- 13 ม.ค. 2560
ปิดทางหัวหมอ!!! "ไอ้ต้อม" รับสารภาพหวังพ้นโทษประหาร อัยการพร้อมสู้เพื่อครอบครัว"มะปิน" ศาลจะเข้าใจ (รายละเอียด)
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดกลางคลองสา ต.คลองสาว อ.หลวง จ.ปทุมธานี มีพิธีฌาปนกิจศพ นายวศิน เหลืองแจ่ม หรือ น้องมะปิน อายุ 26 ปี บัณฑิตหนุ่มจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เหยื่อ "ไอ้ต้อม" นายกิตติกร วิกาหะ อายุ 26 ปี และนายสุพัฒชัย หรือเอ็กซ์ จันทร์ศรีฆาตกรโหด ฆ่าปาดคอชิงทรัพย์มือถือไอโฟน เหตุเกิดในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อกลางดึกวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มญาติสนิท เพื่อนนักศึกษา และตลอดจนพระภิกษุสงฆ์รวมแล้วกว่า 2 พันคน มาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย มี การ จัดทำรูป น้องมะปิน รูปใหญ่ จำนวนหลายภาพ และญาติ ทำหนังสือ ประวัติน้องมะปินและรูปภาพมาแจกในงาน นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของน้องมะปินอีกด้วย ยิ่งทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก
และที่บริเวณด้านหน้าเมรุ นายพรเทพ ตุ้มทอง อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะมนุษย์ศาสตร์ 1 ในแอดมิน เพจเฟซบุ๊ก " Fight For Mapin " นำกลุ่มเพื่อน ยืนถือป้ายที่ทำจากกระดาษขนาด A4 พิมพ์รูปมือถือฆ้อนและมีข้อความว่า ก่อคดีซ้ำ-ไร้สำนึกชั่วดี ไม่มีสิทธิลดโทษ เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ผู้ที่มีการกระทำความผิดซ้ำๆ คดีร้ายแรงควรถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด
นายพรเทพ กล่าวว่าพวกเราออกมาเรียกร้อง เพราะคนร้ายมีการก่อคดีมาแล้วหลายครั้ง เข้า-ออกคุกมาแล้วหลายครั้ง ควรลงโทษอย่างเด็ดขาด ฝากถึง ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้วไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกโดยที่ไม่มีการแก้ไขอะไรกันเลย
นายพรเทพ เปิดเผยกับ สำนักข่าวทีนิวส์ ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวบรายชื่อเพื่อยื่นให้ กับ สภาปฏิรูปประเทศ และ สภานิติบัญญัติฯ เพื่อแก้ไขกฎหมาย โดยคาดว่า จะสามารถยื่นได้ภายในสัปดาห์
นาย เจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดี อาญา 7 เปิดเผย ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความ ตาย ซึ่งอัตรา โทษมาตรา 339 วรรคสุดท้าย คือ ประหารชีวิต อยู่แล้ว พร้อมทั้งแจ้งข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และ ฆ่าเพื่อปกปิดการกระทำความผิด ดังนั้น โทษในคดีนี้คือการประหารชีวิต
"ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสุดท้าย ระบุว่า " ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสอง เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต"
ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพหากถึงชั้นศาลจะทำให้มีการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่นั้น ก็อาจเป็นไปได้เพราะการรับสารภาพเป็น เหตุให้ลดโทษได้ ยกเว้นสารภาพ เพราะจำนน ต่อหลักฐาน ซึ่ง คดีนี้ตนกำลังพิจารณาอยู่ว่าผู้ต้องหารับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานหรือไม่ แต่จากที่ พนักงานสอบสวนสรุปข้อเท็จจริงให้ฟังลักษณะเป็นการจำนนต่อหลักฐาน ตนก็จะบรรยายฟ้องไปด้วยโดยทางอัยการ จะสั่งฟ้องคดีนี้ไม่เกิน วันที่ 18 ม.ค. นี้.
ทั้งนี้ นายพรณรงค์ บวรชัยธรรม ทนายความ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "ประเด็นขั้นเทพ อาจารย์พรณรงค์ บวรชัยธรรม" ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวทีนิวส์ กรณีที่อาจเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาได้รับบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ดังนี้ ..
