- 02 ก.พ. 2560
ส่องเต็มๆ !!!! รถหรู "เบนซ์ เรซซิ่ง" ว่ากันว่านี่แหละ "รถเจ้าปัญหา" (รายละเอียด)
ภายหลังจากที่ "เบนซ์ เรซซิ่ง" มีรายชื่อโผล่ในลิสต์ผู้เกี่ยวข้องคดี ไซซะนะ แก้วพิมพา เจ้าพ่อค้ายารายยักษ์ ขณะที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ออกหมายค้นบริเวณที่อยู่ของหนุ่มเบนซ์ ซึ่งไม่พบเจ้าตัว แต่พบเอกสารที่คาดว่าอาจจะเชื่อมโยง เป็นเอกสารซื้อรถยนต์หรู ยี่ห้อ แลมโบกินี่ กัลลาโด (Lamborghini Gallardo) รุ่นย่อย SuperLeggera LP 570-4 สีเทาดำ มีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
นอกจากนี้หนุ่มเบนซ์ เรซซิ่งยังมีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์อีกหลายคัน
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. กล่าวว่า ทรัพย์สินที่ยึดได้อยู่กับเบนซ์ เป็นส่วนใหญ่ แต่ว่า ทรัพย์สินเป็นของนายบอย ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าทรัพย์สินเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด โดยนายบอย ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดและจำหน่ายให้กับนายไซซะนะ ส่วนเบนซ์ ทำหน้าที่ฟอกเงิน โดยนำเงินมาซื้อรถแลมโบกินี่ ซึ่งนายเบนซ์ กับนายไซซะนะ เคยเจอกันหรือไม่ ต้องสอบสวนอีกครัั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ นายบอย ได้ให้นายเบนซ์ เป็นคนถือทรัพย์สินไว้ โดยเมื่อปี 2555 นายบอย ถูกยึดทรัพย์สิน เนื่องจากถือครองทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติด ส่วนนายเบนซ์ ขณะนี้เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนายบอย ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และไม่ใช่ผู้ต้องหา ซึ่งจะให้โอกาสเข้ามาชี้แจงความบริสุทธิ์
หากว่ากันตามข้อกฏหมายแล้ว โทษผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินคือ
มาตรา 60 ผู้ใดกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นิติบุคคลกระทำความผิด
มาตรา 61 นิติบุคคลใดกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 หรือมาตรา 9 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท
กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น
ความผิดฐานฟอกเงิน
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
มาตรา 5, มาตรา 6, มาตรา 7, มาตรา 8, มาตรา 9, มาตรา 10, มาตรา 11
มาตรา 5 ผู้ใด
(1) โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือ
(2) กระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
(3) ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
กระทำนอกราชอาณาจักร ต้องรับโทษในราชอาณาจักร
มาตรา 6 ผู้ใดกระทำความผิดฐานฟอกเงิน แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักรผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าปรากฏว่า
(1) ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
(2) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และได้กระทำโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือรัฐบาลไทยเป็นผู้เสียหาย หรือ
(3) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐที่การกระทำเกิดขึ้นในเขตอำนาจของรัฐนั้น หากผู้นั้นได้ปรากฏตัวอยู่ในราชอาณาจักรและมิได้มีการส่งตัวผู้นั้นออกไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 10 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 7 ในความผิดฐานฟอกเงิน ผู้ใดกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ต้อง
ระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น
(1) สนับสนุนการกระทําความผิดหรือช่วยเหลือผู้กระทําความผิดก่อนหรือขณะกระทําความผิด
(2) จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใด ๆ หรือกระทําการใด ๆ เพื่อช่วยให้ผู้กระทําความผิดหลบหนีหรือเพื่อมิให้ผู้กระทําความผิดถูกลงโทษ หรือเพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการกระทําความผิด
ผู้ใดจัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ที่พํานัก หรือที่ซ่อนเร้น เพื่อช่วยบิดา มารดาบุตร สามีหรือภริยาของตนให้พ้นจากการถูกจับกุม ศาลจะไม่ลงโทษผู้นั้นหรือลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้สําหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
มาตรา 8 ผู้ใดพยายามกระทําความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษตามที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิดสําเร็จ
มาตรา 9 ผู้ใดสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทําความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้นถ้าได้มีการกระทําความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันตามวรรคหนึ่งผู้สมคบกันนั้นต้องระวางโทษตามที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้น
ในกรณีที่ความผิดได้กระทําถึงขั้นลงมือกระทําความผิด แต่เนื่องจากการเข้าขัดขวาง
ของผู้สมคบทําให้การกระทํานั้นกระทําไปไม่ตลอดหรือกระทําไปตลอดแล้วแต่การกระทํานั้นไม่
บรรลุผล ผู้สมคบที่กระทําการขัดขวางนั้น คงรับโทษตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งเท่านั้น
ถ้าผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งกลับใจให้ความจริงแห่งการสมคบต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมีการกระทําความผิดตามที่ได้สมคบกัน ศาลจะไม่ลงโทษผู้นั้นหรือลงโทษผู้นั้นน้อย
กว่าที่กฎหมายกําหนดไว้เพียงใดก็ได้
มาตรา 10 เจ้าพนักงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงาน
องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กรรมการหรือผู้บริหารหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือกรรมการขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ผู้ใดกระทําความผิดตามหมวดนี้ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้น
กรรมการ อนุกรรมการ กรรมการธุรกรรม เลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ผู้ใดกระทําความผิดตามหมวดนี้ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้น
มาตรา 11 กรรมการ อนุกรรมการ กรรมการธุรกรรม เลขาธิการ รองเลขาธิการพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงาน หรือข้าราชการผู้ใดกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือ
กระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา อันเกี่ยวเนื่องกับการกระทําความผิดตามหมวดนี้ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กําหนดไว้สําหรับความผิดนั้น
ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใดร่วมในการกระทําความผิดกับบุคคลตามวรรคหนึ่งไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง
ขอบคุณภาพ Ig : benzracing
