- 26 ม.ค. 2560
น่าอับอายทั้งประเทศชาติ !?!? "กัปตันโยธิน" ชำแหละสินบนการบินไทย โรลส์-รอยซ์ แค่ส่วนน้อย เพราะแท้จริงแล้วยังมีอีก (รายละเอียด)
กลุ่มธรรมาภิบาล และเครือข่ายภาคต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น นำโดย นายโยธิน ภมรมนตรี อดีตกัปตัน บริษัท การบินไทย และ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)ยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการพฤติกรรมของนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) และนายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ เนื่องจากกรณีที่ นายจรัมพร อนุมัติการเดินทางซึ่งมีค่าวีซ่า ระยะเวลา 10 ปีและค่าดำเนินการให้นายณรงค์ชัย ไปร่วมงานของบริษัทโบอิ้ง ประเทศ อังกฤษ เมื่อวันที่ 12-13 ก.ค. 2559 จำนวนเงินกว่า 7 หมื่นบาท ทั้งที่นายณรงค์ชัย เป็นพนักงานจ้างตามสัญญา 4 ปี เหลืออายุปฏิบัติงานอีกประมาณ 19 เดือนเท่านั้น
พร้อมขอให้ตรวจสอบถึงการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A340-500 และ A340-600 จำนวน 10 ลำ ที่ขณะนี้ถูกจอดทิ้งไม่มีการใช้งาน ว่ามีความโปร่งใสหรือคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เนื่องจากเครื่องบินดังกล่าวมีกระบวนการจัดซื้อตั้งแต่ปี 2545-2546 โดยมีการอนุมัติมาเป็นขึ้นตอนตั้งแต่บริษัทการบินไทย ผ่านระดับกระทรวง แต่เมื่อมาถึงขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นควรให้การบินไทยทบทวนโครงการและเสนอโครงการใหม่ แต่การบินไทย ก็ยังดำเนินการจัดซื้อ
การให้บริการหลังการจัดซื้อแล้วปรากฎว่า นำมาให้บริการแล้วขาดทุนปีละ 3-5 พันล้านบาท จึงจำเป็นต้องหยุดให้บริการ โดยมีผู้สนใจซื้อต่อในราคาลำละประมาณ 750 ล้านบาท แต่การบินไทยไม่อนุมัติขาย เพราะราคาที่จัดซื้อมาอยู่ที่ 5-6 พันล้านบาท และขณะนี้เครื่องบินดังกล่าวทั้งหมดปลดประจำการ และจอดอยู่ที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินอู่ตะเภานั่นเอง
กลุ่มธรรมาภิบาล และเครือข่ายภาคต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น นำโดยกัปตันโยธิน ภมรมนตรี ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใส กรณี เครื่องบิน AIRBUS จำนวน 10 ลำ(มูลค่าจัดซื้อรวม 37,500 ล้านบาท) จอดทิ้งรอการขาย
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา
นายโยธิน ภมรมนตรี อดีตกัปตัน บริษัท การบินไทย และ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องกรณีการบินไทยรับสินบนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ “เป็นความน่าอับอายเป็นอย่างมากเรื่องสินบนในการจัดซื้อเครื่องยนต์ Rolls Royce ซึ่งทำความเสียหายชื่อเสียงแก่ทั้งประเทศชาติ และสายการบินแห่งชาติ รายระเอียดว่า...
“เป็นความน่าอับอายเป็นอย่างมากเรื่องสินบนในการจัดซื้อเครื่องยนต์ Rolls Royce ซึ่งทำความเสียหายชื่อเสียงแก่ทั้งประเทศชาติ และสายการบินแห่งชาติ
เรื่องสินบน Rolls Royce เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรที่โผล่มาให้เห็น แต่ใต้น้ำคือส่วนใหญ่ของภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งมูลค่าความเสียหายมูลค่าหลายแสนล้านบาท ค่าเสียหายดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เสียชื่อประเทศชาติ แต่เป็นการทำลายความมั่นคงของสายการบินแห่งชาติด้วย
อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทร
โครงการจัดซื้อเครื่องบิน A340-500/600 ทั้งหมด 10 ลำ แบ่งเป็น
