คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

กลายเป็นคดีงัดข้อ งัดหลักฐาน ออกแฉกันซะแล้ว สำหรับคดี ที่ "นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูอ๋อย" เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยุวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 9 ม.ค.  ที่สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอขอบคุณ หลังให้ความช่วยเหลือกรณีตกเป็นผู้ต้องหาขับรถกระบะชนคนเสียชีวิต 1 ราย   ก่อนศาลตัดสินจำคุกในเรือนจำจังหวัดนครพนม เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

 

สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือน มีนาคม 2548 นางจอมทรัพย์ได้รับหมายเรียกจาก พนักงานสอบสวน สภ.นาโคน จ.นครพนม ว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.48 ตนได้ขับรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว รุ่นเคบีแซด หมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร เฉี่ยวชนคนปั่นรถจักรยานเสียชีวิต ริมถนน ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เวลาประมาณ 20.00 น. ทั้งๆ ที่ตนกำลังนอนพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่บ้าน จ.สกลนคร โดยตนก็ได้ไปตามหมายเรียกทุกครั้ง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางตำรวจยังยืนยันว่ามีพยานหลักฐาน ก่อนถูกส่งดำเนินคดีในข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย"

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

 

นางจอมทรัพย์ ต่อสู้ทางคดีมาตลอดทั้ง 3 ศาล โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง กระทั่งศาลฎีกายื่นคำตัดสินศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 3 ปี 2 เดือน  เมื่อวันที่ 24 ก.ย.56 แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษและออกจากเรีอนจำ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.58 รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ที่เรือนจำจังหวัดนครพนม ซึ่งขณะนี้ตนอายุ 54 ปี ถูกไล่ออกจากข้าราชการครู จ.สกลนคร ที่ทำงานมากว่า 31 ปี และกำลังยื่นเอกสารเพื่อขอกลับมารับราชการ แต่ต้องรอคำสั่งจากศาล  ทำให้สภาพครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก

ด้าน รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.59 ศาลจังหวัดนครพนมมีคำสั่งรื้อฟื้นคดีใหม่ กระทรวงยุติธรรมเองพร้อมให้การช่วยเหลือบุคคลที่ไม่ได้กระทำความผิด เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ถูกต้อง และมีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งไม่เคยนำมาสืบพยาน เพื่อให้ศาลพิจารณาใหม่ คืนตำแหน่งหน้าที่ราชการแก่ผู้เสียหายและจ่ายเงินค่าทดแทนต่อไป

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ศาลจังหวัดนครพนม นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร พร้อมด้วยทนายความ เดินทางไปยังศาลพื่อกำหนดวันนัดสืบพยานในคดีรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4  โดยศาลจังหวัดนครพนมได้นัดสืบพยานทั้งสองฝ่ายในระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ.นี้

 

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

 

ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี  เปิดเผยถึงว่า ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการรื้อฟื้นคดี กระทรวงยุติธรรมทำหน้าที่หาพยานหลักฐานใหม่ที่เชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาล ที่ตัดสินว่าครูจอมทรัพย์มีความผิดในคดีขับรถชนคนตายจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเรื่องหลักฐานและพยานดังกล่าว เพราะอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของศาลแล้ว
        
 "ขอยืนยันกระทรวงพยายามทำหน้าที่เพื่อหยิบยื่นความเป็นธรรมให้ครูจอมทรัพย์อย่างเต็มที่ เพราะกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่บริหารจัดการและอำนวยความยุติธรรม ซึ่งแปลให้เข้าใจง่ายๆ คือ ขั้นตอนไหนของกระบวนการยุติธรรมที่เราสามารถหยิบยื่นความยุติธรรมให้ถึงมือประชาชนได้เราต้องทำ"  พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว

ส่วนกรณีที่ศาลจังหวัดนครพนม เลื่อนนัดการสืบพยานออกไปจากเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายสับ  วาปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องหาตัวจริง และนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้เห็นเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุดังกล่าวไม่ได้มาปรากฏตัวที่ศาล  พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ตนมั่นใจในการนัดสืบพยานครั้งหน้า ผู้ต้องหาตัวจริงจะต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน


เมื่อถามถึงความมั่นใจในพยานหลักฐานในส่วนของกระทรวงยุติธรรมว่ามั่นใจมากน้อนเพียงใด พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวว่า "ขอให้ดูจากรอยยิ้มตนเท่านั้นว่าเรามั่นใจมากน้อยแค่ไหน และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว ขณะนี้ตนไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพราะไม่ต้องการก้าวล่วงละเมิดในการพิจารณาของศาลอย่างเด็ดขาด และเราได้มอบหลักฐานเหล่านั้นเพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลเพื่อให้รื้อคดีพิจารณาใหม่อีกครั้งแล้ว

 

 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ  ตรวจสอบดคีดังกล่าว พล.ต.อ.ปัญญา  เปิดเผยภายหลัง เดินทางไปตรวจสอบที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม  ว่า 

"จากการตรวจสอบพบมีอะไรผิดปกติหลายอย่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ครูจอมทรัพย์เป็นแพะ  โดยมีนายสับ วาปี มารับว่าเป็นคนขับรถแทน ตรงนี้กระบวนการตรวจสอบกลับพบมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหลายอย่าง ในชั้นนี้จะให้ตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการรับเลขคดีและสืบสวนสอบสวนถึงต้นกระบวนการว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง มีใครเป็นหัวหน้ากระบวนการ ใครกระทำผิดในข้อหาใดบ้าง เชื่อว่าภายใน 2 วันทุกอย่างจะกระจ่างแน่นอน"
 

