ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้

และแล้ว "พล.อ.ประยุทธ์" ก็ต้องไป เดินลุยน้ำท่วม... แม้น้ำจะลดเหลือตาตุ่ม เตรียมแก้ปัญหาระยะยาว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อตรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยที่อำเภอพุนพิน อำเภอบ้านนาเดิมและอำเภอเคียนชา

วันที่ 26 ม.ค.60 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช. พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 7 จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยมีทหารกองทัพอากาศในพื้นที่มารอต้อนรับ ซึ่งนายกรัฐมตรีได้ทักทายข้าราชการพร้อมกล่าวว่า เป็นกำลังใจให้ทุกคนทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับประชาชนและตนด้วย ก่อนที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพลเอกวิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยที่อำเภอพุนพิน อำเภอบ้านนาเดิมและอำเภอเคียนชา โดยใช้เวลาบินประมาณ 30 นาที ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวด้วยกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า อย่าสนใจเรื่องอ่างบัวมากนักเลย มาสนใจเรื่องน้ำท่วมดีกว่า

ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้

โดยระหว่างที่ขบวนนายกฯ ผ่าน จะมีเต็นท์พักชั่วคราวของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ รวมถึงสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ที่ต้องนำมาเลี้ยงชั่วคราวบนไหล่ทางด้วย ซึ่งขบวนรถของนายกฯ ได้ชะลอความเร็วเพื่อดูด้วย

ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 7 ไปยังจุดบริการประชาชน ที่โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี
ตำบลเขาหัวควาย อำเภอพุนพิน โดยระหว่างที่ขบวนนายกฯ ผ่าน มีเต็นท์พักชั่วคราวของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ รวมถึงสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ที่ต้องนำมาเลี้ยงชั่วคราวบนไหล่ทาง ซึ่งขบวนรถของนายกฯ ได้ชะลอความเร็วเพื่อดูด้วย

ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้
ซึ่งเมื่อเดินทางถึงโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีมีนายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี บรรยายสรุป สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า สุราษฎร์มีพื้นที่มากที่สุดในภาคใต้ ประสบภัยน้ำท่วม 2 ช่วงคือเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2559 และอีกช่วงวันที่ 5 มกราคมถึงปัจจุบัน  มีพื้นที่เดือดร้อน 18 อำเภอ  79,000 ครอบครัว 3 แสนกว่าราย อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงตามลำดับ แต่ยังมีพื้นที่ส่วนบนที่น้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกมากขึ้น จึงทำให้มี 3 อำเภอ ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ อำเภอนาเดิม พุนพิน และเคียนชา  2 พันครอบครัว 5 พันราย โดยยังมีพื้นที่วิกฤตและต้องติดตามใน 2 อำเภอคือพุนพินและนาเดิม ทั้งภาพรวมความเสียหายของจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,900  ล้านบาท โดยไม่รวม 3 อำเภอ และขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบเงินเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท และมอบให้เงินเยียวยาให้จังหวัดอื่นๆ เล่น นครศรีธรรมราช ปัตตานี พัทลุง ชุมพร นราธิวาส เป็นต้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวแทน

จากนั้นจึงได้พูดคุยกับประชาชน และแนะนำผุ้รวมคณะที่เดินทางมาด้วย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ...

ตนไม่สบายใจคิดว่าลงพื้นที่ครั้งนี้จะมาเจอบรรยากาศเศร้า แต่กลับเห็นชาวใต้ยิ้มแย้มแจ่มใส จึงอยากให้คนไทยสู้แบบคนใต้ อดทนแก้ปัญหาร่วมกัน ถ้าคนไทยสีหัวใจเข้มแข็งทั้งหมด ประเทศไทยก็ไปโล้ด ทั้งนี้การลงพื้นที่สุราษฎร์ เพราะรักคนสุราษฎร์อยู่แล้ว และเป็นจังหวัด ปภ.ส่วนหน้า ตนในฐานะรัฐบาลจึงต้องมากำกับดูแล เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งรัฐบาลทำมาตลอด แต่บางอย่างอาจช้าบ้างเพราะติดขัดเรื่องการขนส่ง โดยปัญหาสำคัญของคนไทยคือการดำรงชีวิต รักบ้านรักที่ทำกิน อะไรเกิดขึ้นก็จะไม่ไปไหน ดังนั้นวันหน้าต้องคิดใหม่ แต่งันนี้ให้ความสำคัญชาวใต้ทั้งหมด

