เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!


"พ.ต.อ.ดุษฏีอารยวุฒิรองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือนางจอมทรัพย์แสนเมืองโคตรอายุ54ปีอดีตครูโรงเรียนในจ.สกลนคร ว่า การรื้อฟื้นคดีอาญาที่ศาลจังหวัดนครพนมมีคำสั่งนัดสืบพยานในระหว่างวันที่ 8 - 10 ก.พ. 60 กระทรวงยุติธรรมมีความพร้อมในการนำสืบพยานเอกสารและพยานบุคคลทุกอย่างแล้วโดยเอกสารหลักฐานใหม่นั้นมุ่งไปในประเด็นรถคันที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งจะนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย โดยในวันที่4ก.พ.นี้.ตนจะเรียกประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปข้อมูลที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ หลังจากนั้นจะเชิญตำรวจมาร่วมประชุมที่กระทรวงยุติธรรม ก่อนเดินทางไปขึ้นศาลในวันที่ 8 ก.พ.นี้." ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงาน เรื่องสืบสวนสอบสวนคงจะไม่สามารถอออกมาให้ข้อมูลต่างๆได้เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อรูปคดีและจะกลายเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชี่ยลจนอาจจะเกิดตีความเข้าใจผิดได้เอาง่ายๆสิ่งที่ทำได้ที่ดีที่สุดคือรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดตัดสิน " รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับหลักฐานที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมนำเสนอต่อศาลเพื่อรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์. เป็นพยานทางนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์รถยนต์หมายเลขทะเบียน. บค 56 สกลนคร ว่ามีร่องรอยการเฉี่ยวชนจากอุบัติเหตุในคดีขับรถชนคนตายโดยประมาทหรือไม่.และการตรวจพิสูจน์รถยนต์ต้องสงสัยว่าเป็นคันที่เกิดอุบัติเหตุจริง

ติดตามเพิ่มเติม : มาแล้วหลักฐานเด็ด!!! ยธ.ส่งกระบะครูจอมทรัพย์ตรวจหารอยก่อนพิสูจน์ขอรื้อคดีชนคนตาย(รายละเอียด)

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

 

โดยล่าสุด วานนี้ (31 ม.ค.60) กระทรวงยุติธรรมนำหลักฐานชิ้นสำคัญออกมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะนำใช้ต่อสู้ในชั้นศาลในช่วงสัปดาห์หน้า
ช่วงเที่ยงวันนี้ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมนำรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้เสียหายในคดีแพะขับรถชนคนตาย ไปตรวจสภาพที่กรมการขนส่งทางบก

หลังยื่นเอกสารกันอยู่พักใหญ่ ก็ถึงเวลาเจ้าหน้ากรมการขนส่งฯ ลงมือตรวจสอบสภาพทั่วไปของรถว่า มีร่องรอยผุผัง ดัดแปลง ทำใหม่ จากอุบัติเหตุหรือไม่ แม้งานนี้เจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝ่ายจะปิดปากเงียบที่จะลงลึกในรายละเอียด เพราะเกรงจะส่งผลทางคดี แต่ก็พอจะเห็นภาพรางๆ หลังใช้เวลากว่าชั่วโมงในการตรวจสอบ

บื้องต้นพบเลขเครื่องยนต์ และเลขตัวรถตรงกับเลขที่จดทะเบียนไว้ สภาพรถยังปกติ ไม่มีร่องรอยการดัดแปลง สติ๊กเกอร์ตรงเครื่องยนต์ยังอยู่ครบ แม้จะไม่ฟันธงว่าผ่านการชนมาหรือไม่ แต่สภาพของรถที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2534 ต่อภาษีและใช้มาต่อเนื่องถึงปี 2559 นั้น เรียกง่ายๆ ภาษาชาวบ้านว่า อยู่ในสภาพนางฟ้า คงจะเพียงพอเป็นคำตอบได้ในเบื้องต้น โดยกรมการขนส่งทางบกคงน่าจะให้ข้อมูลทั้งหมดกับกระทรวงยุติธรรมได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะประเด็นขอเปลี่ยนป้ายทะเบียน

รถเจ้าปัญหาคันนี้นำมาจาก จ.ยโสธร เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา โดยรถได้เปลี่ยนมือ ถูกซื้อต่อโดยญาติของครูจอมทรัพย์ ก่อนกระทรวงยุติธรรมจะนำมาตรวจพิสูจน์ร่องรอย แม้จะไม่เอ่ยถึงหมัดเด็ดที่มีของตนเอง แต่กระทรวงมั่นใจในหลักฐานใหม่ที่นำมาใช้ในการต่อสู้คดีในชั้นศาล

ขั้นตอนหลังจากนี้ จะได้นำรถไปให้บริษัทผู้ผลิต ตรวจสอบลงลึกในรายละเอียด โดยเฉพาะร่องรอยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการชนโดยผู้เชี่ยวชาญภายในสัปดาห์นี้ ก่อนนำผลไปยื่นในชั้นศาลวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

 ติดตามเพิ่มเติม : อดใจรออีกนิด..8ก.พ.รู้กัน!!"พ.ต.อ.ดุษฎี"มั่นใจหลักฐานเด็ดนำรื้อคดีรถกระบะชน"ลุงเหลือ" พิสูจน์ได้"ครูจอมทรัพย์"เป็นแพะไม่ใช่แกะ??

