- 02 ก.พ. 2560
ระทึก!! "พลเอกประยุทธ์"ใช้ ม.44 ชำระล้าง ซื้อขายตำแหน่งใน "สตช."...จะทำกันยังไง!!??(มีคลิป)
เครือข่ายติดตามการปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) ได้มีการเรียกร้องให้นายกรัฐ มนตรีและผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายยอมรับความจริงว่า การจัดโครงสร้างองค์กรและระบบการบริหารงานตำรวจแบบกองทัพที่รวมศูนย์ อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง แม้กระทั่งกองบัญชา การตำรวจต่างๆ ปัจจุบันนั้น มีปัญหาในระดับปฏิบัติ และส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของตำรวจส่วนใหญ่ ที่ต้องทำงานสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่ มีความคุ้นเคยต่อภูมิประเทศและผู้คน แต่ไม่มีความเจริญก้าวหน้าในพื้นที่ของตน เนื่องจากโครงสร้างอำนาจตำรวจไม่เอื้ออำนวย
เครือข่ายประชาชนติดตามการปฏิรูปตำรวจเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการปฏิรูประบบตำรวจโดยเร็ว ทั้งในระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจในระยะยาว โดยการกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง ดังนี้
กระจายอำนาจแยกงานสอบสวน
1.กระจายอำนาจตำรวจออกจากการรวบอำนาจไว้ที่หน่วยกลาง โดยเร่งดำเนินการตามมติ สปช. และมติ ครม. 30 ก.ย.2558 ในการโอนหน่วยตำรวจที่มีส่วนราชการอื่นรับผิดชอบตามกฎหมายไปอยู่ในสังกัด จำนวน 9 หน่วย ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจคุ้ม ครองผู้บริโภค ตำรวจทางหลวง ตำรวจจราจร ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ตำรวจป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี ตำรวจน้ำ ตำรวจรถไฟ และอื่นๆ
2.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานอัยการมีอำนาจตรวจสอบควบคุมการสอบสวนในคดีสำคัญหรือเมื่อได้รับการร้องเรียนตั้งแต่เกิดเหตุ
3.แยกงานสอบสวนออกจากตำ รวจ โดยจัดตั้งสำนักงานสอบสวนคดีอาญา สังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้รับผิดชอบงานสอบสวน หรือแยกเป็นอิสระ
4.ให้มีการกระจายอำนาจออก จากส่วนกลางสู่จังหวัด เพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคสังคม ให้มีการติดตามตรวจสอบ มีกลไกที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตต่อไป เพื่อรับใช้สังคม รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง
และเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการจัดเสวนาหัวข้อ "มีตำรวจไว้ทำไม" เรียกร้องการปฏิรูปตำรวจว่า ชอบพูดตำรวจมีไว้ทำไม มีไว้โกง แล้วทำไมไม่คิดถึงคนที่เขาจับคดีมามากมาย บ้านเมืองสงบสุข ทำไมไม่มองตรงนั้นด้วย จะต้องมองทั้ง 2 อย่าง แล้วชั่งน้ำหนัก
"ผมพูดเสมอว่าการทำผิดหรือถูกต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะที่มีส่วนกระทบต่อสังคม ต่อคนอื่น ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าคิดว่าตัวเองผิด ก็ต้องแก้ที่ตัวเองก่อน อย่างวันนี้มีทหารไว้ทำอะไร มีเอาไว้ใช้งานอย่างไรล่ะ น้ำท่วม ฝนแล้ง วาตภัย ทุกอย่างทั้งหมดก็ใช้ทหาร ส่วนคนไม่ดีก็คือไม่ดีก็ต้องแยกออกจากกัน อย่าไปว่าเหมารวมองค์กร เพราะเดี๋ยวองค์กรเขาเสียหาย ข้าราชการทำผิด ทุจริต ก็ต้องดำเนินการสอบสวนทางวินัย ส่วนคนดีเขาก็ทำงานกันเยอะแยะ"
พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าดีทั้งหมด เพราะตัวเราเองก็ยังดีไม่หมดเลย ถามว่าใครไม่เคยทำความผิดบ้าง มีหรือไม่ ก็ต้องมาดูว่าความผิดนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องดูที่ตัวเองและแก้ไขด้วย ดูที่จิตสำนึก แก้ไขที่ตัวเองได้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะต้องพิจารณาคดีทั้งหมด ไม่ได้ อย่าใช้ความรู้สึกในการทำงานแล้วตัดสินว่าผิดหรือถูก
นายกฯ ยังได้กล่าวในการประชุม คสช. ไว้อีกว่า เป็นการหารือและพูดคุยกันในส่วนของฝ่ายความมั่นคงทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปตำรวจนั้น เดินไปถึงไหน อย่างไร และควรต้องดำเนินการอะไรบ้าง เพื่อให้สามารถตอบคำถามกับสังคมได้ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง ระบบอุปถัมภ์ต่างๆ เหล่านี้ต้องมีการไปคิดต่อว่าจะแก้ไขอย่างไร