ขอบคุณที่ให้เกียรติบางคนเดินทางมาไกล ตนมองทุกอย่าง เห็นรอยยิ้มมีกำลังใจ ดูแลประชาชน และจะทำมุกอย่างให้ดีที่สุด ทำตามระเบียบต่างๆ ด้วย ไม่ใช่เดือดร้อนที่เดียว ภาพรวมกว่า 1.8 ล้านคน ทั้งนี้จะดูแลทั้งหมดสิ่งที่ทำได้จะทำก่อน ส่วนมาตรการอื่นๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งนี้หลังขึ้นบินบนอากาศพบว่ามีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ จึงต้องเข้าใจธรรมชาติก่อน โดยนำพระราชดำรัสในหลวง ร.9 ที่ต้องเข้าใจปัญหาก่อน ใช้เทคโนโลยีและปรับกับพื้นที่ รวมทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ทุกคนต้องเฝ้าระวังด้วยจะรอเจ้าหน้าที่อย่างเดียวไม่ได้ ต้องเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ถ้าจ่ายเป็นรายๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ยั่งยืน จึงต้องแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง โดยมีประชาชนเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านี้จึงขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลด้วย ซึ่งการทำงานวันนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บูรณาการกระทรวง โดยต้องรู้ความต้องการของประชาชนและมีข้อมูลในพื้นที่

ตนพยายามแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืนของประเทศ เช่น น้ำท่วมซ้ำซาก จึงต้องทำแก้มลิง สปรินเวย์หรือทางระบายน้ำ อาจมีปัญหาคนที่อาศัยในที่บุกรุก ก็ต้องขอความร่วมมือด้วย ต้องช่วยกันเก็บน้ำด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาน้ำแล้งอีก ต้องสงวนแหล่งน้ำธรรมชาติไง้ด้วย รัฐบาลพยายามทำงานที่ยากให้สำเร็จ เช่น ไม่ให้เกิดน้ำท่วมอีก แต่ต้องสร้างความรับรู้ เรียนรู้และร่วมมือกัน

ขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟู ซึ่งมีการกำกับดูแลจากข้างบน โดยใช้กฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว แต่จะดูความต้องการของพื้นที่ด้วย จึงอาจมีการหามาตรการเพิ่มเติม เช่น เงินกู้ระยะสั้น การผ่อนชำระหนี้โดยไม่คิดดอกเบี้ย เป็นต้น ซึ่งจะต้องพิจารณาต่อไป และขอให้เชื่อด้วยหากมีการแจ้งเตือนต่างๆ ต้องเตรียมการตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้น้ำมาก่อน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะสุราษฎร์ธานี แต่ดูแลทั้งประเทศ รัฐบาบไม่ได่ทำเพื่อเองงบมาใช้ และทุจริต ขอให้แยกออกจากกัน ไม่งั้นทำงานไม่ได้ ในส่วนทุจริตก็ต้องข่วยกันจับ

ขณะนี้อยู่ช่วงการเศร้า ขอบคุณคนใต้ที่เวียนไปเคารพพระบรมศพ แม้ลำบากแต่ทุกคนก็ไป ไม่มีน้อยลง ในเรื่องถวายพระเพลิง 1 ปีจากวันที่ 13 ตุลาคม จากนั้น จะมีพิธีบรมราชาภิเสกในหลวง ร. 10

