อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล!?!? ขบวนการฆ่า "พลเอกร่มเกล้า"  ตอกย้ำกระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน !

อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล!?!? ขบวนการฆ่า "พลเอกร่มเกล้า" ตอกย้ำกระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน !

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2560  ที่ผ่านมา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ  ถึงกรณี ชายชุดดำที่ใช้ระเบิดM67 สังหารพลเอกร่มเกล้า ยิงM79 M16 Ak47 ฆ่าทหารตำรวจและประชาชน ยังลอยนวล โดยได้ระบุว่า...

" กระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน
คนบงการ ใช้ จ้างวาน และชายชุดดำที่ใช้ระเบิดM67 สังหารพลเอกร่มเกล้า ยิงM79 M16 Ak47 ฆ่าทหารตำรวจและประชาชน ยังลอยนวล.
กระบวนการสร้างความปรองดองให้ลุล่วงสำเร็จ ย่อมเป็นไปได้ยาก และจะมีคำถามค้างคาเป็นบาดแผลในใจไปอีกยาวนาน
ดังนั้นการปรองดองสมานฉันท์ใดๆ นั้นย่อมต้องมีกระบวนการค้นหาความจริง ให้ชัดเจน. เพื่อทราบถึงสาเหตุและผู้ก่อเหตุ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดไปสู่การลงโทษ และหรือเข้าสู่กระบวนยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน. ก่อนที่จะมีการลดโทษ อภัยกันและกันในเรื่องใดบ้าง รวมถึงการเยียวยาจิตใจกันและกันในสังคม เพื่อให้เกิดความปรองดองอย่างยั่งยืนแท้จริง และสร้างความรักความสามัคคีกลับมาสู่สังคมไทยอีกครั้งครับ"

อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล!?!? ขบวนการฆ่า "พลเอกร่มเกล้า"  ตอกย้ำกระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน !

ย้อนกลับไป เมื่อปี 2553 สำหรับคดี กรณีการ์ดชุดดำ นปช.  ที่ก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารและผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ส่งผลให้พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตลงระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบให้กับผู้ชุมนุมในบริเวณดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนนั้นก็ได้มีการออกหมายจับทั้งหมด 7 คน จับกุมตัวได้ 5 ราย และช่วงนั้นยังอยู่ระหว่างการหลบหนี 2 ราย ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย

 

1.นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 1600/2557 ลงวันที่ 10 ก.ย.2557

2.นายปรีชา อยู่เย็น หรือ ไก่เตี้ย อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1603/2557 ลงวันที่ 10 ก.ย.2557

3.นายรณฤทธิ์ สุริชา หรือนะ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1604/2557 ลงวันที่ 10 ก.ย.2557

4.นายชำนาญ ภาคีฉาย หรือ เล็ก อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1605/2557 ลงวันที่ 10 ก.ย.2557

5.นางปุณิกา ชูศรี หรืออร อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1606/2557 ลงวันที่ 10 ก.ย.2557

 

ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีอีก 2 ราย ประกอบด้วย

  1.นายธนเดช เอกอภิวัชร์ หรือ ไก่รถตู้ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 16001/2557 ลงวันที่ 10 ก.ย.2557

2.นายวัฒนะโชค จีนปุ้ย หรือโบ้ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1602/2557 ลงวันที่ 10 กย.2557

และทางสำนักข่าวทีนิวส์ก็ได้มีหลักฐานที่น่าสนใจและอาจจะเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้บงการก็คือข้อมูลของ 1 ในผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีก็คือ นายธนเดช เอกอภิวัชร์ หรือ ไก่รถตู้

 

ซึ่งนายธนเดชนั้นเป็นคนขับรถตู้ให้กับกลุ่มชายชุดดำเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 และภาพจากกล้อง ซีซีทีวี บริเวณแยกสี่กั๊กที่นายธนเดชได้ขับพาชายชุดดำเข้าไปก่อเหตุที่บริเวณ 4 แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเวลา 20 นาฬิกา 19 นาที

หลังจากมาถึงที่บริเวณ 4 แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำก็ได้ลงจากรถตู้และก็ได้ปฏิบัติการก่อเหตุ

โดยหลังจากที่ชายชุดดำนั้นได้ปฏิบัติภารกิจเสร็จก็ได้ขับรถตู้กลับออกมาผ่านทางแยก 4 กั๊ก และกล้อง ซีซีทีวี ก็ได้สามารถบันทึกภาพได้อีกครั้ง ในเวลา 21 นาฬิกา 1 นาที

และนี่ก็คือโฉมหน้าของ นายธนเดช คนขับรถตู้ให้กับกลุ่มชายชุดดำ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่กลุ่มชายชุดดำเรียกว่า ไก่ รถตู้

อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล!?!? ขบวนการฆ่า "พลเอกร่มเกล้า"  ตอกย้ำกระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน !

 

 

ซึ่งในเวลาต่อมาแม่ของนายธนเดช ได้เสียชีวิตลงซึ่งในงานศพเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ปี 2553 บรรดาแกนนำ นปช. ก็ได้ส่งพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัย ก็คือ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายพายัพ ปั้นเกตุ นายขวัญชัย  ไพรพนา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนายจักรภพ เพ็ญแข

อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล!?!? ขบวนการฆ่า "พลเอกร่มเกล้า"  ตอกย้ำกระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน ! อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล!?!? ขบวนการฆ่า "พลเอกร่มเกล้า"  ตอกย้ำกระบวนการค้นหาความจริงยังไปไม่ถึงไหน !

ขอถามว่าแกนนำ นปช.ไปมีความสัมพันธ์กับคนขับรถตู้รับส่งชายชุดดำถึงขนาดที่ส่งพวงรีดไปร่วมแสดงความเสียใจในงานศพของแม่นายธนเดช ได้อย่างไร

และข้อมูลในส่วนนี้ที่มีความสำคัญว่าแกนนำ นปช. ตามที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อได้ส่งพวงรีดไปงานศพของแม่นายธนเดชจริงหรือไม่

 

และที่สร้างความสงสัยให้กับทางประชาชนเป็นอย่างมากก็คือท่าทีของทางกลุ่มแกนนำ นปช. และทนายความตนเสือแดงที่พยายามให้ความช่วยเหลือ 5 กองกำลังชุดดำมาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่แกนนำ นปช.ก็ได้ยืนยันกับสังคมมาโดยตลอดว่าคนเสื้อแดงและกองกำลังชุดดำนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

 

 

 

โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนางธิดา ถาวรเศรษฐ และนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างเร่งรัด เกี่ยวคดีจับกุมชายชุดดำ

 

นายจตุพร กล่าวภายหลังเข้าพบว่า กลุ่มนปช.มีจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่า การตายของทหารและประชาชน ไม่ว่าคนร้ายจะเป็นชายชุดใดก็ตาม จะต้องถูกดำเนินการฐานฆ่าคนตายตามกฎหมาย และเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน ได้มีการไต่สวนชันสูตรพลิกศพเกี่ยวกับความตายที่ผิดธรรมชาติ โดยมี 12 คดีที่ศาลไต่สวนเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นความตายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และมีอีกหลายคดีที่อยู่ในระหว่างการทำสำนวน

 

เมื่อถามถึงกรณีนายธนเดชเอกอภิวัชร์ หรือไก่รถตู้ ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ในวันก่อเหตุเมื่อปี 2553 ที่ยังหลบหนีอยู่นั้น โดยมีข้อมูลเปิดเผยว่า เมื่อปี 53 มารดาของนายธนเดชได้เสียชีวิต และมีรายชื่อของแกนนำนปช. ส่งพวงหรีดไปให้นั้น นายจตุพรกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอให้ไปถามคนที่ส่งพวงหรีด เพราะตนไม่ได้ส่งไป เพราะเรื่องพวงหรีดพอเวลามีคนเสื้อแดงถึงแก่ชีวิตก็จะมีการขอพวงหรีดไปทางใครต่างๆ เพราะฉะนั้นควรจะไปถามคนที่มีชื่อในพวงหรีดมากกว่าว่าส่งไปร่วมในฐานะอะไร จะได้ความจริงมากกว่า ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้อง และไม่รู้จักกับกลุ่มชายชุดดำ ขณะที่มั่นใจว่าจะไม่สร้างความขัดแย้ง เพราะเป็นการออกมาตามกรอบกติกา ไม่เป็นการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง

 

 

ซึ่งในวันนี้ 31 ม.ค.2560 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการฟ้อง

1.นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน

2.นายปรีชา อยู่เย็น หรือ ไก่เตี้ย

3.นายรณฤทธิ์ สุริชา หรือนะ

4.นายชำนาญ ภาคีฉาย หรือ เล็ก

5.นางปุณิกา ชูศรี หรืออร

ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1-5 ที่ก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารและผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัว กรณีร่วมกันพกอาวุธ เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด อาทิ เครื่องยิงลูกระเบิด M79 ปืนM16 ปืนHK33 หรือปืนอาก้า ไปตามบริเวณแยกคอกวัว ถนนตะนาว ถนนประชาธิปไตย เขตพระนคร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ส่งผลให้พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ขณะนั้น) อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.21 รอ.) เสียชีวิต  ในช่วงระหว่างการชุมนุมและขอคืนพื้นที่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.

