เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์" ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

ภายหลังการไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง , รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 - 4 กรณีขอเพิกถอนคำสั่งที่ 1351 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้เกิดทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังเกิดความเสียหายมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ

โดยหลังจากการไต่สวนเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ศาลได้เรียกไต่สวนทั้ง 2 ฝ่าย และให้ 2 ฝ่าย ทำคำชี้แจงเพิ่มเติม แต่ในวันนี้ตนได้ชี้แจงถึงความเดือดร้อนเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากมีการบังคับคดีว่า ในช่วงระหว่างการพิจารณาคดีอยู่และยังเป็นที่สิ้นสุด หากทรัพย์ต่างๆ ถูกยึดอายัด และขายทอดตลาดจะเป็นความเดือนร้อน ทุกข์ใจ และเศร้าใจอย่างมากมาย และเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งในแง่ของวิธีการ ตัวเลข และหลักคิดทั้งหมด จึงเป็นที่มาของการมาร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองในครั้งนี้ ซึ่งศาลก็ได้ให้ตนทำคำชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นรายละเอียดว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากการถูกบังคับคดีในขณะนี้มีแค่ไหน ซึ่งจะต้องชี้แจงเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เปรยน้ำตาคลอว่า"ไม่ใช่ลำพังแค่ตัวดิฉันเท่านั้นที่เดือดร้อน แต่จะเดือดร้อนถึงครอบครัวด้วย โดยดิฉันมีหลายประเด็นที่ยังทุกข์ใจ ถ้าศาลจะให้โอกาสก็ต้องบอกว่าเป็นความลำบากใจที่ยากจะพรรณณาและบรรยายไม่ออก เพราะเป็นหนี้ก้อนโตมหาศาลที่ชั่วชีวิตก็ไม่สามารถชดใช้ได้หมด และยังต้องมาเจอเรื่องของทรัพย์สินถ้าเกิดไม่ได้ชำระ จะถูกยึดอายัดและขายทอดตลาด ก็จะเหมือนกับคนที่สิ้นเนื้อประดาตัว มันหนัก พูดสั้นๆ แค่นี้ก็ไม่รู้จะบรรยายอย่างไรแล้ว" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

โดยต่อมา ทนายนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เปิดเผยถึงเรื่องการให้ชดใช้เงินจากการทำหน้าที่ในการกำกับดูแลบริหารงานโครงการในทางนโยบาย ซึ่งตามกฎหมายแล้วไม่อยู่ในบังคับที่จะให้หน่วยงานทางปกครองออกคำสั่งให้ชดใช้เงินได้ การบริหารงานในลักษณะนี้ยังไม่เคยปรากฏในการบริหารราชการแผ่นดินไทยว่านายกฯ ในฐานะผู้กำกับในทางนโยบาย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายใดมาก่อน การกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในหน้าที่นายกฯ ที่ผ่านมา เป็นการกระทำด้วยความรอบคอบระมัดระวัง ไม่ได้เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ หรือทุจริต และการออกคำสั่งให้ชดใช้ดังกล่าวก็มีผลมาจากการตั้งคณะกรรมการขึ้นเอง สอบเอง สรุปผลเอง โดยยังไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลหรือหน่วยงานใด และการกำหนดค่าเสียหายก็ไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ของกฎหมาย มีการตั้งหน่วยงานบังคับคดีขึ้นมาก่อนที่คณะกรรมการจะมีมติว่ามีความผิด ซึ่งขณะนี้เลยกรอบเวลา 30 วัน ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องชดใช้ตามคำสั่งของกระทรวงการคลัง ที่ออกมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.59 แล้ว และกระทรวงการคลังมีหนังสือเตือน มาวันที่ 4 ม.ค.60 ซึ่งในทางปฏิบัติกรมบังคับคดีสามารถดำเนินการเรื่องการยึดทรัพย์ได้เลย แต่เมื่อคดีอยู่ในศาล กระทรวงคลังได้แจ้งต่อศาลว่าจะรอคำสั่งศาลก่อน จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการบังคับคดีแต่อย่างใด

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

ติดตามละเอียดเพิ่มเติม
สถานการณ์ล่าสุด!!! คดีจำนำข้าว ..."ยิ่งลักษณ์" ยื่นฟ้อง "พล.อ.ประยุทธ์" ขอเพิกถอนคำสั่งชดใช้ทุจริตจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน

โดยจากกรณีดราม่าดังกล่าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่บอกว่าเธอนั้นเป็นความลำบากใจที่ยากจะพรรณณาและบรรยายไม่ออก เพราะเป็นหนี้ก้อนโตมหาศาลที่ชั่วชีวิตก็ไม่สามารถชดใช้ได้หมด และยังต้องมาเจอเรื่องของทรัพย์สินถ้าเกิดไม่ได้ชำระ จะถูกยึดอายัดและขายทอดตลาด ก็จะเหมือนกับคนที่สิ้นเนื้อประดาตัว นั้นโดยเราต้องไปถึงวันที่การออกคำสั่งสรุปเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจำนำข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์

โดยนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง กล่าวว่า ได้ส่งข้อสรุปเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจำนำข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปยัง น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะกำกับดูแลกรมบัญชีกลางแล้ว กระบวนการหลังจากนี้จะส่งหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่เสียหายจำนำข้าว คือสำนักนายรัฐมนตรี ในฐานะต้นสังกัดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี และส่งไปยังกระทรวงการคลังเพื่อให้ลงนามคำสั่งทางปกครอง ให้น.ส.ยิ่ลักษณ์รับผิดชอบค่าเสียหาย โดยในส่วนค่าเสียหายที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดเชยให้รัฐอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นการคิดจากค่าเสียหายใน 2 โครงการจำนำข้าว คือโครงการรับจำนำในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2555/2556และฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2556/2557 วงเงินความเสียหายรวม 1.78แสนล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบค่าเสียหายในสัดส่วน20% ที่เหลือ 80%ผู้ทำให้เกิดความเสียหายรองลงมาต้องรับผิดชอบตามสัดส่วน

โดยนายมนัสกล่าวต่อว่าความเสียหาย 80% ที่เหลือคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งเสนอแนะไปว่า หน่วยงานที่เกิดความเสียหายต้องมีการสืบสวนและต้องเรียกความเสียหายดังกล่าว โดยมีระยะเวลาเรียกค่าเสียหายภายใน 10 ปีนับจากเกิดความเสียหาย ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น หากไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องค่าเสียหายตรงนี้สามารถฟ้องศาลปกครอง เพื่อเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง หลังจากที่ได้รับคำสั่งทางปกครองแล้วได้ แต่ถ้าไม่คัดค้านจะเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์เพื่อชดใช้ความเสียหายเชื่อว่าน.ส.ยิงลักษณ์ต้องฟ้องคัดค้านแน่ ไม่ได้กังวลเพราะถือเป็นการทำตามหน้าที่

“ข้อสรุปครั้งนี้เรียกร้องค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว เนื่องจากคณะกรรมการฯชุดนี้พิจารณาความผิดตามข้อสรุปของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ที่มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย เป็นประธาน ส่งเรื่องมาและเป็นไปตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูล โดยคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ ยืนยันการทำหน้าที่ของคณะกรรมการว่ามีความเป็นกลางพิจารณาตามหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใครและยืนยันว่าการเมืองไม่ได้แทรกแซงการพิจารณาครั้งนี้”

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

โดยที่คดีรับจำนำข้าวยิ่งลักษณ์นี้ อัยการสูงสุดนำสำนวนส่งฟ้องศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 องค์คณะตุลาการประทับรับฟ้องในอีกหนึ่งเดือนถัดมา ในการนัดพิจารณาคดีครั้งแรก อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์แถลงประกอบการฉายพาวเวอร์พอยต์ปฏิเสธทุกข้อหา และขอส่งคำแถลงเป็นรายลักษณ์อักษรในภายหลัง โดยทีมกฎหมายของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ใช้ทุกช่องทางตามกฎหมายเพื่อต่อสู้คดี

เริ่มตั้งแต่วันที่องค์คณะนัดคู่ความตรวจบัญชีพยาน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ยื่นคำร้อง 2 ประเด็น คือ 1.ขอให้ศาลชะลอการพิจารณาคดี เนื่องจากจำเลยเห็นว่าคดีนี้เป็นอำนาจของศาลปกครอง และ 2.คัดค้านการเพิ่มพยานหลักฐานทั้งเอกสารและบุคคลของฝ่ายโจทก์ ซึ่งองค์คณะตุลาการได้รับคำร้องไปพิจารณา ก่อนจะมีคำสั่งยกคำร้องในเวลาต่อมา หรือการไปยื่นฟ้องอัยการสูงสุดต่อศาลอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในการสั่งฟ้องคดีรับจำนำข้าวนี้ ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องเช่นกัน

กว่าการตรวจบัญชีพยานหลักฐานและพยานโจทก์-จำเลยจะแล้วเสร็จ โดยองค์คณะตุลาการพิจารณาแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 กำหนดให้โจทก์นำพยานเข้าไต่สวนได้ 14 ปาก จากเดิมที่ยื่นบัญชีพยาน 17 ปาก กำหนดไต่สวนพยานโจทก์ 5 นัด นัดแรกวันที่ 15 มกราคม 2559 และเสร็จสิ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2559 ส่วนจำเลยศาลอนุญาตให้นำพยานเข้าไต่สวนได้ 42 ปาก จากที่ยื่นขอ 43 ปาก เริ่มไต่สวนพยานจำเลยนัดแรกวันที่ 1 เมษายน เสร็จสิ้นการไต่สวน 16 นัดในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559

