- 19 ม.ค. 2560
โผล่มาได้ไง "นายอุบล" พยานปากเอก.....จะทำ "ครูจอมทรัพย์" เป็นคนร้ายตัวจริง (รายละเอียด)
จากกรณีคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถูกศาลพิพากษาตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548 โดยถูกจำคุกนาน 1 ปี 6 เดือน ก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษ และต่อมาได้เข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรมว่าไม่ได้กระทำความผิด เดินหน้าขอรื้อฟื้นคดี และอยู่ในขั้นตอนศาลจังหวัดนครพนมนัดการสืบพยานนั้น โดยล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมานั้น ได้มีอีกตัวละครสำคัญที่เข้ามาเป็นประเด็นของคดีนี้ โดยเมื่อวานที่ผ่านมานั้น นายอุบล ไชยบัญ อายุ 64 ปี ชาวบ้านแก้ง ต.คำปลาหลาย อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร พยานปากสำคัญคนใหม่ในคดีจับแพะชนแกะ นายอุบลคือคนซื้อรถต่อจากนายสับ วาปี คนที่บอกว่าตัวเองขับรถชนคนขี่จักรยานตาย แต่นายอุบลยืนยันว่าซื้อรถจากนายสับมาตั้งแต่ปี 2546-2547 จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายสับจะเอารถไปก่อเหตุในปี 2548 พร้อมยืนยันมีใบคู่มือรถที่เป็นชื่อของตัวเองก่อนเกิดเหตุด้วย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า นายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี อยู่ที่ อ.เมืองมุกดาหาร ได้ซื้อรถกระบะ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร มาจากนายรัน โทนแก้ว อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.กุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร ที่ซื้อมาจากนายสับ วาปี แต่ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์เอกสารครอบครองยังเป็นชื่อนายสับ โดยนายอุบลได้ใช้รถช่วงหนึ่งก่อนขายให้กับคนอื่นอีกทอด
"จากข้อมูลดังกล่าวเชื่อว่าจะเป็นหลักฐานสำคัญในการนำไปเป็นหลักฐานหักล้างกับคำกล่าวอ้างของนางจอมทรัพย์ว่าตกเป็นแพะ ไม่ได้กระทำผิดจริง และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่สร้างเรื่องช่วยเหลือนางจอมทรัพย์" แหล่งข่าวกล่าว
โดยจากคำพูดข้างต้นของนายอุบลนั้นทำให้เราย้อนไปยังข้อมูลรถที่เป็นประเด็นอยู่ ณ ขณะนี้นั้น โดยรถเจ้าปํญหาก็คือ รถป้ายทะเบียน บค 56 (รถคันที่ก่อเหตุ) ในประเทศไทยมีทั้งหมด 16 คัน ขณะนี้เหลืออยู่ 15 คัน เนื่องจากนายสับ วาปี เจ้าของทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ได้แจ้งยกเลิกป้ายทะเบียนไปตั้งแต่ปี 2552 แต่เพื่อนของครูจอมทรัพย์กลับอ้างสืบค้นพบรถคันดังกล่าว และพบว่านายสับเป็นเจ้าของรถในปี 2557
โดยเมื่อวานที่ผ่านตัวละครสำคัญอีกรายก็ได้เผยเรื่องรถที่เป็นประเด็นชึ่งขัดแย้งกับคำพูดของนาย อุบลอย่างสิ้นเชิงนั่นก็คือนาง ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 บ.นาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นของนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ วัย 61 ปี พยานในคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ที่ถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย ซึ่งนางทัศนีย์เป็นพยานสำคัญที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุไปงานบุญแจกข้าวบ้านญาติพร้อมกับเพื่อน ชื่อนางทองเรศ วงศ์ศรีชา ที่ ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม กระทั่งเวลา 19.30 น. จึงชักชวนกันกลับบ้านที่บ้านนาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม
นางทัศนีย์เล่าว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นดรีม สีขาว ทะเบียน ฉ 2744 นครพนม ออกจากบ้านงาน โดยมีนางทองเรศ เพื่อนซ้อนท้าย มาได้ประมาณ 20 เมตร มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับขับแซงนำหน้ารถตนขึ้นไป เป็นจังหวะเดียวกันที่นายเหลือ พ่อบำรุง ผู้ตาย ขี่รถจักรยานข้ามฟากมาจากอีกฝั่งหนึ่ง ขณะเดียวกันรถยนต์กระบะคันดังกล่าววิ่งพุ่งชนทางด้านขวา จนร่างของนายเหลือลอยกระเด็นตกห่างจุดชนหลายเมตร
"จากนั้นตนและนางทองเรศเห็นคนขับรถกระบะฝั่งด้านคนขับลักษณะเป็นผู้ชาย รูปร่างท้วม สวมเสื้อแขนยาวสีดำ รองเท้าหนัง เปิดประตูเดินรถมานั่งยองๆ ดูว่านายเหลือเสียชีวิตหรือไม่ แล้วก็เดินขึ้นรถขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว จำได้แม่นว่าทะเบียนก็คือ หมายเลข 56 ส่วนหมวดอักษรจะเป็น บค หรือ บต นั้นไม่แน่ใจ แต่ไม่เห็นหมวดจังหวัดและจำสีรถไม่ได้ ที่สำคัญจำได้แม่นยำว่ารถกระบะคันนี้ติดหลังคาแครี่บอย ถึงจะมืดมาก แต่หน้ารถตนเปิดไฟ จึงส่องเห็นทางด้านท้ายรถกระบะชัดเจน"
พยานปากเอกในคดีครูจอมทรัพย์กล่าวต่อว่า หลังจากเหตุการณ์ผ่านมา ก็ไม่ได้ติดตามข่าว ประมาณ 1 สัปดาห์ มีตำรวจจาก สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม มีหมายเรียกไปให้ปากคำ จึงได้เล่าเหตุการณ์ตามที่ได้เห็น แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ถามว่าคนขับชนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย กระทั่งไปขึ้นศาล แล้วศาลถามว่าคนขับเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จึงตอบว่า "เป็นผู้ชาย" ศาลจึงถามต่อว่าทำไมไม่ให้ปากคำต่อพนักงานชั้นสอบสวน ตนจึงตอบว่า เขาไม่ได้ถาม จึงไม่ได้พูดประเด็นนี้
เมื่อถามว่า เคยเห็นรถของครูจอมทรัพย์หรือไม่ นางทัศนีย์บอกว่า ไม่เคยเห็น และไม่ได้เป็นญาติกันกับครูจอมทรัพย์ ระหว่างนั้นเองได้มีรายการทีวีช่องหนึ่งโทรศัพท์มาขอสัมภาษณ์เสียงสดออกอากาศ นางทัศนีย์ก็พูดและยืนยันคำเดิมว่าคนขับรถกระบะที่ชนนายเหลือนั้นเป็นผู้ชาย เมื่อพิธีกรรายการชื่อดังถามว่านางทัศนีย์กลัวหรือไม่ที่ออกมาให้ข่าว จึงตอบกลับไปว่า "ก็กลัวถูกฆ่าอยู่เหมือนกัน" และยืนยันว่าไม่มีใครเสนอเงินให้ตนในคดีครูจอมทรัพย์แต่อย่างใด ที่ออกมาพูดเพราะเห็นใจครู และให้รายละเอียดตามข้อเท็จจริงที่ได้พบเห็นมาในคืนเกิดเหตุ
โดยในรายงานระบุว่า สำหรับประเด็นที่มีการถกเถียงกันว่าคนขับรถกระบะคันที่ชนนายเหลือเสียชีวิตนั้น เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่ได้ปรากฏอยู่ในสำนวนชั้นพนักงานสอบสวน แต่ไปปรากฏอยู่ที่ชั้นศาล โดยนางทัศนีย์ไปขึ้นศาลทั้งหมด 2 ครั้ง ยืนยันคำเดิมต่อหน้าศาลว่าคนขับเป็นผู้ชาย
โดยเมื่อวันที่ 17/01/2560 นั้นได้มีเป็นเผยจากนายเมธี แสนพินิจ หัวหน้าฝ่ายใบอนุญาตขับรถขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ออกมาชี้แจงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อ้างมีความผิดปกติในคดีครูจอมทรัพย์ โดยเฉพาะพบรถป้ายทะเบียน บค 56 (รถคันที่ก่อเหตุ) ในประเทศไทยมีทั้งหมด 16 คัน ขณะนี้เหลืออยู่ 15 คัน เนื่องจากนายสับ วาปี เจ้าของทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ได้แจ้งยกเลิกป้ายทะเบียนไปตั้งแต่ปี 2552 แต่เพื่อนของครูจอมทรัพย์กลับอ้างสืบค้นพบรถคันดังกล่าว และพบว่านายสับเป็นเจ้าของรถในปี 2557
นายเมธีกล่าวว่า ปัจจุบันรถกระบะ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ผู้ถือกรรมสิทธิ์คือ นายสับ วาปี ที่อยู่เลขที่ 46 หมู่ที่ 6 ตำบลกุดแข้ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร วันสิ้นสุดอายุ 19 ก.พ.52 ซึ่งขาดอายุเกิน 3 ปีแล้ว มีผลตามข้อกฎหมายคือทะเบียนรถคันนี้ถูกระงับการใช้รถแล้ว
"ฉะนั้น การดำเนินการในด้านอื่นๆ ยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด ผู้ครอบครองรถยังเป็นนายสับ วาปี ซึ่งรถดังกล่าวยังไม่ได้ยกเลิกทะเบียน แต่ระงับการใช้รถ และผู้ถือกรรมสิทธิ์ยังเป็นนายสับ วาปีอยู่ ซึ่งในการยื่นขอตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถกระบะดังกล่าว มีการยื่นมาตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา โดยมี พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง ร้อยเวรผู้ทำคดีครูจอมทรัพย์ทำหนังสือขอตรวจสอบเพียงรายเดียวเท่านั้น" หัวหน้าฝ่ายใบอนุญาตขับรถขนส่งจังหวัดมุกดาหารกล่าว
โดยเรายังคงจับไปตาอย่างได้กระพริบตาว่าปมคดีจอมทรัพย์นั้นจะออกหัวหรือก้อยอีกไม่นานคำตอบที่จะออกนั้นจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันในวันที่ 8-10 กพ.นี้กันต่อไป
