กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาควรตรวจคัดกรอง  ทุกเช้าตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อเฝ้าระวังโรคนี้ที่กำลังระบาดหนัก ในโรงเรียน

กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาควรตรวจคัดกรอง เด็ก และ วัยรุ่น ทุกเช้าตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน

กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เน้นคัดกรองเด็กทุกเช้า หากพบเด็กป่วยให้แจ้งผู้ปกครองมารับและนำเด็กไปรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ
เพื่อป้องกันการระบาดและลดการแพร่กระจายเชื้อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

วันนี้ นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานศึกษาเป็นแหล่งที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรค
ไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออก จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2560 โรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วย 6,807 ราย เสียชีวิต 1 ราย โรคมือ เท้า ปาก ป่วย 5,228 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งสองโรคนี้พบว่ากลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ เด็กแรกเกิด-4 ปี รองลงมาอายุ 5-14 ปี สำหรับโรคไข้เลือดออกพบผู้ป่วย 3,036 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กอายุ 7 ปี และ 14 ปี ส่วนกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ 5-14 ปี จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยสามกลุ่มโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน

 

กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาควรตรวจคัดกรอง  ทุกเช้าตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อเฝ้าระวังโรคนี้ที่กำลังระบาดหนัก ในโรงเรียน

นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อไปว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ติดต่อได้ง่ายโดยการหายใจเอาเชื้อที่ฟุ้งกระจายในอากาศ แพร่กระจายได้กว้างขวางในที่ๆคนอยู่แออัด โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ ควรให้รับประทานยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ดูแลร่างกายให้อบอุ่นและพักผ่อนให้มากๆ และควรหยุดเรียน และสวมหน้ากากอนามัยจนกว่าจะหาย ที่สำคัญ หากกินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน และเสี่ยงมีอาการแทรกซ้อนให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ส่วนโรคมือ เท้า ปาก อาการที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย เป็นต้น หรือมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก หายได้เองภายใน 7-10 วัน เด็กอ่อนและเด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากกว่าเด็กโต การติดต่อของโรคเกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทางปากโดยตรงจากการติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผลหรืออุจจาระของผู้ป่วย

 

กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาควรตรวจคัดกรอง  ทุกเช้าตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อเฝ้าระวังโรคนี้ที่กำลังระบาดหนัก ในโรงเรียน

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในโรงเรียน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งช่วงที่พบผู้ป่วยหลายรายต้องเน้นการสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อ จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้การป้องกันควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โดยปฏิบัติ ดังนี้ 1.มีระบบคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับและให้พักฟื้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ 2.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ และจัดให้มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เป็นส่วนรวมเป็นประจำ 3.หากพบเด็กป่วยเป็นจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ 4.ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรค
แก่นักเรียนและผู้ปกครอง

 

เรียบเรียงโดย ปัฐพงษ์ สถาวรสมิต สนข.ทีนิวส์