 

โดยศาลพิเคราะห์แล้วว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ทหารเบิกความว่าในวันเกิดเหตุเห็นรถตู้สีขาวขับผ่านใกล้ที่ชุมนุมของกลุ่มนปช. โดยมีนายกิตติศักดิ์จำเลยที่ 1 ชะโงกหน้าออกมานอกรถ และมีปืนM16 และปืนอาก้าอยู่ในรถ รวมถึงยังมีพี่สาวสของจำเลยที่ 1 เบิกความว่าจำเลยที่ 1 มีอาชีพขับรถตู้โดยสารไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. หลายครั้ง นอกจากนี้โจทย์ยังมีคนขับรถตู้วินเดียวกันกับจำเลยที่ 1 เบิกความสนับสนุนด้วย ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวน ถึงแม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าถูกข่มขู่แต่พยานโจทก์ทุกปากก็เบิกความสอดคล้องกันไม่มีข้อสงสัย และจำเลยที่ 1 อ้างว่าตัวเองนั่งรถตู้มาร่วมชุมนุมแต่เข้าไปไม่ได้จึงเดินทางกลับไปที่จ.ลำปาง จึงชี้ชัดว่าจำเลยที่ 1 ไปในที่เกิดเหตุจริง แต่ไม่นำพยานที่อ้างว่าเดินทางไปจ.ลำปางมาเบิกความยืนยัน ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

 

ซึ่งโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่แฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. เบิกความว่าพบนายปรีชา จำเลยที่ 2 สวมหมวกไหมพรมปิดบังหน้า ในที่ชุดนุมและสามารถถ่ายภาพขณะถอดหมวกไว้ได้ประกอบคำเบิกความของจำเลยที่ 2 รับว่าตนเองเป็นการ์ด นปช. จริง แต่ในวันเกิดเหตุไปรับจ้างเดินสายไฟให้หน่วยงานราชการที่แจ้งวัฒนะ ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุม แต่ก็ไม่นำผู้ว่าจ้างหรือสัญญาจ้างมายืนยันเป็นเพียงคำกล่าวอ้างไม่น่าเชื่อถือ ประกอบคำรับสารภาพในชั้นสอบสวน

 

พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่านายกิตติศักดิ์ จำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 ทำผิดตามฟ้อง ฐานร่วมกันพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ หรือชุมชน และมีอาวุธ เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอณุญาตได้ ตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 พิพากษาจำคุกคนละ 10 ปี

 

ส่วนจำเลยที่ 3/4/5 แม้ว่าในชั้นสอบสวนจะให้การรับสารภาพ แต่เจ้าหน้าที่มีเพียงบันทึกคำซักถามและคำให้การของผู้ต้องหาเท่านั้น เป็นเพียงพยานบอกเล่าและให้คำซัดทอดแม้จะมีภาพถ่ายชี้ที่เกิดเหตุ แต่ไม่ประจักษ์พยานเบิกความสนับสนุนจึงมีเหตุให้สงสัย ไม่มีน้ำหนัก พยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือ จึงยกประโยชน์ให้จำเลยที่ 3/4/5 พิพากษายกฟ้องแต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์

 

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ระบุว่า เตรียมปรึกษาทีมทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์ ต่อสู้คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 และ 2 ต่อไป

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สาวให้ถึงคนบงการ !?!? "สมชาย" ไขปริศนาใครฆ่า "พล.อ.ร่มเกล้า" ...ยังไงจะเดินหน้าสืบคดีต่อหรือจะยุติเรื่องโดยอ้างปรองดอง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม  แบบที่"อริสมันต์"พูดใช่ไหม? กองกำลังไม่ทราบฝ่าย สนับสนุนประชาชน แต่ฆ่า"พล.อ.ร่มเกล้า และทหาร" (มีคลิป)

 

----------------------------

 

 

 

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์

 

 

-----------------------------

 

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์