- 23 ม.ค. 2560
จ่ายยาไม่ถูกโรค!!!สมาคมยาสูบชี้แก้ร่างกม.ยาสูบที่ซองบุหรี่ ไม่ช่วยลดนักสูบ (รายละเอียด)
นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวถึงกรณีที่ร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ.ศ...ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่จะมีการแก้ไขให้ใช้ซองบุหรี่ที่ยี่ห้อให้มีสีเดียวกันหมดโดยไม่อนุญาตให้มีตราสินค้าหรือเครื่องหมายการค้าใดๆของแต่ละผู้ผลิตปรากฏอยู่ ถือเป็นเรื่องที่สุดโต่ง และมีความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
นอกจากนี้ ยังมองว่าการกำหนดเช่นนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยลดอัตราการสูบแต่อย่างใด ล่าสุดประเด็นนี้ยังเป็นประเด็นข้อพิพาทในเวทีการค้าโลกที่ออสเตรเลียกำลังโดนฟ้องจากประเทศคู่ค้าในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและอุปสรรคทางการค้า
ล่าสุดคณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกได้ออกบันทึกแจ้งไว้ในเว็บไซต์ว่ามีความจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการตัดสินในกรณีพิพาทดังกล่าวออกไปจนถึง ราวเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2560 ด้วยเหตุผลของความซับซ้อนในกรณีนี้และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสมาคมฯ มองว่าหากรัฐจะเดินหน้าไปทางนี้ ก็ควรจะต้องพิจารณาถึงประเด็นการขัดกับกฎหมายในประเทศที่มีอยู่เองหรือไม่และเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาด้วย
นางวราภรณ์ กล่าวอีกว่าก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้แสดงเป็นห่วงใน 2 มาตราของร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวอาจกระทบสิทธิผู้ประกอบการและผิดพ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นมาตรา 38 ที่กำหนดให้ รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข มีอำนาจออกประกาศเพื่อกำหนดลักษณะหีบห่อ สี สัญลักษณ์ ฉลาก รวมทั้งเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ยาสูบและอาจนำไปสู่การออกประกาศใช้ซองบุหรี่แบบเรียบซึ่งอาจกระทบสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ต่อกรณีข้อพิพาทของออสเตรเลียที่ถูกประเทศคู่ค้าฟ้องร้อง รวมถึงอินโดนีเซีย จึงเห็นว่าควรรอคำวินิจฉัยคดีก่อน
นางวราภรณ์ ยังกล่าวอีกว่า " ไม่ว่าผลคำตัดสินกรณีออสเตรเลียเป็นอย่างไร สมาคมฯขอวิงวอนให้ภาครัฐพิจารณาประเด็นนี้ให้รอบคอบที่สุด เนื่องจากซองไร้เครื่องหมายการค้าที่เหมือนกันทุกยี่ห้อเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ให้เลวร้ายลงด้วย และไม่ว่าจะเป็นปัญหาของเถื่อนหรือของปลอมที่ระบาดหนัก เนื่องจากซองที่เหมือนกันทุกยี่ห้อจะยิ่งง่ายต่อการปลอมแปลง ปัจจุบันเรามีภาพคำเตือนสุขภาพบนซองขนาดใหญ่ถึงร้อยละ 85 และข้อความข้างซองอีกร้อยละ 60 จึง ไม่มีความจำเป็นต้องไปสุดโต่งเพราะจะยิ่งสร้างปัญหาทั้งในประเทศและประเด็นการค้าระหว่างประเทศตามมา"
เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
