เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

เป็นไปได้ไง!?! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ"โกหกให้ได้

จากกรณี คดีครูจอมทรัพย์ หรือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชครู จ.สกลนคร ถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ตั้งแต่ปี 2556 และได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 หลังจากนั้นได้ออกมาร้องทุกข์ ต่อกระทรวงยุติธรรม รวบรวมหลักฐานเพื่อรื้อคดีใหม่ เนื่องจาก นางจอมทรัพย์ ยังยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตนได้อยู่กับครอบครัวที่บ้าน ที่ จ.สกลนคร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ เกิดขึ้นที่ จ.นครพนม  โดยขับรถยนต์ กระบะโตโยต้า ทะเบียน กค 56 สกลนคร ชนรถจักรยาน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิต บริเวณถนน พระซอง-เรณูนคร ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม

 

อย่างไรก็ตามความคืบหน้าอีกด้านของคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ทาง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ ที่มาขอกระทรวงยุติธรรมรื้อฟื้นคดีอาญาใหม่ แต่วันที่ศาลนัดกลับไม่นำพยานหลักฐานมาเบิกความต่อศาล ว่า มันเป็นเรื่องปัญหาทางเทคนิค ความเข้าใจในเรื่องของพยานทางฝ่ายพยานครูจอมทรัพย์ที่เข้าใจว่าได้เบิกความในชั้นไต่สวนแล้วๆ ก็เป็นที่ยอมรับกันว่ามีการซักค้านกันเรียบร้อยแล้ว จะขอใช้พยานตัวนั้นมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นที่จะต้องเบิกความเรื่องที่มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ แต่วันที่ 8-10 ก.พ. ทุกคนพร้อมด้านหลักฐานและพยาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม   ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน!!?? "พ.ต.อ.ดุษฎี"ให้ดูที่รอยยิ้ม พลิกคดีครูจอมทรัพย์ได้แน่!!!(มีคลิป) http://headshot.tnews.co.th/contents/td/220800/

ทั้งนี้ ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รวมถึง สภ.เรณูนคร ได้ออกมายืนยันหลักฐาน รวมถึงพยานเกี่ยวข้อง ว่า ในการดำเนินคดีถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และมั่นใจว่า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี  อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร ได้กระทำผิดจริง

แต่ล่าสุด จากบันทึกประจำวันของวันที่ 23 ธ.ค.2559 พบว่า ครูอ๋อง หรือนายสุริยา นวนเจริญ ได้พานายประเสริฐ รูปสะอาด อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของครูจอมทรัพย์ ไปพบพ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย รอง ผกก.สส.สภ.เรณูนคร ที่ สภ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งครูอ๋อง ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า นายสับ วาปี เป็นเจ้าของรถยนต์อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร แต่ได้ขายให้นายประเสริฐ รูปสะอาด แล้ว และนายประเสริฐก็ยอมรับเป็นคนขับรถคันดังกล่าวชนจักรยานของนายเหลือ พ่อบำรุ่ง เป็นเหตุให้นายเหลือเสียชีวิต

ส่วนการให้ปากคำครั้งที่ 2 ของนายสับ วาปี อายุ 60 ปี  ที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม พบว่าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 นายสับให้การว่าเป็นคนขับรถยนต์ กระบะอีซูซุ ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นการให้ปากคำที่ไม่ตรงกัน

โดยตำรวจยังพบหลักฐาน พยานเพิ่มอีกคือ นายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี ชาว จ.มุกดาหาร ที่ออกมายืนยันว่า รถยนต์ กค 56 มุกดาหาร ได้ซื้อมาใช้งานในช่วงปี 2547 และขายไปในปี 2550  พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีใครขับรถไปชน ในปี 2548  แต่รถคันดังกล่าวเอกสารการครอบครอง เป็นของนายสับ วาปี ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ซื้อมา เพราะสภาพรถเก่าแล้ว ซื้อขายกันธรรมดา  อย่างไรก็ตาม  นางเริม อุคำพันธ์ ภรรยา นายเสริฐ ยืนว่า สามีตนไม่ได้รับจ้างติดคุกแทนอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาเคยสอบถามกับสามีหลายครั้งแล้วและสามีตนไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้นแน่นอน

