- 21 ม.ค. 2560
จากกรณีการสืบหาข้อเท็จจริงจากการขอรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ในคดีถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย กระทั่งศาลพิพา
จากกรณีการสืบหาข้อเท็จจริงจากการขอรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ในคดีถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย กระทั่งศาลพิพากษาให้จำคุกเมื่อปี 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน และได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 รวมเวลาจำคุก 1 ปี 6 เดือน จากนั้นได้เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมในการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ จากการตรวจสอบพบว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำความผิดจริง จนเรื่องนี้มีความชัดเจนก็ต่อเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดี
นายปรเมษฐ์ แดนดงยิ่ง อดีตทนายความของครูจอมทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ ทนายปรเมษฐ์ แดนดงยิ่งระบุว่า ใครไม่อ่านถือว่าพลาด รถยนต์กับรถจักรยานชนประสานงากันโครม แล้วรถยนต์ก็ลากครูดรถจักรยานไปตามถนน การชนอย่างรุนแรงทำให้เกิดการแลกสีกัน พบสีเขียวติดอยู่ที่ตะเกียบด้านซ้ายและบังโคลนหน้ารถจักรยาน 3 จุด แต่ละจุดสูงจากพื้นถนนแตกต่างกัน คือ 40, 55 และ 60 ซม. สภาพรถจักรยานพังเสียหาย แต่รถยนต์ของกลางเป็นสีอื่น ไม่ใช่สีเขียว มีสีเขียวอยู่เฉพาะบริเวณแผ่นป้ายทะเบียนที่ตัวอักษร ตัวเลข และขอบป้ายทะเบียนเท่านั้น
สภาพป้ายทะเบียนก็สมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยบุบยุบ จะมีก็เฉพาะร่องรอยการขูดเอาสีเขียวไปตรวจพิสูจน์เท่านั้น กระจังหน้า กันชนหน้า บังโคลนหน้า และด้านข้างของรถยนต์ก็ไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชนหรือร่องรอยของการลากครูด แล้วสีเขียวที่ติดอยู่ที่รถจักรยานมาจากไหนหว่า แล้วเวลารถจักรยานชนกับรถยนต์ที่วิ่งสวนทางกันมันไม่ชนด้านหน้าเหรอ หรือว่ารถจักรยานมีปีกเหาะไปชนบนฝากระโปรงหน้ารถยนต์แทน แต่ถึงยังไงฝากระโปรงหน้ารถยนต์ที่พบรอยครูดก็ไม่ใช่สีเขียวอยู่ดี คนก็พูดกันไปสัพเพเหระ แต่รถจักรยานกับรถยนต์มันพูดไม่ได้ ใครมีความสามารถช่วยไปถามวัตถุพยานหน่อยครับ
ขณะเดียวกัน วานนี้ ทางกระทรวงยุติธรรมนำโดย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ และคณะ เดินทางเข้ามายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าพบ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เพื่อร่วมพูดคุยกันระหว่างสองหน่วยงานก็เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนซึ่งเป็นคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากคดีดังกล่าวประชาชนเกิดความสับสนจากข้อมูลข่าวสารของทั้งสองหน่วยงาน จนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการยุติธรรมดังนั้นการพบกันของสองหน่วยงานในวันนี้จึงเป็นการหารือเพื่อทำความเข้าใจและเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนในเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าได้ขออนุญาตนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเดินทางเข้าพบคณะทำงานคดีครูจอมทรัพย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เพื่อยุติภาพความขัดแย้งระหว่างองค์กรโดยจะหารือให้ทั้งสองฝ่ายยุติการให้สัมภาษณ์ เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสนในข้อเท็จจริง โดยขอให้เอาหลักฐานไปต่อสู้กันในศาล ส่วนผลคดีจะออกมาอย่างไรให้เป็นดุลพินิจศาล
นอกจากนี้พลตำรวจเอกปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตำรวจกับกระทรวงยุติธรรมทำงานร่วมกันมาโดยตลอด และไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน ทางตำรวจมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เท่าที่สามารถรวบรวมได้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัยการหรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ก็ได้มีการประสานข้อมูลกัน เพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยยืนยันว่าตำรวจไม่ได้มุ่งร้ายต่อครูจอมทรัพย์ ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี
ขณะนี้ได้นำส่งหลักฐานเอกสารไปบางส่วนแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบ พบมีผู้เข้าร่วมขบวนการจัดฉากจำนวนหนึ่งส่วนจะมีใครบ้างนั้น ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดซึ่งในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ นี้ ศาลจะมีการนัดสืบพยานในส่วนที่เกี่ยวข้อง และทางสำนักงานตำรวจจะเข้าไปหารือกับกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง ก่อนศาลจะนัดสืบพยาน ส่วนจะตัดสินอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
