พสกนิกรน้ำตาซึม!!! “ในหลวงรัชกาลที่10”  โปรดเกล้า “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ” พระราชทานถุงยังชีพ ทรงรับสั่งทำกันจนเช้า จะช่วยตลอดเวลา

(13 ม.ค.2560) เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ไปยังศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ปร

(13 ม.ค.2560) เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ไปยังศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยส่วนหน้า ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายในโรงเรียนบางสะพานวิทยา อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงฟังการกราบทูลรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีฝนตกสะสมและมีฝนตกหนักมาก บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ระหว่างวันที่ 8 และ 9 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตก ตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ไหลบ่าลงสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ถนน สะพาน และแหล่งน้ำ รวมทั้งบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย มีพื้นที่ประสบภัยรวม 7 ตำบล 71 หมู่บ้าน 21,532 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน 65,691 คน มีผู้เสียชีวิต 6 คน ปัจจุบันน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลดลงเกือบทั้งหมด คงเหลือเพียงในพื้นที่ลุ่มต่ำและสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ภายใน 1 ถึง 2 วัน หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม ซึ่งได้รับความเสียหายคอสะพานชำรุด อยู่ในระหว่างดำเนินการซ่อมแซม ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นบางช่วง ในการนี้ ได้พระราชทานถุงชีพแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน และมีพระดำรัสเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย

พสกนิกรน้ำตาซึม!!! “ในหลวงรัชกาลที่10”  โปรดเกล้า “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ” พระราชทานถุงยังชีพ ทรงรับสั่งทำกันจนเช้า จะช่วยตลอดเวลา

จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่โปรดให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกรและเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าและโรงพยาบาลโพธาราม ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชน มีผู้ไปรับบริการจำนวน 111 คน ส่วนใหญ่มีอาการเกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ และโรคผิวหนัง สำหรับการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ประสานกำลังจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกำลังทหารทุกหน่วยในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามแผนที่กำหนดไว้ โดยได้ดำเนินการอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย และอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือติดค้างอยู่ในพื้นที่ ดำเนินการสำรวจความเสียหายบ้านเรือนราษฎรและสิ่งสาธารณประโยชน์ อาทิ ถนน และสะพาน เพื่อดำเนินการซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ ส่วนขั้นตอนการเยียวยาและฟื้นฟู ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสำรวจ เพื่อจัดทำโครงการให้การช่วยเหลือต่อไป โดยจะนำสภาพปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นไปศึกษาหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางสะพาน อย่างยั่งยืนต่อไป

 

พสกนิกรน้ำตาซึม!!! “ในหลวงรัชกาลที่10”  โปรดเกล้า “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ” พระราชทานถุงยังชีพ ทรงรับสั่งทำกันจนเช้า จะช่วยตลอดเวลา

 

พสกนิกรน้ำตาซึม!!! “ในหลวงรัชกาลที่10”  โปรดเกล้า “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ” พระราชทานถุงยังชีพ ทรงรับสั่งทำกันจนเช้า จะช่วยตลอดเวลา

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://122.155.92.12/centerweb/VOD/VODList?VN01_CatID=11

 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ระบุว่าเมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค. ผมและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.หมาดไทย ในฐานะ ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาส่วนกลาง ได้เข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์ โดยได้ถวายรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยระดับสาม ฉะนั้นเป็นเรื่องของการบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีมาร่วมตรงนี้ด้วย และวันนี้จะมีการประชุมที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริงและทั่วถึง

 

นายกฯ กล่าวว่า พระองค์ท่านยังได้พระราชทานลายพระหัตถ์มาว่า ‘ด้วยความรักและห่วงใย ขอเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนา เพื่อขวัญที่ดี จิตใจ และร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุข และมั่นคงของชาติ’ และทรงลงพระปรมาภิไธยลงมา แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงห่วงใยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการทุกภาคส่วนที่ลงไปช่วยกัน และพระราชทานกำลังใจให้ทุกคนด้วย ให้อดทน และเข้าใจว่าเราจะต้องอยู่กับน้ำอย่างไร ซึ่งผมตีความหมายได้ว่า เราจะต้องเรียนรู้ เพราะสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง พระองค์ท่านทรงรับสั่งมา เพราะฉะนั้นเราจะต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ในวันข้างหน้าอีก ดังนั้นเราจะต้องเตรียมการให้พร้อม

 

พสกนิกรน้ำตาซึม!!! “ในหลวงรัชกาลที่10”  โปรดเกล้า “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ” พระราชทานถุงยังชีพ ทรงรับสั่งทำกันจนเช้า จะช่วยตลอดเวลา

 

สิ่งที่ผมอยากจะฝากพวกเราคือ ขอให้ทุกคนนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านและพระบารมีของพระองค์ท่านไปให้พี่น้องชาวใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย และขอให้ทำหน้าที่เป็นทูตปรองดองของรัฐบาล คำว่าปรองดองของรัฐบาล ก็คือเราไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความแตกต่างในเรื่องอัตลักษณ์ อย่าทำอะไรที่ผิดเพี้ยน และอย่าทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาโดยเด็ดขาด

 

ขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา อาจจะมีพายุที่ก่อตัวในประเทศเพื่อนบ้าน และจะเคลื่อนเข้ามาในไทย แต่หวังว่าจะไม่ทำให้เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เราจำเป็นต้องดูแลระบบการระบายน้ำ ทั้งโครงการพระราชดำริต่างๆ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้ว ตามแนวทางที่มีอยู่ในหลายจังหวัดที่ยังไม่ได้ทำมาดู ซึ่งปัญหาสิ่งหนึ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับประชาชนและสิ่งก่อสร้างต่างๆ กีดขวางทางน้ำทั้งหมด ทั้งถนน ที่พักอาศัย ซึ่งเราจะต้องดูให้รอบคอบว่าทำอย่างไรให้เดือดร้อนน้อยที่สุด เพื่อการระบายน้ำจะได้ลงสู่ทะเลอย่างมากที่สุด

 

นอกจากนี้ พระองค์ท่านรับสั่งด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ท่านพระราชทานแนวทางไว้หลายอย่างในช่วง 70 ปีครองราชย์ จึงอยากให้นำมาใช้และปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านได้ศึกษาค้นคว้าและทดลองมาหมดแล้ว รัฐบาลนี้จะน้อมนำ รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมในการดำเนินการต่อไป ให้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่งที่รับสั่งลงมา รวมทั้งพระองค์ท่านรับสั่งว่า ถ้ามีอะไรที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้ ก็จะช่วยควบคู่ไปกับการช่วยเหลือของรัฐบาล สรุปว่าจะเดินไปด้วยกันทั้งหมด ทั้งสถาบัน รัฐบาล และประชาชน ข้าราชการต้องเข้มแข็งและประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

 

ถือว่าเป็นสิริมงคลกับพวกเราทุกคน ข้าราชการเป็นกำลังใจ ซึ่งพระองค์ท่านทรงทราบดีว่าทุกคนเหน็ดเหนื่อย เสียสละ อดทนในการช่วยเหลือ ประชาชนก็เช่นกัน ต้องอดทนกับความยากลำบาก แต่ถ้าเราไม่แก้ไขอะไรเลย ยังทำลายป่า สร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ ไม่ทำตามกฎหมายผังเมือง ทำผิดกฎหมายการควบคุมอาคาร ก็จะกลายเป็นปัญหาของประเทศทั้งสิ้น ซึ่งผมจะสั่งการอีก ทั้งในที่ประชุม ครม. ให้เกิดความร่วมมือ และทำอย่างไรให้ประชาชนรู้ว่าจุดใดคือทางน้ำไหลในทุกจังหวัดและพื้นที่ ถ้ากำหนดแล้วทุกคนต้องระวัง อย่าก่อสร้างอะไรผิดระเบียบ ผิดกฎหมายในเส้นทางนั้นๆ จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น

 

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ปัตตานี และนราธิวาส ยังคงมีสถานการณ์ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 76 อำเภอ 455 ตำบล 3,672 หมู่บ้าน

โดยที่ จ.พัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอเขาชัยสน และอำเภอบางแก้ว รวม 13 ตำบล 175 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,274 ครัวเรือน 64,018 คน อพยพ 234 ครัวเรือน 849 คน ผู้เสียชีวิต 5 ราย จ.สงขลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนเนียง อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ และอำเภอระโนด รวม 17 ตำบล 86 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,880 ครัวเรือน 26,715 คน อพยพ 19 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย

นายฉัตรชัยกล่าวว่า จ.ตรัง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ และอำเภอกันตัง รวม 44 ตำบล 7 เทศบาล 217 หมู่บ้าน 16 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,891 ครัวเรือน อพยพ 806 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.สุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 17 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอบ้านนาสาร อำเภอดอนสัก อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอท่าชนะ อำเภอเกาะสมุย อำเภอไชยา อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอชัยบุรี อำเภอเกาะพะงัน อำเภอท่าฉาง อำเภอพระแสง อำเภอวิภาวดี อำเภอเวียงสระ อำเภอพนม อำเภอพุนพิน และอำเภอเคียนซา รวม 97 ตำบล 700 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 79,125 ครัวเรือน 230,981 คน ประชาชนอพยพ 203 ครัวเรือน 725 คน ผู้เสียชีวิต 6 ราย
 

ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 23 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอทุ่งสง อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล อำเภอนาบอน อำเภอพิปูน อำเภอช้างกลาง อำเภอฉวาง อำเภอนบพิตำ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอขนอม อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา อำเภอบางขัน อำเภอปากพนัง อำเภอถ้ำพรรณรา อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอหัวไทร และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ รวม 163 ตำบล 1,489 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 247,304 ครัวเรือน 795,304 คน ผู้เสียชีวิต 9 ราย

จ.ชุมพร มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งตะโก อำเภอพะโต๊ะ อำเภอหลังสวน อำเภอละแม อำเภอสวี อำเภอเมืองชุมพร อำเภอปะทิว และอำเภอท่าแซะ รวม 64 ตำบล 643 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 22 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,060 ครัวเรือน 74,631 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย จ.กระบี่ มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนม อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา และอำเภอเกาะลันตา รวม 24 ตำบล 64 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 2 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 97 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอหัวหิน รวม 33 ตำบล 180 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,496 ครัวเรือน 55,868 คน อพยพ 105 ครัวเรือน 320 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย

 

ภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันระดับน้ำลดลงทุกจังหวัดแล้ว ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบนอำนวยความสะดวกในการสัญจรแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ รวมถึงดำเนินการซ่อมแซมถนนและสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

อธิบดี ปภ.กล่าวว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบฝนตกในภาคใต้ลดลง ทำให้สถานการณ์คลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 14-19 ม.ค.2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตอนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมมีกำลังแรง ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ ฉบับที่ 1 "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย " ระบุ ในวันที่ 15 ม.ค.2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และในช่วงวันที่ 16-18 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

อ้างอิงภาพ เพจเรารักสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทินิวส์