- 24 ม.ค. 2560
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทยทำให้ในปีที่ผ่านมามีธุรกิจที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่และเติบโตขึ้นกว่าเดิมมากที่สุดในรอบ 3 ปี และคาดว่าปีนี้จะการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา
ถือเป็นกระแสตอบรับที่ดีหลัง จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทยภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้ในปีที่ผ่านมามีธุรกิจที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่และเติบโตขึ้นกว่าเดิมมากที่สุดในรอบ 3 ปี และคาดว่าปีนี้จะการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา
หากประชาชนชาวไทยยังจำกันได้ บิ๊กตู่ ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับ โมเดลประเทศไทย 4.0 ผ่านรายการศาสตร์พระราชา โดยได้ยกตัวอย่างการเปรียบเทียบกับการใช้ประโยชน์ของโทรศัพท์ 4. แบบดังนี้
“คนที่ใช้งานเพียงเพื่อการสื่อสารพื้นฐานก็ยังคงเป็น คนไทย. 1.0 หากใช้มือถือเพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงาน ก็จะยกระดับตนเป็นคนไทย 2.0 แต่ถ้าหากสามารถใช้ “สมาร์ทโฟน” ได้ราวกับคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ“อินเตอร์เน็ต”ในการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ท่านอาจได้ชื่อว่าเป็น“คนไทย 3.0” ยิ่งกว่านั้นหากท่านสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างเครือข่าย สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นำไปสู่การผลิตด้วยความรู้เหล่านั้น แล้วท่านรู้สึกว่า“ทำงานน้อยลง แต่ได้ผลผลิตมากขึ้น” เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา แบบนี้ท่านได้ชื่อว่าเป็น “คนไทย 4.0” โดยสรุปแล้วการขับเคลื่อนประเทศสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” นั้น ไม่ได้สำคัญที่ว่า “ท่านมีอะไร?”แต่สิ่งสำคัญ คือ “ท่านใช้สิ่งที่ท่านมี อย่างไร? ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” โดยเฉพาะในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
สำหรับโมเดล 4.0 มีระบบใน 4 องค์ประกอบสำคัญคือ 1.เปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม (Traditional Farming) ในปัจจุบัน ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Smart Farming) โดยเกษตรกรต้องร่ำรวยขึ้น และเป็นเกษตรกรแบบเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) 2.เปลี่ยนจาก Traditional SMEs หรือ SMEs ที่มีอยู่ที่รัฐต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง3.เปลี่ยนจาก Traditional Services ซึ่งมีการสร้างมูลค่าค่อนข้างต่ำ ไปสู่ High Value Services และ 4.เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง
จากนโยบายดังกล่าวของ พล.ต.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา ทำให้ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 6.42 หมื่นรายและเติบโตมากขึ้นกว่าเดิมถึง 8 % มากที่สุดในรอบ 3 ปี โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 2.36 แสนล้านบาท ซึ่งลดลง 16 % ส่วนการจดทะเบียนเลิกธุรกิจทั้งปี 2559 มีจำนวน 2.09 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 10% ทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 1.48 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 95 %
อย่างไรก็ดียังได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2560 มีแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจจะเพิ่มขึ้น 3% มีปริมาณ 6.6 หมื่นราย โดยคิดเป็นมูลค่า 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2559 เนื่องจากภาวะ เศรษฐกิจในปี 60 มีแนวโน้มดีขึ้นประกอบกับภาครัฐยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสังเกตได้จากธุรกิจก่อสร้าง อหังหาริมทรัพย์ เติบโตขึ้น และที่น่าสนใจ คือ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทำให้ธุรกิจการให้คำปรึกษาด้านการจัดการเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการต้องปรับแผนบริหารการจัดการขึ้นมาใหม่ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นสนับสนุนให้ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารเพิ่มขึ้นด้วย จากการเปิดเผยของ น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ข่าวโดย chakkrit
