- 27 ม.ค. 2560
ถือเป็นอุทาหรณ์!!! "ดอน"ยอมรับกรณี"รองอธิบดีฯฉกภาพ"ส่งผลเสียภาพลักษณ์ประเทศ (รายละเอียด)
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือ นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถูกจับในคดีลักทรัพย์ภาพวาดในโรงแรมแห่งหนึ่ง เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นว่า วันนี้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซากา ได้เข้าพบกับนายสุภัฒแล้ว จึงขอให้ทุกฝ่ายอย่ากังวล เพราะมีขั้นตอนการช่วยเหลือตามขั้นตอนของกฎหมายญี่ปุ่น และรัฐบาลจะช่วยเหลือตามหลักปฏิบัติในการช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในต่างแดน
นายดอน กล่าวอีกว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคน และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของไทย แต่ไม่ถึงขั้นกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า คดีนี้ศาลญี่ปุ่นยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง เพียงแต่มีคำสั่งให้กักตัวนายสุภัฒ ตามความเห็นของอัยการ เป็นเวลา 10 วัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ไทย จะเข้าร่วมเจรจากับผู้บริหารของโรงแรม เพื่อไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย ซึ่งหากตกลงกันได้ อัยการญี่ปุ่นจะขอถอนคดีและปล่อยตัวนายสุภัฒตามขั้นตอนกฏหมาย
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ประสานตำรวจญี่ปุ่นเพื่อขอเข้าพบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการรอการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจของญี่ปุ่น
ขณะที่นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพร้อมให้ความเป็นธรรมกับรองอธิบดีฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง สำหรับโทษทางวินัย หากพบว่ามีการกระทำผิดวินัยร้ายแรงมีโทษสูงสุดคือไล่ออกตามระเบียบราชการ สำหรับภาพวาดจำนวน 3 ภาพ ที่ถูกขโมย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 เยน หรือประมาณ 4,635 บาท
สำหรับความผิดตามกฎหมายของญี่ปุ่น ความผิดฐานลักทรัพย์ เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 235 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับเงินไม่เกิน 5 แสนเยน โดยถือเป็นความผิดอันยอมความมิได้ แต่หากมีการพิจารณาเป็นคดีที่ลักทรัพย์ไม่ร้ายแรง จำคุกไม่เกิน 3 ปี และสามารถจ่ายค่าปรับแทนได้
รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