" รัฐบาลจะอยู่จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง จนกว่ามีประชาธิปไตย ไหนใครอยากเลือกตั้ง ถึงต้องการเลือกก็เลือกไม่ได้ เพราะยังไม่ให้เลือก ถึงเวลาค่อยเลือก แล้วต้องเลือกให้ดี ดีกว่าผม พูดให้ได้แบบผม และพูดแล้วต้องทำด้วย จึงต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี"

 

ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้

และแม้ว่าน้ำจะลดถึงตาตุ่มแล้วก็ตาม นายกรัฐมนตรีของเราก็ยังคงลุยเต็มที่ เดินลุยน้ำเข้าเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเตรียมแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป

นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางถึงมัสยิดบ้านหนองจอก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมขัง จึงต้องเปลี่ยนรองเท้าบูทลุยน้ำเพื่อพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านบริเวณนั่น ก่อนที่จะลงเรือที่ ปภ.เตรียมไว้ ตรวจเยี่ยมบ้านผู้ประสบภัย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพให้ตัวแทนผู้ประสบภัย 1 ราย จากนั้นจึงเดินทางไปยังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ต.หนองไทร อ.พุนพิน เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน และตรวจเยี่ยมกองบัญชาการฯ พร้อมมอบนโยบายในการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า

ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้
ตนลงพื้นที่มาเยี่ยมให้กำลังใจ ให้ทำงานด้วยความสบายใจ ทั้งนี้แต่ละพื้นที่ก็ทีผู้ว่าราชการจังหวัด มี ปภ.ส่วนหน้า ต้องขอบคุณทุกส่วนราชการในการทำงานตรงนี้ โดยประสานกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทีรัฐบาลอยู่ข้างบนภายใต้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่คอยดูแลเรื่องงบประมาณต่างๆ ทั้งในสถานการณ์ปกติด้วยเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ตนเห็นสิ่งที่ได้เสนอมาแล้ว แต่การทำงานต้องเป็นไปตามกฎหมายและพรบ.ต่างๆ ที่มีอยู่ชัดเจนอยู่แล้วด้วย
ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้

 

ยังไงก็ต้องไป!!! "พล.อ.ประยุทธ์"  เดินลุยน้ำท่วม ...แม้น้ำจะลดก็ไม่หยุด เยี่ยมประชาชนให้ได้

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด สุราษฎร์ธานีได้รายงานผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยระบุว่า จากการประเมินความเสียหาย รวมทั้งสิ้น 1,900 ล้านบาท มีผู้เสียชีวิต15 ราย  ซึ่งทางจังหวัดได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาไปแล้ว

สำหรับบ้นเรือนประชาชนพังเสียหายทั้งหลัง 51 หลัง พังเสียหายบางส่วน 705 หลัง ส่วนพื้นที่ด้านการเกษตร เสียหาย 1,100,000 ไร่ ขณะที่ถนนเสียหาย 143 สาย คอสะพานขาด 46 แห่ง

ส่วนโรงเรียนได้รับผลกระทบ 212 แห่ง ซึ่งขณะนี้สามารถเปิดการเรียนการสอนได้แล้ว

 

สำหรับเกณฑ์การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยน้ำท่วมที่บ้านเรือน ติดตามรายละเอียดได้ที่ ด่วน!!! ครม.อนุมัติงบแล้ว บ้านไหนน้ำท่วม จ่ายตามความสูง สูงสุด2.3แสนบาท พร้อมจ่ายทันที!

ติดตามข่าวที่น่าสนใจเพิ่มเติม ใครหล่อกว่าใคร ดูกันเอาเอง!!! พร้อมลุยน้ำ....ฟูลทีม "ผบ.เหล่าทัพ" ร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่สุราษฏร์ฯ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม (รายละเอียด)

-----------------------------------------------

 

 

 

 

ข้อมูลจาก บุญระดม จิตรดอน

รายงานโดย ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์