- 01 ก.พ. 2560
รอรับได้เลย!!! "บช.น.เอาจริง"ตั้งกล้องจับความเร็ววิภาวดีฯ มีผู้ฝ่าฝืนวันละ 300 ราย ส่งใบสั่งถึงบ้าน ไม่จ่าย 30 วันโดนแบล็คลิส (รายละเอียด)
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ลงพื้นที่ตรวจการเริ่มใช้กล้องตรวจจับความเร็ว และผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรบนถนนวิภาวดี-รังสิต พร้อมดำเนินการออกใบสั่งผู้กระทำผิดกฎจราจรโดยใช้ภาพถ่ายและใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้มาตรวจกล้องจับความเร็ว ที่สามารถตรวจจับได้ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สามารถบันทึกได้ทั้งภาพนิ่งและภาพวิดิโอ ซึ่งบนถนนวิภาวดีรังสิต มีปัญหาของผู้ฝ่าฝืนคือ รถจักรยานยนต์ วิ่งในช่องทางด่วน รถจักรยนต์ย้อนศร รถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า วิ่งปาดทับเส้นทืบ และรถใช้ความเร็ว และอาจปรับใช้กับการจัดการกับกลุ่มเด็กแว้นก่อนจะออกเป็นใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ส่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถ ซึ่งผู้ที่ได้รับใบสั่งจะต้องชำระภายใน 7วัน หากไม่ชำระจะมีใบเตือน แต่ถ้าหากยังไม่ชำระอีกภายใน 30 วัน จะนำไปสู่การติดแบล็คลิส ในการต่อทะเบียน ต่อประกันรถ การทำธุรกรรมกับรถในอนาคต
สำหรับการชำระค่าปรับจากในสั่งอิเล็กทรอนิกส์ สามาถทำได้3ช่องทาง คือ สถานีตำรวจพื้นที่ถูกออกใบสั่ง ,เคาเตอร์ธนาคารกรุงไทย ,ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย
โดยมาตรการนี้จะเริ่มในทุกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งปัจจุบันมีกล้องตรวจจับความเร็วทั้งนครบาลทั้ง 14 ตัว คือกองบังคับการตำรวจจราจร 5 ตัว และตาม 9 กองบังคับการ ส่วนพื้นที่สน.อื่นๆจะมีกล้องภาพนิ่ง ที่คอยจับภาพผู้กระทำความผิด ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่พบการร้องเรียนและปัญหา
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่ามาตรการดังกล่าว จะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาผู้ฝ่าฝืนการจราจร และการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรบนถนนวิภาวดี พื้นสน.วิภาวดี พบว่า มีผู้ถูกออกในสั่งอเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 1,000 คน วันละกว่า 300 คัน ส่วนความผิดที่พบบ่อย ใช้ความเร็วเกินกำหนด กับรถจักรยานยนต์วิ่งในช่องทางด่วน
รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