มาตรา 78 เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้
เหตุบรรเทาโทษนั้น ได้แก่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญาตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัส มีคุณความดีมาแต่ก่อน รู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานหรือให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา หรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน
จากเหตุการณ์คดีสะเทือนขวัญ ของ "มะปิน" คนร้ายคือนายกิตติกร หรือต้อม จากการตรวจสอบประวัติอาชญากร พบว่าเคยกระทำความผิดซ้ำซาก เข้าออกเรือนจำหลายครั้ง
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 60 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "ธวัชชัย ไทยเขียว" ระบุว่า...
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในสารบบหน่วยงานที่อยู่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมพบมีการกระทำความผิด 5 ครั้ง โดยผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีขณะเป็นเด็กหรือเยาวชนที่ได้ส่งตัวไปดำเนินการที่สถานพินิจฯนนทบุรี 2 คดี ส่วนที่เหลือเป็นการกระทำความผิดหลังอายุเกิน 18 ปี ดังนี้
1. เลขคดี 348/2549 ถูกจับกุมฐานความผิด "ละเมิดลิขสิทธิ์" เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2549 คดีดำ 257/2549 คดีแดง 283/2549 ศาลเยาวชนฯ จังหวัดนนทบุรี พิพากษาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 โดยคุมประพฤติ 2 ปีรายงานตัวทุก 2 เดือน ต่อมาผู้ต้องหาผิดเงื่อนไขศาลติดสินใหม่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 คุมประพฤติ 3 ปี
2. เลขคดี 793/2549 ถูกจับกุมฐานความผิด "สูดดมสารระเหย" เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2549 คดีดำ 91/2550 คดีแดง 87/2550 พิพากษาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2550 ให้คุมประพฤติ 1 ปีรายงานตัวทุก 2 เดือน
3. สถานีตำรวจอำเภอเมืองนนทบุรีจับกุมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ขณะที่อายุเกินกว่า 18 ปีในความผิด "ฐานบุกรุกทำให้เสียทรัพย์และความผิดต่อร่างกาย" ศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือนปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี จำเลยต้องขังมาพอแก่ค่าปรับแล้ว จึงได้ปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 หรือในวันเดียวกันกับวันที่พิพากษาคดี
ทั้ง 3 คดีผู้กระทำความผิดไม่ไปรายงานตัวตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด พนักงานคุมประพฤติได้รายงานการผิดเงื่อนไขดังกล่าวให้ศาลทราบ และศาลได้ออกหมายจับแล้วทั้ง 3 คดี
4. กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราปี พ.ศ. 2557 ศาลแขวงสมุทรปราการมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติทำการสืบเสาะและพินิจก่อนคำพิพากษาในโดยพนักงานคุมประพฤติเห็นว่าวิธีการคุมประพฤติไม่เหมาะสมต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาจำคุก 1 เดือนในความผิดดังกล่าวและพ้นโทษไปแล้ว
5. สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด จับกุมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ในความผิดฐาน "ผลิตและครอบครองพืชกระท่อม(ผลิตน้ำกระท่อม) ศาลจังหวัดนนทบุรี พิพากษาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ให้จำคุก 8 เดือนปรับ 12,500 บาทให้จำคุกรอไว้ 2 ปี แต่จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษปรับแล้ว จึงได้ปล่อยตัวไป 14 ธันวาคม 2559 หรือในวันเดียวกันกับวันที่พิพากษา
เส้นทางชีวิตของ "ไอ้ต้อม" กับความโหดร้ายที่ก่อคดีมาแล้วหลายครั้ง คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในซังเต ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ไม่สำนึกในการกระทำของตนเอง ได้รับโอกาสออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ก็ยังเลือกหวนกลับในวิถีทางโจรเช่นเดิม และยิ่งเพิ่มความโหดร้าย ฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย แบบนี้ปุถุชนคนสุจริต จะใช้ชีวิตในสังคมอย่างสงบสุขอย่างไร หาก "ไอ้ต้อม" ได้รับการลดโทษปล่อยตัวออกมาอยู่ในสังคมอีกครั้ง
เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ เฟซบุ๊ก"Fight For Mapin" , "ประเด็นขั้นเทพ อาจารย์พรณรงค์ บวรชัยธรรม","ธวัชชัย ไทยเขียว"