นั่นคือ การต่อสู้ในเนื้อหาของคดีจริง ๆ มาเริ่มต้นเอาเมื่อต้นปี 2559 ในการนัดไต่สวนพยานโจทก์และจำเลยดังกล่าว ที่วงการการเมืองคาดหมายว่าคดีจะเสร็จสิ้นในปลายปี 2559 และน่าจะตัดสินชี้ชะตาได้ในต้นปี 2560 แต่ในการพิจารณาจริงปรากฏว่าการไต่สวนพยานทั้งโจทก์และจำเลย ต้องขยายวันนัดเพิ่มจากที่กำหนดเดิม

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

โดยการไต่สวนพยานโจทก์ 14 ปาก 5 นัด เดิมจะเสร็จสิ้นปลายเดือนมีนาคม แต่ไม่จบในกำหนด ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์นัดสุดท้ายได้จริงวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งต้องเลื่อนกำหนดนัดไต่สวนพยานจำเลย 42 ปาก จากเดิมจะเริ่มนัดแรกวันที่ 1 เมษายน ก็มานัดอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ขึ้นให้ปากคำในฐานะพยานจำเลยปากแรกได้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และนัดไต่สวนพยานจำเลยต่อเนื่องถึงปากที่ 13 ในการนัดเมื่อวันที่ 9 และ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของปี 2559 โดยศาลนัดไต่สวนต่อวันที่ 17 มกราคม 2560 เป็นนัดที่ 10 และนัดแรกของปีใหม่

ทั้งนี้ ยังคงเหลือพยานจำเลยอีก 28 ปาก (นายอำพน กิตติอำพน ขอถอนตัวจากพยานจำเลย 1 คน) และก่อนสิ้นปี องค์คณะตุลาการได้แจ้งคู่ความเพิ่มวันนัดไต่สวนพยานที่คงเหลือ หรือบางรายที่ในวันนัดแจ้งขอเลื่อนไต่สวนเนื่องจากเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน โดยกำชับทนายจำเลย ให้บริหารจัดการพยานเพื่อให้มาเบิกความต่อศาลทันกำหนดภายใน 21 กรกฏาคม ซึ่งนัดไต่สวนพยานเป็นวันสุดท้าย “ซึ่งตามระบบราชการศาลไม่อาจเลื่อนให้ออกไปไกลกว่านี้ได้อีก”

ดังนั้น หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามนี้ สิ่งที่นายมนัส รวมถึงคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องตอบสังคมให้ได้คือ

ทำไมถึงคำนวณค่าความเสียหายออกมาเป็นเงินจำนวนประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีนี้ ของนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่า มีความเสียหายประมาณ 2.8 แสนล้านบาท

เช็คบิลค่าเสียหาย !?!? เปิดข้อมูลความเสียหายจำนำข้าว "3.5 หมื่นล้านบาท" ...เห็นแล้ว "ยิ่งลักษณ์"  ยังจะโอดครวญ อยู่ไหม (รายละเอียด)

อีกประการหนึ่งคือ การคำนวณค่าความเสียหายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องชดใช้เพียงแค่ 20% หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาทนั้น ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ในช่วงโครงการรับจำนำข้าว ทั้ง ป.ป.ช. สตง. รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ นักวิชาการ และสื่อมวลชนจำนวนมาก ได้ตักเตือน มีข้อเสนอแนะ รวมถึงตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในโครงการรับจำนำข้าวมาโดยตลอด นี่ไม่นับเรื่องที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ แค่เพียงรายเดียวด้วย ฐานไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการทุจริตรับจำนำข้าวทั้งหมด 986 คดี สามารถจำแนกตามหมวดหมู่ ได้แก่
1.ข้าวหาย
2.ข้าวผิดประเภท
 3.ข้าวไม่ได้มาตรฐาน
4.ข้าวเสื่อมคุณภาพ ล้วนเป็นคดีที่องค์การคลังสินค้า.(อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สอบสวนแล้ว

เบื้องต้น พบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไปร่วมกระทำผิดกับเอกชนจริง สำหรับขั้นตอนเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งคดีให้ ป.ป.ท.พิจารณา โดยคณะอนุกรรมการแต่ละชุดจะไปรวบรวมเอกสาร หลักฐานแล้วมาตรวจสอบ หากชี้มูลว่าไม่ผิดก็ให้ยุติแต่หากพบว่ามีความผิดจะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อไป

โดย เอกสิทธิ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
ตอนทำไม่คิด...ถึงเวลาชดใช้มาโอดครวญ!!! ยิ่งลักษณ์เสียงสั่นเครือ หลังต้องชดใช้เงินมหาศาลกับโครงการจำนำข้าว