ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการลอยน้ำ เรือหลวงอ่างทอง ซึ่งจอดบวิเวณชายฝั่งทะเลอำเภอหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เตรียมให้เด็ก และผู้ปกครอง ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ได้เยี

หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล กองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการลอยน้ำ เรือหลวงอ่างทอง ซึ่งจอดบวิเวณชายฝั่งทะเลอำเภอหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เตรียมให้เด็ก และผู้ปกครอง ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ได้เยี่ยมชมเรือ

 

โดยนำเด็กและเยาวชนลงเรือระบายพลขนาดกลางจากท่าเรือปากแพรก-ชะอวด มายังเรือหลวงอ่างทอง ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. นอกจากนี้ยังร่วมกับชุมชน จัดกิจกรรม บริเวณเทศบาลตำบลหัวไทร ประกอบด้วย การให้บริการตัดผม, ศูนย์การบริการทางการแพทย์ และกิจกรรมอื่น ๆ เป็นต้น

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

 

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

ย้อนกลับไป ในวันที่7 มกราคม กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จะลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ และกำลังพลขึ้นรถบรรทุก เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในเวลา 06.00 น. จะมีการปล่อยขบวนรถบรรทุกชานต่ำ และรถบรรทุกใหญ่ นำเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ พร้อมอุปกรณ์ และกำลังพลช่วยผู้ประสบภัย จาก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

และในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2560 จะจัดส่งเรือหลวงอ่างทอง ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ ลำเลียงเรือผลักดันน้ำอีก 20 เครื่อง เดินทางลงพื้นที่ เพื่อนำเรือผลักดันน้ำไปช่วยผลักดันน้ำลงสู่ทะเล และเรือหลวงอ่างทองจะเป็นฐานปฏิบัติการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมสิ่งของ อาหาร ตลอดจนเป็นโรงพยาบาลสนาม และครัวสนามจะให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ประจำเรือในการลำเลียงส่งสิ่งของ และอาหารส่งให้ถึงประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง และให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้จะปฏิบัติการในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

วันที่ 9 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ  โดย กองทัพเรือ โดยหมู่เรือบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือเริ่มปฏิบัติการตามแผนการใช้กำลังในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากทะเลขึ้นสู่(From the sea) โดย เรือหลวงอ่างทอง วางตัวทางด้านทิศเหนือของแหลมตะลุมพุกประมาณ 6 ไมล์ ซึ่งอยู่บริเวณปากน้ำพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และหมู่บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2 โดย เรือหลวงกระบี่ วางกำลังใกล้บริเวณเดียวกันกับ เรือหลวงอ่างทอง เพื่อปฏิบัติตามแผนการใช้กำลังในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากทะเลขึ้นสู่ฝั่ง หรือ"From the sea" โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ ชุดแพทย์เคลื่อนที่ ชุดให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นำถุงยังชีพ ยาสามัญฯ เข้าฝั่งพื้นที่ อำเภอปากพนัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา หมู่เรือบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือปฏิบัติการครัวลอยน้ำบนเรือหลวงอ่างทอง เพื่อให้ผู้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้ทานอาหารแบบปรุงสุกได้ทานทันที เนื่องจากทางหมู่เรือฯ ได้เห็นถึงความลำบากจากอุทกภัยในพื้นที่ที่เข้าไปแจกถุงยังชีพแล้วว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ติดน้ำท่วมสูงต้องอาศัยที่สูงของบนเป็นที่พักพิง จนไม่สามารถปรุงอาหารสุกทานได้ จึงมีแนวความคิดในการปรุงอาหารจากครัวบนเรือหลวงอ่างทอง ซึ่งสามารถทำอาหารได้ปริมาณมากในการทำให้กำลังพลบนเรือทานทุกมื้ออยู่แล้ว ดำเนินการทำอาหารที่ปรุงสุกเรียบร้อยบรรจุกล่อง โดยใช้แผนการปฏิบัติการครัวสนามผลิตอาหารปรุงสุกแล้วใช้เรือ และเฮลิคอปเตอร์จากทางทะเลขึ้นสู่ฝั่งหรือ "From the sea"เข้าไปส่งให้ถึงมือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่นครศรีธรรมราชได้ทานอิ่มท้องกันอีกด้วย