คำต่อคำ!!! "พล.ต.อ.ปัญญา"ชน"พ.ต.อ.ดุษฎี" งานนี้ต้องมีเสียรังวัดกันไปข้างหนึ่ง (รายละเอียด)

 

 

พล.ต.อ.ปัญญา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษสิ่งที่เราพบการกระทำความผิดในพื้นที่จังหวัดนครพนม การร้องทุกข์กล่าวโทษมีหลายส่วน มีทั้งการให้การไม่ตรง การได้พยานหลักฐานในบางส่วนที่ไม่ถูกต้อง เรายังตรวจสอบพบไปถึงการรับจ้างรับผิดเป็นขบวนการอยู่ ผู้เสียหายในชั้นนี้ตำรวจเราได้รับฟังข้อมูลรับลงประจำวันในชั้นต้น ก็คงจะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเรา แต่ไม่ใช่เรื่องการหมิ่นประมาท เป็นการพบขบวนการในการกระทำผิดตรงนี้

ส่วนที่ว่า ขบวนการว่าจ้างมีครูจอมทรัพย์เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น  พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่าในชั้นนี้ยังไม่แน่ใจว่าครูร่วมด้วยหรือเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ ทางตำรวจได้ข้อมูลมาว่าเป็นคนที่ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ในสถานะครูจอมทรัพย์ขณะนี้ก็เป็นไปตามที่ศาลพิพากษาอยู่ แต่การร่วมขบวนการหรือไม่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่มั่นใจว่าไปเกี่ยวข้องอย่างไรหรือไม่ ส่วนมูลเหตุทำไมครูต้องมาทำอย่างนี้เพิ่งเริ่มขอรวบรวมหลักฐานก่อน


นอกจากนี้ พล.ต.ปัญญา ยังได้ระบุุว่าขบวนการกระทำผิดดังกล่าวมีอดีต ส.ว.จังหวัดมุกดาหาร เป็นหัวหน้าขบวนการ  และทำกันมานานหลายปีในพื้นที่อีสาน ทำมาแล้วหลายคดี บางคดีก็สำเร็จ บางคดีไม่สำเร็จ มีการร้องเรียนกันก็หลายคดี ราคาว่าจ้างกันอยู่คดีละประมาณ 2-3 แสนบาท และในวันนี้ได้เรียกสอบปากคำอดีต ส.ว.ในฐานะพยาน โดยขบวนการนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 คน แต่ไม่ได้รวมครูจอมทรัพย์ โดยมีการวางแผนมาแล้วหลายปีตั้งแต่ปี 56 ตั้งแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องแล้ว แต่เมื่อถึงศาลฎีกาศาลพิพากษากลับให้จำคุก ก็มีการต่อสู้กันมา ภาวนาอย่าให้ครูจอมทรัพย์เกี่ยวข้องกับการจัดฉากครั้งนี้ เพราะจะได้ขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้หมดไป" พล.ต.อ.ปัญญากล่าว

 ไม่เพียงเท่านั้น พล.ต.อ.ปัญญา ยังได้ระบุอีกว่า จากตรวจสอบพบว่าช่วงปลายปี 2556 หลังศาลฏีกามีคำพิพากษา นางจอมทรัพย์ แล้ว ปรากฎว่า มีกลุ่มคนจำนวน 7 คน เดินทางไปพบตำรวจภูธรเรณูนคร จังหวัดนครพนม พร้อมนำบุคคลมากล่าวอ้างว่าคือ ตัวจริงที่ขับรถชนคู่กรณีเสียชีวิต เมื่อปี 2548 ไม่ใช่ นางจอมทรัพย์ แต่ตำรวจภูธรเรณูนคร ไม่ใช่เขตพื้นที่การสอบสวน จึงได้ทำบันทึกไปที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม แต่ระหว่างนั้น กลุ่มคนทั้ง 7 ได้ไปพบกับ พันตำรวจเอกนายหนึ่ง และแสดงตัวว่าเป็นคนขับรถชน ไม่ใช่นายสัก วาปี ที่ออกมาสมอ้างแทน นางจอมทรัพย์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งได้มีการสอบปากคำชายคนแรกไว้แล้ว จึงถือเป็นอีกข้อพิรุธ

  "จากการสืบสวนภูธรภาค 4 ยังพบพิรุธ เพิ่มอีก คือ ตรวจสอบพบว่า รถยนต์ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ที่อ้างว่า นายสัก วาปี ขับชนคนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 แต่กลับไม่ปรากฏหลักฐาน ชื่อนายสัก วาปี เป็นคนครอบครองรถคันดังกล่าว ตั้งแต่ปี 47-52 จึงเป็นอีกหนึ่งในข้อพิรุธของคดีนี้"

 อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้มีข้อมูลของ ชาย 7 คนแล้ว และได้สอบปากคำชายที่มาสมอ้างเป็นคนขับรถชนคนแรก ซึ่งไม่ใช่ นายสัก วาปี แล้ว ยืนยัน ใน 1-2 วัน ความจริงจะปรากฎอย่างแน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วคงต้องอดใจรออีกไม่เท่าไหร่ ที่ความจริงของเรื่องนี้จะปรากฎออกมาให้เห็นกันชัดๆว่า เรื่องนี้ใครเป็น "แพะ" หรือ เป็น "แกะ"กันแน่

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์  สำนักข่าวทีนิวส์