็อัณฑชะกำเนิดเป็นไฉน ? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ชำแรกเปลือกแห่งฟองเกิด นี้เราเรียกว่า อัณฑชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร ชลาพุชะกำเนิดเป็นไฉน ? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใด ชำแรกไส้ (มดลูก) เกิดนี้เราเรียกว่าชลาพุชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร สังเสทชะกำเนิดเป็นไฉน ? สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นใดย่อมเกิดในปลาเน่า ในซากศพเน่า ในขนมบูด หรือในน้ำครำ ในเถ้าไคล (ของสกปรก) นี้เราเรียกว่า สังเสทชะกำเนิด ดูกรสารีบุตร โอปปาติกะกำเนิดเป็นไฉน ? เทวดา สัตว์นรก มนุษย์บางจำพวก และเปรตบางจำพวกนี้เราเรียกว่า โอปปาติกะกำเนิด”
พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ / มหาสีหนาทสูตร (กำเนิด ๔)
การเกิดก่อนตาย หรือ การสวมร่าง (ยังสรุปไม่ได้) คือ กรณีของผู้ที่จำอดีตชาติได้ที่เกิดเป็นทารกในครรภ์ ก่อนที่บุคคลในอดีตชาติจะเสียชีวิต ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ทารกนั้นเสียชีวิตก่อนที่วิญญาณของอีกคนหนึ่งจะเข้ามาสวมร่างแทน หรือ เพราะเหตุอื่นใดจึงได้เกิดเป็นทารกในครรภ์ก่อนที่จะเสียชีวิต เป็นกรณีที่พบจากการศึกษาผู้จำอดีตชาติได้ จึงพยายามแยกออกมาเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง และมีข้อสังเกตบางอย่างที่น่าสนใจเพื่อการศึกษาหาความจริงกันต่อไปในภายภาคหน้า
ในส่วนของข้อสังเกตกรณี การเข้าสิง การครอบงำ หรือ การเข้าทรง
สำหรับการครอบงำ การเข้าสิง หรือ การเข้าทรง นั้น มีผลงานการศึกษาวิจัยที่ชื่อว่า “ข้อมูลประจักษ์ตายแล้วเกิด การเชิญวิญญาณเข้าทรง” ของ รศ.ดร.บุณย์ นิลเกษ อดีตอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ทำการศึกษาทดลองโดยการเชิญวิญญาณผู้เสียชีวิตให้มาสิงร่างของ “ปู่ส่าง” ซึ่งเป็นร่างทรงที่มีชื่อเสียงของ ตำบลดอยสะเก็ด อำเภอสันกำแพง (ปัจจุบันเป็นอำเภอดอยสะเก็ด) จังหวัดเชียงใหม่ แล้วให้ญาติของผู้เสียชีวิตเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ ที่เป็นของผู้เสียชีวิตและของผู้อื่นคละปนกันมาด้วย และจัดให้ญาติของผู้เสียชีวิต นั่งคละกันกับคนอื่น ๆ โดยที่ไม่ให้คนทรงทราบ ปรากฏว่าร่างทรงสามารถชี้และบอกชื่อของญาติๆ ของผู้เสียชีวิตได้ถูกต้อง เลือกสิ่งของที่เป็นของผู้เสียชีวิตได้ถูกต้อง และบอกถึงสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ร่างทรงจะทราบเรื่องราวหรือเหตุการณ์เหล่านั้นได้ เนื่องจากผู้ที่มาร่วมการทดลองมาจากหลายตำบล หลายอำเภอ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งหมด ๑๐๐ กรณีศึกษา ผลที่ได้คือทุกราย หรือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มของกรณีศึกษาที่มาร่วมการทดลอง ร่างทรงสามารถชี้และบอกชื่อของญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตได้ถูกต้อง เลือกสิ่งของที่เป็นของผู้เสียชีวิตได้ถูกต้อง บอกถึงสาเหตุการเสียชีวิต ร่วมถึงเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตได้อย่างถูกต้อง และมีอากัปกิริยาการแสดงออกคล้ายกับผู้เสียชีวิต ซึ่งจากผลงานการศึกษาวิจัยชิ้นนี้ทำให้ผู้เขียนเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่วิญญาณของผู้เสียชีวิตจะสามารถเข้าสิงร่างของเด็กได้
นอกจากผลงานวิจัยดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีการกล่าวถึงการเข้าสิงหลายแห่งในพระไตรปิฎก มีทั้ง มาร เข้าสิงคน เข้าสิงกายพรหม เข้าสิงเทพบุตร ปีศาจ(ผี) เข้าสิงภิกษุ เข้าสิงคน ยักษ์ อมนุษย์ หรือเปรตเข้าสิงคน ซึ่งคำว่า “เข้าสิง” นั้นท่านผู้แปลพระไตรปิฎกท่านแปล มาจากคำบาลีที่แตกต่างกัน
ขอบคุณข้อมูล : sites.google.com
ภาพจาก : workpointtv