 

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

 

เมื่อลองย้อนกลับไปตามที่เจ้าของรถที่ซื้อต่อ จากนางจอมทรัพย์ ได้เล่าว่า ในวันเกิดเหตุพึ่งโอนรถมาจาก นางจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นครูในหมู่บ้าน โดยนางจอมทรัพย์ได้ยืมรถไปในตอนกลางวัน และวันต่อมาคนซื้อรถต่อจึงไปรับรถโดยไม่ทราบรายละเอียดว่ารถได้ไปทำอะไรมาหรือไม่ ตรวจสอบด้านหน้ารถไม่มีรอยชนแต่มีรอยขูดด้านซ้ายของตัวรถ ตำรวจจึงเกิดความสงสัยต่อมาได้ออกหมายเรียกให้นางจอมทรัพย์ไปพบพนักงานสอบสวน จนต่อมานางจอมทรัพย์ยืนยันว่ายืมรถของเจ้าของรถที่ขายไปจริง แต่ระหว่างเกิดเหตุนั้นพักผ่อนอยู่บ้านจึงให้การปฏิเสธ ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นสีอักษรในทะเบียนรถติดในจักรยาน จึงให้ตำรวจกองพิสูจน์ฐานทางวิทยาศาสตร์จังหวัดนครพนมตรวจสอบแต่ไม่ระบุได้แน่ชัดว่าใช่คันก่อเหตุหรือไม่ ก่อนจะส่งหลักฐานไปยังกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ด้วยพยานหลักฐานที่มีโดยเฉพาะจิ๊กซอว์คนสำคัญคือคนซื้อรถต่อนางจอมทรัพย์ จึงส่งเรื่องฟ้องศาลตามคำให้การของตำรวจเจ้าของคดี

ซึ่งนางจอมทรัพย์ ได้ออกมาแถลงโต้ว่า ตนเองอยากตอบข้อสงสัยที่หลายคนอยากทราบว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.48 ตนนั้นได้ขายรถให้คนในหมู่บ้าน โดยการจ่ายเงินและไปโอนรถที่สำนักงานขนส่งสกลนคร จนมีการแยกย้ายกันเวลาประมาณบ่ายสองของวันนั้น ตอนนั้นจึงขอยืมรถก่อนเนื่องจากไม่มีรถใช้และจะใช้รถไปดูรถในโชว์รูมเพื่อหาคันใหม่ จากนั้นไปทำธุระส่วนตัวกับหลานสาวในเขตเทศบาลนครสกลนคร ก่อนจะซื้อกับข้าวหน้าตลาดเทศบาลและเดินทางกลับบ้านพักที่บ้านม่วงไข่ ต.ด่านม่วงคำ ในเวลา 19.00 น. ยืนยันว่าทั้งวันไม่ได้เดินทางไปในเขตพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม แต่อย่างใด โดยรอยขูดด้านซ้ายเป็นรอยขูดเดิมกับรั้วลวดหนาว เมื่อ 2 ปีก่อนก่อนที่จะเกิดเรื่อง ซึ่งรถก่อนจะขายได้นำไปซ่อมในหมู่บ้านโดยการเคาะอย่างเดียวเพราะสีรถเสียหายไม่มากจึงหลงเหลือรอยให้เห็น ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมรถต้องจอดอยู่ที่บ้านตนทั้งคืนเนื่องจาก ผู้เป็นแม่ของคนซื้อรถต่อจากตนอ้างว่าฤกษ์ไม่ดีให้เอารถที่จะซื้อต่อเข้าบ้าน วันต่อมาหลังจากทราบข้อกล่าวหา ตนได้นำเอาสามีและลูกเตรียมไปยืนยันเป็นพยาน แต่ทนายที่จ้างมาตำหนิว่าไม่ต้องเก่งกว่าทนายเดี๋ยวจัดการเอง พอตนเห็นสำนวนยังไงก็แพ้แน่นอน แม้พยามยามป้อนหลักฐานหรือวิธีการใดๆแต่ทนายเหมือนไม่ใส่ใจสุดท้ายศาลชั้นต้นสั่งจำคุก

 

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

เหตุใดถึงต้องตรวจรถ "ครูจอมทรัพย์" อีกครั้ง ผ่านมาแล้ว 12 ปี ยังเหลืออะไรให้ตรวจอีก !!!

 

 

 

เรียบเรียง : W Wannisa T-News