เชื่อมั่นรัฐบาล !!! เปิดผลโพล “พล.อ.ประยุทธ์” ประชาชนให้ความหวัง ... ถึงเวลาจะต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง  (รายละเอียด)

ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อการวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ความเป็นธรรมในสังคมไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ 1,246 คน ระหว่างวันที่ 14-20 ม.ค.

ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อการวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ความเป็นธรรมในสังคมไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ 1,246 คน ระหว่างวันที่ 14-20 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 83.3 มองว่า ความเป็นธรรมของสังคมไทยวันนี้ มีน้อยถึงไม่มีเลย โดยที่ ร้อยละ 88.1 เชื่อว่า ระบบการวิ่งเต้นในกระบวนการบยุติธรรมมีจริง และร้อยละ 51.2 เชื่อว่า มีกระบวนการรับจ้างทำผิด

 

ทั้งนี้ ประชาชน เชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะเป็นที่พึ่ง เป็นความหวัง ด้านความเป็นธรรมได้ ถึงร้อยละ 89.8  และ ร้อยะละ 94.6 ระบุ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

 

 

ขณะที่ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศเรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนต่อการทำข้อตกลงปรองดอง" จาก 1,272 คน ระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 82.31 มองเรื่องการทำข้อตกลง (MOU) ในการสร้างความปรองดองว่า เป็นแนวคิดที่ดี หากทำได้จริงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อบ้านเมือง , ร้อยละ 79.25 มองว่า จะช่วยลดความขัดแย้ง ทำให้บ้านเมืองสงบสุข เดินหน้าต่อไปได้ , ร้อยละ 61.32 แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล พยายามผลักดันให้เกิดการปรองดอง และ ร้อยละ 57.55 ต้องไม่บังคับให้อิสระ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละฝ่าย

 

ขณะเดียวกัน ประชาชน ร้อยละ 76.89 มองว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปรองดองครั้งนี้สำเร็จได้คือ ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ มีความสามัคคี จริงใจในการแก้ปัญหา , ร้อยละ 75.47 ยอมรับฟังซึ่งกันและกัน ลดอคติ , ร้อยละ 73.58 เห็นแก่ชาติบ้านเมือง นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ส่วนปัญหา-อุปสรรค ที่จะทำให้การปรองดองไม่สำเร็จ ร้อยละ 80.66 ความเห็นแก่ตัว มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ , ร้อยละ 72.41 ถือทิฐิ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และร้อยละ 66.98 การยั่วยุ ปลุกปั่น โจมตี สร้างกระแส ปล่อยข่าว

 

อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 39.47 คาดหวังว่าจะปรองดองได้สำเร็จ ขณะที่ ร้อยละ  34.59 ไม่ค่อยคาดหวังว่าจะสำเร็จ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่าเราทุกคนต่างรู้ดีและต่างก็ปรารถนาว่า สักวันหนึ่งระหว่างคนไทยด้วยกันเองจะไม่มีอะไรติดค้างในใจ ไม่มีอดีตที่เจ็บปวด มีแต่อนาคตอันสดใส วันนี้เราต่างเรียกร้องการปรองดอง ซึ่งต้องรับฟังทุกฝ่าย ทั้งความเห็นตรงและความเห็นต่าง ทั้งจากนักกฎหมาย พรรคการเมือง ประชาสังคม ประชาชน ทั้งนี้ เพื่อหาคำตอบของประเทศให้ได้ว่าเราจะเดินหน้าประเทศไทยไปข้างหน้า และจะช่วยกันได้อย่างไร

 

เจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็คืออยากเห็นทุกฝ่าย รวมทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกับประชาชนทุกคน ผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริงสู่สังคมไทย และนำพาบ้านเมืองสู่ความสงบสุขและสันติ เราเสียเวลากันมามากแล้วนะครับ เราต้องจับเข่าคุยกัน แสดงความจริงใจ ความเสียสละ และแสดงความรักชาติ ที่ผมเชื่อว่ามีอยู่ในสายเลือดคนไทยทุกคน

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ช่วยกันหาแนวทางเดินหน้าประเทศด้วยความปรองดองในทุกมิติ ทั้งความคิด จิตใจ การบังคับใช้กฎหมาย และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ที่เป็นไปได้จริง แสดงให้ลูกหลานเห็นว่า ทุกปัญหามีทางออก ไม่ใช่ว่า ทุกทางออก...มีแต่ปัญหา ต้องหาให้เจอ แล้วดำเนินการให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เรารู้ว่าไม่ง่ายเหมือน พลิกฝ่ามือ แต่ก็ต้องเริ่มนับ 1 วันข้างหน้าก็จะครบ 100 หรือสมบูรณ์ในที่สุด

 

สำหรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะจัดตั้งโดยรัฐธรรมนูญโหม่ฉบับถาวร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่าน ประเทศ และส่งต่อแผนงาน โครงการที่รัฐบาลนี้ และ คสช.ได้เริ่มไว้แล้ว ไปยังรัฐบาลต่อไปอย่างไร้รอยต่อ จึงมีคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่เรียกว่า ป.ย.ป. สำหรับดำเนินการในเรื่องต่างๆ จะเป็นการวางรากฐาน การเตรียมการสู่อนาคต เพื่อให้การเดินหน้าประเทศ และการบริหารราชการแผ่นดินมีความต่อเนื่อง

 

จุดเริ่มต้นของความปรองดองคือ ความเข้าใจ อันจะนำมาซึ่งความร่วมมือเพื่ออยู่อย่างสันติสุขในอนาคต การปรองดองคือการร่วมกันคิดว่าเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป เมื่อเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ทหารไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของใคร จะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ที่ผ่านมาเมื่อทุกอย่างติดล็อกจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ อาจจะกล่าวอ้างกัน ทุกคนทราบดีแก่ใจ ก็อยากให้พิจารณาให้ลึกซึ้ง

 

 

  
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์