- 19 ม.ค. 2560
เกิดเป็นกระแสขึ้นอีกครั้งหลังทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายสายชนที่ประชาชนรู้จักกันดีจากคดี 7 โจ๋รุมฆ่าชายพิการส่งขนมปัง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจที่ชื่อว่า อนันต์ชัย ไชยเดช - กฎหมายอนันต์ชัย ไชยเดช บจก
เกิดเป็นกระแสขึ้นอีกครั้งหลังทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายสายชนที่ประชาชนรู้จักกันดีจากคดี 7 โจ๋รุมฆ่าชายพิการส่งขนมปัง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจที่ชื่อว่า
อนันต์ชัย ไชยเดช - กฎหมายอนันต์ชัย ไชยเดช บจก โดยเนื้อหาระบุว่า...
"ช่วยด้วยครับ...!!! ช่วยรักษาสมบัติของชาติด้วยครับ...!!! วันนี้(18 มกราคม 2560) ผมได้ไปพบเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ท่านปรารภกับผมว่า...รู้สึกเป็นกังวลกับการที่ทางราชการให้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ มีการระเบิดหินในระยะ 1,700 เมตร ของบริษัทปูนแห่งหนึ่ง...หวั่น ภาพจำหลักสมัยทวารวดีจะถูกทำลาย...ซึ่งไม่เป็นไปตามที่กรมทรัพยากรธรณีและกรมศิลปากรเคยแจ้งให้อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ทราบว่า...ในรัศมี 2,000 เมตร รอบบริเวณวัด กรมทรัพยากรธรณีจะไม่ออกประทานบัตรให้แก่ผู้ใด แต่จากข้อเท็จจริง...ปรากฎว่าในรัศมี 280 เมตร และ 1,500 เมตร มีการขอประทานบัตร ส่วนอีก 1,700 เมตร ทางราชการกลับออกประทานบัตรการทำเหมืองแร่ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง...ตกลงแล้วในรัศมี 2,000 เมตร ที่ทางกรมทรัพยากรธรณีและกรมศิลปกรได้มีหนังสือถึงอดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์นั้นทำได้จริงหรือไม่?...ต้องถามกรมทรัพยากรธรณีกับกรมศิลปกรครับว่า...ในรัศมี 280 เมตร และ 1,500 เมตร จะออกประทานบัตรให้หรือไม่ และในรัศมี 1,700 เมตร กรมทรัพยากรธรณีออกประธานบัตรการทำเหมืองแร่ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้หรือไม่?...และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?...ช่วยอธิบายหน่อยครับ...!!! ผมอยากเรียนให้ประชาชนทั้งประเทศทราบว่า...วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีรูปสลักแบบนูนต่ำ ได้สร้างขึ้นโดยฝีมือช่างสมัยทวารวดีตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 อายุประมาณพันกว่าปี เป็นภาพสลักผนังถ้ำที่สำคัญมาก เป็นรูปพระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ แวดล้อมด้วยปวงเทวดาอื่นๆ ถือกันว่างามที่สุดในบรรดาภาพสลักผนังถ้ำในประเทศไทย ในปีพุทธศักราช 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมอาจารย์และพระสหาย เพื่อมาศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ในอดีตวัดถ้ำพระโพธิสัตว์แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสต้นและทรงสลักอักษรพระนามย่อ จ.ป.ร. ร.ศ. 115(พ.ศ. 2439) ที่น้ำตกบริเวณถ้ำไว้ด้วย ผมอยากวิงวอนให้ประชาชนทั้งประเทศ สื่อมวลชนทุกแขนง สังคมออนไลน์ โปรดช่วยกันรักษาสมบัติของชาติและของโลก อย่าให้ถูกทำลายนะครับ ผมคนหนึ่งจะไม่ยอมให้สมบัติของชาติถูกทำลายเช่นกัน ช่วยกันแชร์ให้เยอะๆ นะครับ…!!! อนันต์ชัย ไชยเดช (ทนายเปี๊ยก)"
ถ้ำพระโพธิสัตว์ มีภาพสลักนูนต่ำในวัฒนธรรมทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 โดยเป็นภาพพระพุทธเจ้ากำลังเทศนาโปรดเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ 2 องค์คือ พระศิวะและพระนารายณ์ ด้านรูปแบบรับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ-หลังคุปตะ มีอายุร่วมสมัยกับพระพุทธรูปศิลาขาวที่พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ที่สำคัญมากคือเป็นภาพสลักที่มีพระพุทธเจ้าและเทพเจ้าในศาสนาฮินดูอยู่ร่วมกันที่เก่าแก่ที่สุดในไทย โดยอาจตีความได้ถึงการแข่งขันกันระหว่างศาสนา หรือในทางกลับกัน อาจเป็นการผสมผสานด้านความเชื่อก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานที่ทำให้ทราบว่าผู้คนในยุคทวารวดีมีการใช้ถ้ำเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีหลงเหลือเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น หากถูกทำลายไป ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ ก็ถือว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ถ้ำพระโพธิสัตว์มีอีกชื่อหนึ่งว่าถ้ำเขาน้ำพุ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 29 วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2506 มีข้อมูลบันทึกถึงการค้นพบและรายละเอียดอื่นๆ ในทะเบียนโบราณวัตถุสถานทั่วราชอาณาจักร พ.ศ.2516 ของกรมศิลปากร โดยศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม ซึ่งในขณะนั้นยังรับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร
ตามประวัติระบุว่า แรกพบถ้ำนี้มีผู้พบเครื่องมือหินที่แสดงให้เห็นว่ามีคนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์และยุคต้นประวัติศาสตร์อยู่อาศัย แต่สิ่งที่โดดเด่นที่แสดงให้เห็นว่าเป็นศาสนสถานสำคัญคือ ภาพสลักนูนต่ำบนผนังถ้ำ ที่มีรูปพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท มีรูปพระอิศวร (ศิวะ) พระนารายณ์ (วิษณุ) เรียงแถวต่อมาในลักษณะแสดงความอ่อนน้อม รวมทั้งมีภาพเทวดาเหาะและนั่งแสดงความเคารพ ลักษณะศิลปกรรมฝีมือช่างเป็นแบบทวารวดี ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษศรีศักรให้ความเห็นว่า จากรายละเอียดต่างๆ ของภาพสลักที่แสดงการห้อยพระบาทของพระพุทธรูปและทรงผมของพระศิวะ รวมทั้งมงกุฎและท่ายืนของพระวิษณุ แสดงให้เห็นว่าผู้สลักไม่ใช่ช่างในท้องถิ่น แต่เป็นผู้มีความรู้ด้านศิลปะและสุนทรียศาสตร์มากพอสมควร ซึ่งในเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบการอนุญาตประทานบัตรให้กับบริษัทเอกชนอย่างเร่งด่วน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความไม่สบายใจกับประชาชนแล้ว ถ้าหากว่ามีการชำรุดเสียหายของศิลปะ โบราณวัตถุภายในวัดขึ้นมาจะทำให้สมบัติของชาติถูกทำลายไปด้วย
เรียบเรียง : สุกันยา ทีนิวส์