1.1 โครงการจัดซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 (ผมพูดเสมอๆ ว่า มีแต่คนโง่หรือคนโกงเท่านั้นที่ซื้อเครื่องบินแบบนี้) จำนวน 4 ลำ ทั้งๆ ที่ทางสภาพัฒน์เสนอให้ทำการศึกษาใหม่ แต่สุดท้ายอำนาจการเมืองกลับเหนือความถูกต้อง และผลเป็นอย่างไร บริษัท การบินไทย ขาดทุนย่อยยับ (บริษัท Airbus ผลิตเครื่องบิน A340-500 มาแค่ 35 ลำ และเลิกผลิต เพราะไม่สามารถหาคนโง่ หรือคนโกงมาซื้อได้อีก) บัดนี้ เครื่องบิน A340-500 ทั้ง 4 ลำ จอดตากแดดตากฝนมาหลายปีแล้ว มีคนมาขอซื้อทั้ง 4 ลำ ในราคา 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อลำ คณะกรรมการบริษัท ซึ่งมี ดร.อำพน เป็นประธานไม่ยอมขาย ปัจจุบันจึงยังจอดตากแดดตากฝนต่อไปจนจะเป็นเศษเหล็กอยู่แล้ว หมดไปแล้ว 15,000 ล้านบาท
1.2 A340-600 อีก 6 ลำ มีอายุใช้งานมาแค่ 10 ปี ยังมีอายุใช้งานอีก 10 ปี แต่ไม่ใช้ เอาไปจอดรอตากแดดตากฝนรอการขายมาแล้ว 2 ปี ยังขายไม่ได้ บอกว่าจะขายให้สายการบินในประเทศอิหร่าน ปรากฏว่า เขาไปซื้อจากสายการบิน Virgin Atlantic แล้วจำนวน 8 ลำ ปัจจุบันทั่วโลกยังมีเครื่องบินรุ่นนี้ที่ยังใช้ทำการบินอยู่อีก 72 ลำ ในสภาพที่ดีกว่าและราคาในบัญชีถูกกว่าของการบินไทยประมาณ 30% เมื่อเป็นเช่นนี้ยังไม่คิดที่จะเอากลับมาใช้หรือ หรือจะทิ้งให้เป็นเศษเหล็กเหมือน A340-500 หมดไปอีกแล้ว 22,500 ล้านบาท
การนำเครื่องบิน B747-400 ที่มีอายุงานกว่า 20 ปี ไปดัดแปลงเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้า หมดเงินค่าดัดแปลงไปเกือบ 2,000 ล้าน ในการทำ feasibility โดยบริษัทที่ปรึกษา ผลการศึกษาบอกว่า 4 ปีจะคุ้มทุน แต่บินไปได้ปีกว่าต้องหยุดบินเพราะขาดทุนมหาศาล ปัจจุบันจอดตากแดดตากฝนมา 2 ปีแล้ว หมดไปอีกหลายพันล้านบาท
การจัดตั้งสายการบินไทยสมายล์ ตามผลศึกษาที่แจ้งว่า ในปี 2557 จะมีกำไร 1,304 ล้าน ผลประกอบการจริงขาดทุน -557 ล้านบาท ปี 2558 จะมีกำไร 1,842 ล้านบาท ผลประกอบการจริงขาดทุน -1,843 ล้านบาท ผิดจากการศึกษาถึง 200% ปี 2559 ศึกษาว่าจะมีกำไร 1,910 ล้านบาท ผลประกอบการแค่ 9 เดือนของปี 2559 ขาดทุนไปแล้ว -1,078 ล้านบาท เครื่องบินที่นำมาใช้แทนที่จะใช้แบบที่บริษัท การบินไทย เคยใช้กลับไปใช้เครื่องบินและเครื่องยนต์แบบเดียวกับไทเกอร์แอร์ (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์) หมดไปอีกแล้ว 4 พันกว่าล้าน ไม่นับรวมวิธีการดำเนินการของไทยสมายล์ที่กล้าท้าให้ไปถามปรมาจารย์ทุกสำนัก ให้เป็นผู้ชี้ขาดว่า ถูกหรือ ผิด
การบินไทย ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของนกแอร์ กลับมีผู้บริหารบางคนที่นอกจากไม่ยับยั้ง แถมยังสนับสนุนเห็นชอบให้สายการบินนกแอร์ไปร่วมทุนกับบริษัท สกู๊ตแอร์ (ลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์) และจัดตั้งเป็น “สายการบินนกสกู๊ต” ทำการบินแข่งกับการบินไทย ในเส้นทางเดียวกัน โดยเช่าเครื่องบินเก่ามาจากสิงคโปร์แอร์ไลน์ส / ทำการซ่อมบำรุงโดยสิงคโปร์ แต่ “สวมสิทธิ” ใช้สิทธิการบินของประเทศไทย ความเสียหายในระยะยาวเป็นเงินมหาศาล
ในปีงบประมาณ 2558 บริษัทขาดทุน 13,046 ล้านบาท ถ้าไม่ต้องเสียค่าที่ไปซื้อน้ำมันล่วงหน้าในราคาที่สูงกว่าราคาในตลาดเป็นเงิน 18,154 ล้านบาท บริษัทจะมีกำไร 5,108 ล้านบาท และยังดำเนินต่อไป คาดว่า ปี 2559 จะขาดทุนการซื้อน้ำมันล่วงหน้าอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท หมดไปแล้วอีก 25,000 ล้านบาท
ปัญหาของภูเขาน้ำแข็ง TG Iceberg ยังมีอีกมาก ไม่เพียงที่จะทำลายชื่อเสียงของประเทศเสียหาย แต่นำความเสียหายถึงขั้นล้มละลายมาสู่สายการบินแห่งชาติได้
คณะกรรมการที่ตั้งมาทำการตรวจสอบปัญหาสินบน Rolls Royce ผมว่าแค่ผักชีโรยหน้า ประธานของคณะกรรมการชุดนี้ เหมือนเอา ตำรวจ ยศแค่ พ.ต.อ. ไปสอบการกำเนิดของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
สมควรแก่เวลาแล้วครับที่จะตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ มาตรวจสอบโครงการ และการบริหารของบริษัท การบินไทย ทำเป็นวาระแห่งชาติ แก้ไขกันจริงๆ ครับ”
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ฉาว!!! นักการเมืองระดับสูงฟาด 400 ล้าน สินบน"โรลส์-รอยซ์ "
ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์