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

ซับน้ำตาให้น้อง !!! ทัพเรือพาเด็กๆชมฐานปฏิบัติการลอยน้ำ  “เรือหลวงอ่างทอง” กลางทะเล (รายละเอียด)

 

เรือหลวงอ่างทอง (791) (อังกฤษ: HTMS Angthong 791) เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ลำแรกของกองทัพเรือไทย สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ และเป็นเรือในประจำการที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของของกองทัพเรือไทยในปัจจุบัน รองจาก เรือหลวงสิมิลัน และ เรือหลวงจักรีนฤเบศร

เรือหลวงอ่างทองหมายเลข 791 เป็นเรือหลวงอ่างทองลำที่ 3 ของไทย ซึ่งเรือหลวงอ่างทองลำแรกนั้น เดิมทีคือเรือพระที่นั่งมหาจักรีลำที่สอง และเรือหลวงอ่างทองลำที่สอง (711) คือเรือ USS LST-924 ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา

 

 

 

โครงการจัดหาเรือหลวงอ่างทองเข้าประจำการ เป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพในระยะ 9 ปี โดยได้มีการลงนามในสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 โดย พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง โดยกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้กองทัพเรือจ้างสร้างเรือยกพลขึ้นบก เป็นเงิน 4,944 ล้านบาท

 

 

 

เรือหลวงอ่างทองนั้นได้ต่อขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก และ การขนส่งลำเลียงทางทะเล เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล

 

ในช่วงวิกฤตมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เรือผลักดันน้ำที่สร้างขึ้นโดยกรมอู่ทหารเรือ ได้ถูกน้ำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม โดยการผลักดันระบายน้ำในแม่น้ำและคูคลองต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพ ฯ และเขตปริมณฑล ให้ไหลออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขับเคลื่อนเครื่องพ่นน้ำ (Waterjet Propulsion System) ในเรือผลักดันน้ำนี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่ ในกองทัพเรือเลย แท้จริงแล้วเป็นเครื่องสูบนน้ำชนิดหนึ่งที่อาจเป็นชนิด Mixed - Flow หรือ Axial – Flow Pump ที่น้ำมาติดตั้ง ในเรือแทนระบบใบจักรเรือ (Propeller) มีใช้มานานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ในเรือตรวจการณ์น้ำของกองทัพเรือ (Patrol Boat River หรือ PBR) ซึ่งมีหน้าที่หลัก ในการตรวจตรา รักษาความปลอดภัย จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายตามลำน้ำโขง เครื่องพ่นน้ำ มีข้อดีเหนือกว่าระบบขับเคลื่อนเรือด้วยระบบใบจักรหลายประการ เช่น เรือที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องพ่นน้ำสามารถเเล่นในนน้ำตื้น (Shallow Draft) ได้ดีกว่าเพราะไม่มีส่วนประกอบยื่นออกมาจากท้ายเรือ จึงทำให้ลดเเรงต้านทานเรือ (Low Ship Resistance) ทำให้เกิดความคล่องตัวสูงขึ้น อีกทั้งประสิทธิภาพของเรือไม่ลดลง เมื่อเรือเเล่นด้วยความเร็วสูง

 

เรือผลักดันน้ำมีคุณสมบัติระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก ทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากเครื่องยนต์มีระบบกลไกความเร็ว 24.2 ลูกบาศก์เมตร ต่อนาทีและยังดึงน้ำรอบๆตัวเครื่องตามไปได้อีก 72.7 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานของเครื่องยนต์มาใช้ในการสูบน้ำช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งได้อีกด้วย

 

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์