อย่างไรก็ตามพันตำรวจเอก ดุษฎี อารยะวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรร กล่าวว่าย้ำว่าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมคือการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน เมื่อครูจอมทรัพย์ รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม จึงเข้ามาร้องขอให้รื้อฟื้นคดี ทางกระทรวงยุติธรรมก็ดำเนินการตามคำร้องขอของครูจอมทรัพย์ ตามที่กฎหมายอนุญาต
ซึ่งในกรณีนี้ศาลได้ตัดสินไปแล้วว่าครูจอมทรัพย์มีความผิด เมื่อมีการร้องขอขึ้นมา ทางกระทรวงยุติธรรม จึงต้องพิจารณาเข้าสู่กระบวนการรื้อฟื้นคดี ส่วนกรณีที่พบหลักฐานใหม่ว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด ซึ่งหลักฐานส่วนนี้ อาจจะทำให้สามารถกลับคำให้การของศาลฎีกาได้นั้นจะต้องมีการสืบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อน
สำหรับกรณีที่ตำรวจมีข้อมูลว่ามีขบวนการจัดฉาก เรื่องราวนี้ไม่ได้อยู่ในสำนวนการสอบสวนของกระทรวงการยุติธรรม ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย ว่าทำไมครูจอมทรัพย์ ถึงไม่ยื่นเอกสารหลักฐาน และปฏิเสธการให้ปากคำในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นเรื่องนี้ตนไม่อยากจะย้อนกลับตอบคำถามเพราะเป็นเรื่องไปในอดีต กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ในการยื่นพยานหลักฐานในการรื้อฟื้นคดีเท่านั้น โดยพยานหลักฐานต่างๆ ต้องไปพิจารณากันในขั้นศาล
ขณะเดียวกันพลตำรวจเอกเดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวว่าวันนี้ได้มีการหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางการสอบสวนคดีอาญากับตัวแทนของกระทรวงยุติธรรม โดยทางตำรวจยังยืนยันว่ายังไม่พบจุดบกพร่องของพนักงานสอบสวนในการรวมรวบพยานหลักฐานแต่อย่างใด
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม http://headshot.tnews.co.th/contents/219947/
ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ ที่มาขอกระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้นคดีอาญาใหม่ แต่วันที่ศาลนัดกลับไม่นำพยานหลักฐานมาเบิกความต่อศาล ว่า มันเป็นเรื่องปัญหาทางเทคนิค ความเข้าใจในเรื่องของพยานทางฝ่ายพยานครูจอมทรัพย์ที่เข้าใจว่าได้เบิกความในชั้นไต่สวนแล้วๆ ก็เป็นที่ยอมรับกันว่ามีการซักค้านกันเรียบร้อยแล้ว จะขอใช้พยานตัวนั้นมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นที่จะต้องเบิกความเรื่องที่มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ แต่วันที่ 8-10 ก.พ. ทุกคนพร้อมด้านหลักฐานและพยาน
สำหรับพยานสำคัญที่ทางทนายความและครูจอมทรัพย์ได้ทำบัญชีเสนอไปถึงศาลแล้ว และพยานสำคัญก็มีความพร้อมให้ปากคำกับศาลทั้ง 3 ปาก ซึ่งเราได้ตรวจสอบพยานทั้ง 3 ปากเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่ว่าจะมาไต่สวนหรือไม่ไต่สวนว่ามีความน่าเชื่อถือขนาดไหน เพราะมันผ่านชั้นนั้นมาแล้ว เราอยากจะตรวจสอบว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่ เพราะอาจจะผลต่อการกลับคำพิพากษาได้หรือไม่ เราตรวจสอบมาเรียบร้อย และมีความมั่นใจ เพราะพยานทั้ง 3 ปากเป็นพยานใหม่ ขณะนี้เรามั่นใจในหลักฐาน เพราะหลักฐานทุกอย่างเป็นหลักฐานใหม่ และสำคัญ เชื่อว่าจะทำให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ แต่จะเป็นอะไรบ้างไม่สามารถเปิดเผยตอนนี้ได้ เพราะตอนนี้มันอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลอยู่
ส่วนพยานที่เราได้มาจากการลงพื้นที่ตรวจสอบมีบางส่วนที่เป็นวัตถุพยานและพยานบุคคลใหม่ที่สอดคล้องกับทางครูจอมทรัพย์ที่หาไว้ก่อนหน้าที่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นต้องรอดูว่าศาลรับพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายว่าจะหักล้างกันได้หรือไม่ เมื่อศาลพิพากษาว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งในกรณีที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด กระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพจะต้องเข้ามาเยียวยาครูจอมทรัพย์ในด้านสิทธิต่างๆ ที่พึงได้รับต่อไป
และทางสำนักข่าวทีนิวส์ได้ทำรายงานพิเศษขึ้นมาโดยการไปสัมภาษณ์พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยใช้ชื่อตอนว่า
"ทีนิวส์" ล้วงข้อมูลเชิงลึก"รองปลัด ย.ธ. คดี“ครูจอมทรัพย์” มั่นใจหลักฐานใหม่
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
