- 13 ม.ค. 2560
ทุกบาททุกสตางค์มีค่า !!! รีบเช็คเลย สิทธิพิเศษของผู้ประสบภัยน้ำท่วม จัดหนักจัดเต็มจริงๆ
สิทฺธิพิเศษของผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ทั้ง 12 จังหวัดภาคใต้นั้น วันนี้ทางสำนักข่าวทีนิวส์ ได้รวบรวมข่อมูล มาให้ได้ทราบและรีบเช็คสิทธิกัน ของหน่วยงานหลักๆที่สำคัญที่ช่วยเหลือ 3 หน่วยงาน ดังนี้
- หน่วยงาน คปภ.หรือ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
- หน่วยงาน สปส.หรือ สำนักงานประกันสังคม
- หน่วยงาน ธนาคาร กสิกรไทย
หน่วยงาน คปภ.หรือ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีมาตรการด้านประกันภัยเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมดังนี้
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจการประกันภัย หรือ (คปภ.) ได้เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักหลายวัน ในพื้นที่ภาคใต้นั้น ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมเฉียบพลัน ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คือ จังหวัดพัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ ในพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อชีวิต บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางสำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้มีการช่วยเหลือ มาตรการต่างๆ เพื่อเป็นการใช้งานของระบบประกันภัยในการช่วยเหลือประชาชนแบบบูรณาการให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และนอกเหนือจากนี้ ยังได้มีหนังสือสั่งการไปยังสำนักงาน คปภ.ภาค 8 คือที่จังหวัด สุราษฎร์ธานี ภาค 9 จังหวัด สงขลา ที่ดูแลพื้นที่ประกันในเขต 12 จังหวัดภาคใต้ให้ดำเนินการช่วยเหลือไปแล้ว สำนักงานคปภ.ยังได้เพิ่ม มาตรการด้านประกันภัยเพื่อเร่งบูรณาการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ตามรายละเอียด 2 มาตรการ ดังนี้
มาตรการที่ 1 คือการแต่งตั้งคณะทำงานช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคณะทำงานที่ประกอบไปด้วย ตัวแทนของสำนักงาน คปภ.และตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อประสานความร่วมมือด้านข้อมูลการจัดทำประกันภัยของผู้ประสบภัย ประสานงานการสำรวจภัยและการประเมินความเสียหาย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย ประสานติดตาม เร่งรัด ให้มีการชดใช้ค่าสินทดแทน รวดเร็ว ถูกต้องและเป็นธรรม รวมทั้งประสานให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในครั้งนี้
สำหรับมาตรการที่ 2 ที่ได้เริ่มดำเนินการแล้วคือการสั่งการให้บริษัทประกันภัยสรุปรายงานความเสียหายและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ส่งให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคปภ.ทุกวันศุกร์ ทางอีเมล์ พร้อมจัดส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและเบอร์ติดต่อ บริษัทละ 2 คน ทั้งนี้เพื่อให้การประสานงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่ทำประกันภัยไว้ โดยข้อมูล(วันที่ 12 มกราคม 2560) ตามที่บริษัทประกันภัยรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับความเสียหายของรถยนต์ที่ทำประกันภัยไว้มีจำนวน 749 คัน ประเมินความเสียหายประมาณ 94.78 ล้านบาท
โดยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน 12 จังหวัดภาคใต้ เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งประเทศไม่อาจนิ่งดูดาย สำนักงานคปภ.จะใช้สรรพกำลังและเครือข่ายภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้อย่างเต็มที่
ทางด้าน สปส.หรือ สำนักงานประกันสังคม
ได้ออกมาตรการช่วยเหลือนายจ้างลูกจ้างที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนลง 2% เป็นเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค 60. พร้อมเสนอร่างกฎกระทรวงรับประโยชน์ทดแทนกรณีเหตุสุดวิสัย มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 180 วัน
โดยในทั้งนี้ หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงานในฐานะประธานกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่าคณะกรรมการประกันสังคมในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 มีมติให้ลดอัตราเงินสมทบและขยายเวลาการนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้กับนายจ้างลูกจ้างที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ดังนี้
1. ลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง ลูกจ้าง ในเขตพื้นที่อุทกภัย 12 จังหวัดภาคใต้ ฝ่ายละร้อยละ 2 (จากเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 เหลือฝ่ายละร้อยละ 3) เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2560
1.1 นายจ้าง/ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จ่ายฝ่ายละร้อยละ 3
1.2 ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จ่ายเดือนละ 288 บาท
2. ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนของเดือนมกราคม – มีนาคม 2560 โดยไม่เสียเงินเพิ่ม
หมายเหตุ 12 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง และประจวบคีรีขันธ์
3. สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย พ.ศ.2560 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ไม่สามารถทำงานได้หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายวัน ทั้งนี้ไม่เกิน 180 วัน โดยสำนักงานประกันสังคมจะได้เร่งดำเนินการเพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนามในกฎกระทรวง ฯ ดังกล่าวต่อไป
หมายเหตุ “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย หรือธรณีพิบัติภัย ตลอดจนภัยอื่น ๆอันเกิดจากธรรมชาติ ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนและถึงขนาดผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ
ส่วนทางด้านธนาคาร กสิกรไทย นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่มีเงินฝากและอาศัย อยู่ในเขต 12 จังหวัดภาตใต้ ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมนั้นทางธนาคาร ได้ช่วยเหลือคือให้ พักชำระเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน รวมถึงการขยายเทอมตั๋วสัญญาใช้เงินและวงเงินการค้าต่างประเทศ และหากสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ลูกค้าที่ต้องการวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ เครื่องจักร รวมถึงชดเชยสต็อกสินค้าที่เสียหายจากอุทกภัย ธนาคารจะพิจารณาให้วงเงินกู้ โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และไม่ต้องประเมินราคาหลักประกันใหม่ โดยสามารถขอวงเงินได้ไม่เกิน วันที่ 31 มีนาคม
ส่วนสำหรับประชาชนที่อยากจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ก็สามารถร่วมบริจาคเงินสด ได้ที่ บัญชี เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย เลขที่ 302-2-882151 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานนทบุรี และสามารถบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ได้ที่สำนักข่าวทีนิวส์ ถ.ประชาราษฏร์สาย 1 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี
ในท้ายนี้ทางผู้เขียนขอให้กำลังใจทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง จิตอาสา ตำรวจ ทหาร องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ทุกฝ่าย ที่ไม่ทิ้งกัน นี่แหละคือน้ำใจที่คนไทยไม่เคยทิ้งกัน