และนี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นการให้ปากคำที่ไม่ตรงกัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม  เอายังไงแน่!?! "สับ วาปี" ให้ปากคำ "คดีนางจอมทรัพย์" สองครั้งไม่ตรงกัน (รายละเอียด)

http://headshot.tnews.co.th/contents/td/221175/

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

 

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

(ครูอ๋อง)

 ซึ่งยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เมื่อแหล่งข่าวใกล้ชิดครูอ๋อง ได้เล่าว่า ครูอ๋องกับครูจอมทรัพย์ได้มาพร้อมกับนางทัศนีย์ (พยานในคดีปี 2548) แล้วมาเล่าให้พนักงานสอบสวนฟังว่า ครูอ๋องรู้ว่าคนขับรถชนคือใคร แต่ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ โดยได้ปรึกษากันว่าจะดำเนินการและหาทางช่วยครูจอมทรัพย์อย่างไร ครูอ๋องอ้างว่าได้นำเรื่องนี้ยื่นถวายฎีกาที่สำนักเลขาธิการสำนักพระราชวัง โดยกล่าวต่อว่า ในฎีการะบุว่าคนที่ขับรถไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ แต่คำพิพากษาได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ ซึ่งทางสำนักเลขาธิการสำนักพระราชวังแนะนำ ถ้ารู้ตัวผู้ต้องหา ให้นำผลของคดีไปแนบประกอบเรื่องถวายฎีกา

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า "เคยถามครูอ๋องว่ารู้ตัวคนขับแล้วหรือ ครูอ๋องบอกว่าได้ไปตามทะเบียนรถที่มีหมวดอักษรตรงกัน บค 56 มุกดาหาร เป็นกระบะ และยังสืบจากนายทะเบียนกระทั่งทราบว่าผู้ครอบครองรถชื่อ นายสับ วาปี จากนั้นจึงตามหานายสับถึงมุกดาหาร พอเจอตัว นายสับก็ยอมรับว่าเป็นเจ้าของรถคันนี้ แต่ได้ขายต่อให้นายเสริฐ รูปสะอาด ไปก่อนปี 2548 แล้ว แต่ไม่ได้โอนทะเบียน"

 

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

ครูอ๋องจึงได้ออกตามหาตัวนายเสริฐ จนพบที่บ้าน และนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้ฟัง นายเสริฐจึงสารภาพว่าเป็นคนขับรถชนคนตายเอง เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2548 ที่ผ่านมา ครูอ๋องจึงได้หารือกับพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการนายเสริฐ ข้อหาขับรถชนคนได้อย่างไร พนักงานสอบสวนจึงทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน มีหนักสือเอกสารทางราชการยืนเสนอถึง ผบก.ภ.จว.นครพนม และ ผกก.สภ.เรณูนคร ตามลำดับ เพื่อวินิจฉัยสั่งการ ภายหลังได้มีหนังสือตอบกลับจาก บก.ภ.จว.นครพนม ว่าเกินอำนาจของ สภ.เรณูนครแล้ว ทาง บก.ภ.จว.นครพนมจึงทำหนังสือสั่งการให้ สภ.นาโดน ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

แหล่งข่าวกล่าวว่า " เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2556 ครูอ๋องและนางทัศนีย์ มาพบกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เรณูนคร แต่ไม่มีนายสับมาด้วย โดยนางทัศนีย์ที่อ้างว่าเป็นคนเห็นเหตุการณ์นั้นไม่พูดอะไรสักคำ ครูอ๋องพูดอยู่คนเดียว และอ้างว่านายเสริฐก็มาด้วย แต่นั่งอยู่ที่รถไม่ได้ขึ้นมาที่ สภ.เรณูนคร"

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

(นางทัศนีย์)

 

เป็นไปได้ไง!!! รับสารภาพ ชนคนตายพร้อมกัน 2 คน "สับ-เสริฐ" โกหกให้ได้?

(นายสับ วาปี)

 

ซึ่งยังมีพยานอีกคนหนึ่ง คือ นางทองเรศ ผู้ที่บอกว่าเป็นเพื่อนกับนางทัศนีย์  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม   เพราะเหตุใด??? คำให้การของสองพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ถึงไร้น้ำหนัก คดีครูจอมทรัพย์ 

http://headshot.tnews.co.th/contents/td/220968/

 

 

 

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์