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ต้องให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับล่างเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของผู้บังคับการจังหวัด ก็ให้มีการพิจารณาแต่งตั้งลูกน้องตัวเอง และให้ ผบ.ตร.เป็นผู้ตัดสินในขั้นตอนสุดท้าย เพราะเป็นอำนาจของตัวเอง ก็จะต้องมีการพิจารณาตั้งแต่ระดับล่าง ตรงกลาง และข้างบน โดยมีคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในการพิจารณา ซึ่งเดิมไม่มีเช่นนี้ อยู่ที่ข้างบนที่เดียวก็ตายกันพอดี วันนี้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงต้องพิจารณารายชื่อทั้ง 300 ตำแหน่ง เอาชื่อมาดูมันเหนื่อยเกินไป ควรจะต้องมีบอร์ดกลั่นกรองในแต่ละระดับ
"จะต้องทำให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และขอให้มองทั้งสองทาง เพราะทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่จะทำอย่างไรให้คนไม่ดีหมดไป และคนดีมีมากขึ้น ก็ต้องหากลไกให้ได้ทั้งสองทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ทำอะไร แต่การหารือใน คสช.วันนี้ไม่มีการออกคำสั่ง คสช.มาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ เป็นเพียงการพูดคุยหารือกันว่าทำอย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งตั้ง ที่มีการกล่าวอ้างกันตลอดมาว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง การกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินทองต่างๆ" นายกฯ กล่าว
ส่วนด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม คสช.ว่า ที่ประชุม คสช.ได้พูดคุยถึงสถานการณ์ความมั่นคงและแนวทางที่จะออกคำสั่งตามมาตรา 44 เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ ในการหาวิธีการป้องกันแก้ไขการทุจริตวิ่งเต้น หรือการซื้อขายตำแหน่ง นำแนวทางกองทัพมาเป็นหลักในการปฏิบัติ โดยให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละชั้นมีอำนาจแต่งตั้งผู้ใต้บังคับบัญชา แต่อำนาจในการตัดสินใจสูงสุดอยู่ที่ ผบ.ตร.
"เมื่อมีระบบขั้นตอนนี้แล้วจะไม่เหมือนในอดีตที่มีการระบุมีนักการเมืองสั่งลงไป โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เล่าให้ฟังว่ามีการกล่าวอ้างซื้อขายตำแหน่ง โดยไปพาดพิงบุคคลนั้นบุคคลนี้ โดยท่านยืนยันไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้น โดยที่คนไม่ได้ตำแหน่งก็จะพูดว่าเพราะไม่ได้จ่ายเงิน หรือนายเขาสั่งมา ไปพูดกันลักษณะแบบนี้" พล.ท.สรรเสริญกล่าว
ถามว่า จะมีการออกคำสั่ง ม.44 เกี่ยวกับการป้องกันซื้อขายตำแหน่งตำรวจเมื่อใด โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า เมื่อมีหลักการแล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องรับแนวทางเพื่อไปออกคำสั่งตามมาตรา 44 วางกฎกติกา และเมื่อคำสั่งออกเมื่อไหร่ ก็จะดำเนินการไปตามนั้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา
ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครือ งาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมน ตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ดูรายละ เอียดการออกคำสั่งตามมาตรา 44 เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจว่า ตรงนี้เป็นเพียงการปฏิรูปตำรวจบางส่วน ไม่ใช่ทั้งระบบ เพราะการปฏิรูปตำรวจทั้งระบบนั้นมีการกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ มาตรา 260 โดยระบุให้มีคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจขึ้นมา 1 ชุด เป็นผู้ดำเนินการเมื่อรัฐธรรมนูญประ กาศใช้ แต่ขณะนี้เป็นการปฏิรูปในส่วนเฉพาะหน้า ไม่ใช่ถาวร จากนั้นต้องส่งให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว
"โดยเรื่องเฉพาะหน้านี้เป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีการพูดเรื่องอำ นาจสอบสวนหรืออะไร ซึ่งคำสั่งจะออกมาเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ปรับการแต่งตั้งให้เหมือนทหาร เพราะตำรวจไม่เหมือนทหาร โดยจะหาวิธีการป้องกันการซื้อขายตำแหน่ง แต่อาจทำได้ไม่ทั้งหมด คงต้องมีการกลั่นกรองกันอีกชั้นหนึ่ง ต้องยึดคณะกรรมการตามมาตรา 260 เป็นหลัก ให้เสร็จภายใน 1 ปี"
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมศักดิ์ศรีขององค์กร!!! “พล.ต.อ.จักรทิพย์” เดือด ...ถ้าเป็นแบบนี้ ปฏิรูปตำรวจท่าจะยาก!
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเริ่มแล้ว ??! "ปฏิรูปตำรวจ"แต่งตั้งโยกย้าย คล้ายๆ ทหารหลุดซื้อขายตำแหน่งได้หรือไม่ (มีคลิป)
Jirasak Tnews
