- 25 ม.ค. 2560
ชัดเลยใครเป็นใคร??!! ตรงเป๊ะ มติครม. 23 พ.ย.2547 ตรงเผงกับเอกสารสินบนของ"โรลส์-รอยซ์" หักจ่ายเน้นๆค่าคอมมิชชั่น 4 เปอร์เซ็นต์(รายละเอียด)
สำนักข่าวอิศราได้สืบค้นมติการประชุม ครม.ย้อนหลังในวันที่ 23 พ.ย.2547 พบว่ามีวาระการพิจารณาโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี 2548/49-2552/53 ของการบินไทย ในหนังสือด่วนที่สุดที่ คค (ปคร) 0805.4/252 ลงนามโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เสนอต่อที่ประชุม ครม.ทักษิณ ชินวัตร
โดยสาระสำคัญอยู่ที่การขออนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจ ปี 2548/49 - 2552/53 จำนวน 14 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินพิสัยไกลขนาดใหญ่มาก แบบ A380 จำนวน 6 ลำ เครื่องบินพิสัยไกลพิเศษ แบบ A340-500 จำนวน 1 ลำ เครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง แบบ A340-600 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง แบบ B777-200 ER จำนวน 6 ลำ วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 96,355 ล้านบาท โดยจะลงทุนในปี 2547/2548 จำนวน 7,818 ล้านบาท
ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีสินบนข้ามชาติจากกรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ได้ยอมรับกับสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ) ว่าได้จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ พนักงาน และอดีตผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถึง 3 ครั้งในช่วงปี 2534-2548 เป็นเงินกว่า 1,253 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อตรวจสอบกลับไปประมาณปี 2547 พบว่า การบินไทยเคยจัดหาเครื่องบิน 14 ลำ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นเครื่องโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาทด้วย ซึ่งการจัดหาเครื่องโบอิ้งดังกล่าวตรงกับเอกสารที่ทางประเทศอังกฤษเปิดเผยว่ามีการให้ สินบน
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ดังกล่าวนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2546 อนุมัติให้ดำเนินการตามแผนวิสาหกิจปี 2545/2546-2549/2550 กระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 บอร์ดการบินไทย ตัดสินใจซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ และแอร์บัส 340 (เอ340) จำนวน 2 ลำ โดยใช้เครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ ทั้งกระทรวงคมนาคม โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดหาเครื่องบินดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2547
ทั้งนี้ได้เผยผลการตรวจสอบบริษัท โรลส์-รอยซ์ เอนเนอร์จี ซิสเตม อิงค์ ได้ติดสินบนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) จำกัด (มหาชน) กว่า 11 ล้านดอลลาร์ หรือราว 385 ล้านบาทในช่วงปี 2543-2556 อีก
สำหรับเอกสารที่หน่วยงานประเทศอังกฤษเปิดเผยข้อมูลสินบนระบุว่า การบินไทยได้ซื้อเครื่องยนต์จากบริษัทโรลส์-รอยซ์ 3 ครั้ง
ครั้งแรกระหว่าง 1 มิถุนายน 2534 ถึง 30 มิถุนายน 2535 มีการจ่ายค่านายหน้าคนกลางให้หน่วยงานหนึ่ง 18.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (658 ล้านบาท) เงินดังกล่าวมีการนำไปให้เจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานของการบินไทย เพื่อโน้มน้าวให้การบินไทยซื้อเครื่องยนต์ ที 800 ทำให้ในเดือนมิถุนายนปี 2534 การบินไทยสั่งเครื่องบินโบอิ้ง 777 (บี777) จำนวน 6 ลำ และต่อมาในเดือนมีนาคมเพิ่มอีก 2 ลำ กลายเป็น 8 ลำ ซึ่ง ใช้เครื่องยนต์ ที 800 ของโรลส์-รอยซ์
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2535 ถึง 31 มีนาคม 2540 มีการจ่าย 10.38 ล้านเหรียญสหรัฐ (363 ล้านบาท) เพื่อให้นายหน้าคนกลางมีการนำเงินดังกล่าวบางส่วนให้พนักงานการบินไทย เพื่อโน้มน้าวให้มีการซื้อเครื่องยนต์ ที 800 ทำให้มีการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ ที 800 ของโรลส์-รอยซ์
ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2547 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2548 มีการจ่ายเงิน 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (252 ล้านบาท) เงินบางส่วนไปอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานการบินไทยเป็นค่านายหน้า เพื่อช่วยให้ โรลส์-รอยซ์ ขายเครื่องยนต์ที 800 ในเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ให้กับการบินไทย
แต่ทางด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีบริษัทโรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม อิงค์ ได้จ่ายสินบนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในช่วงระหว่างปี 2543 ถึง 2556 ซึ่งนายประเสริฐเองเป็น 1 ใน 3 ของผู้บริหารสูงสุดของ ปตท. ในช่วงเวลาดังกล่าวว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าวแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ปตท. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และคงจะมีผลสรุปออกเป็นระยะ สำหรับคณะกรรมการต่าง ๆ จากภายนอก และองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบต่าง ๆ ก็คงจะทำหน้าที่ประสานกันไป ส่วนผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย
และด้านนายกนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย ช่วงปี 2545-2549 ซึ่งเป็นช่วงที่โรลส์-รอยซ์จ่ายสินบนครั้งที่ 3 จำนวน 7.2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 254 ล้านบาท ได้กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นมหากาพย์ที่เลวร้ายมาก รู้สึกทั้งเศร้าทั้งโกรธ ต้องการกู้เกียรติ ศักดิ์ศรีคณะบริหารการบินไทย ที่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นทุกคนก็โยนเผือกร้อนมาให้ คณะบริหารถูกมองว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม
"อำนาจของคณะบริหารแทบไม่ได้มีอะไร แค่รับรู้รายละเอียด ไม่มีสิทธิไปเปลี่ยนแปลงล็อกอะไร ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น คณะบริหารถูกมองว่ามีอำนาจล้นฟ้า แต่ความจริงมันไม่ใช่ อย่างผมแม้แต่จะตั้งรองผู้อำนวยการยังทำไม่ได้เลย หรือจะอนุมัติได้วงเงินก็ไม่กี่ร้อยล้านบาท" นายกนกกล่าว และว่า การเข้ามารับตำแหน่งดีดีการบินไทยไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เพราะถูกชวนเข้ามาโดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตประธานกรรมการบริษัทการบินไทยในช่วงนั้น โดย ดร.วีรพงษ์รับปากว่าจะช่วยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง แต่หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งได้แค่ 2 วัน ดร.วีรพงษ์ก็ลาออก โดยให้เหตุผลว่าถูกฝ่ายการเมืองกดดัน
งานใหญ่แบบนี้ วงเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน คณะบริหารไม่สามารถอนุมัติได้ ต้องอนุมัติโดย ครม.เท่านั้น โดยขั้นตอนการจัดซื้อเครื่องบินกรณีที่มีปัญหานั้น เบื้องต้นจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด มีกรรมการบริหารบางรายที่เชี่ยวชาญเป็นประธาน จากนั้นคณะกรรมการบริหารจะเข้าไปดูรายละเอียด เมื่อเรียบร้อยจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการฝ่ายองค์กรและฝ่ายช่างไปพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง เมื่อเสร็จแล้วก็จะเสนอบอร์ดการบินไทยพิจารณา จากนั้นก็จะส่งไปที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาต่อถ้าไม่มีปัญหา และก็ส่งไปที่กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ซึ่งในขั้นตอนการเสนอเรื่องรัฐมนตรีก็มีสิทธิแก้ไขรายละเอียดได้ นายกนกกล่าว
ส่วนในช่วงเวลานั้นมี นายทนง พิทยะ เป็นประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหน้าชาไป3วิ!!!...ฟังชัดๆ"นายกฯ"ซัด "องอาจ"หัดย้อนดูตัวเอง!!!(มีคลิป)
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมประเทศไทยจงเจริญ...ผงะ!! "รัฐวิสาหกิจ"รับใต้โต๊ะจนเป็นธรรมเนียม ถึง 70เปอร์เซ็น!!??(รายละเอียด)
Jirasak Tnews
Cr.อิศรา
