- 14 ก.พ. 2560
จมูกไว!!!ปส.โชว์จับยาบ้ายึดกว่า 1.6 ล้าน รวบต่างชาติหิ้วกระปุกครีมบำรุงผิวผสมโคเคนตบตาตำรวจไทย แต่ไม่รอดโดนคาสุวรรณภูมิ (รายละเอียด)
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผูบัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี ได้ของกลางยาบ้า กว่า 1.6 ล้านเม็ด โคเคน 2,350 กรัม
โดยคดีแรก จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายอาแว สาแล๊ะ อายุ 29 ปี , นายก่อเส็ม เอียดขาว อายุ 40 ปี , น.ส.อภิญญา หมัดจันทร์ อายุ 28 ปี, น.ส.นูรไอนี สาแหละ อายุ 24 ปี พร้อมยาบ้า 988,000 จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 3 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปแหล่งพักยา จึงได้เฝ้าติดตาม จนพบรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน กง 8802 นราธิวาส เข้ามาจอดที่บ้านดังกล่าว จึงแสดงตัวและขอตรวจค้นรถยนต์ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 724,000 เม็ด จึงขยายผลเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบยาบ้าซุกซ่อนไว้อีก 264,000 เม็ด โดยถูกฝังไว้ใต้พื้นห้องน้ำหลังบ้าน รวม 988,000 เม็ด ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้เก็บพักยาและลำเลียงไปส่งยัง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เบื้องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลการจับกุมต่อไป
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร สภ.ท่าแซะ จับกุม นายสุริยันต์ แก้วศรีจันทร์อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี พร้อมยาบ้า 300,000 เม็ด โดยขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวรด่านตรวจฯพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ฎจ 3767 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมาตามถนนเพชรเกษมมุ่งหน้า จ.ชุมพร มีท่าทีพิรุธต้องสงสัย จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น พบนายสุริยันต์ แก้วศรีจันทร์ เป็นผู้ขับขี่ พบยาบ้า ซุกซ่อนอยู่บริเวณด้นหลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารของรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว จึงยึดยาบ้า และจับกุมนายสุริยันต์ไว้ เบื้องต้น แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
คดีที่ 3 จับกุม นายคมกริช จันทร์ลือชัย อายุ 42ปี , นายภูสิทธิ์ ชัยบุรีโอภาส อายุ 27 ปี ,นายอลงกรณ์ คงธนะ อายุ 36 ปี และนายจุลพงศ์ แซ่ลี้ อายุ 43ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 227,400 เม็ด ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยก่อนหน้านี้ชุดจับกุมไปรับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือนำมาเก็บพักไว้ในจ.นนทบุรี โดยมีนายคมกริชขับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส เข้ามาพบนายภูสิทธิ์ ที่อาคารนนท์ซิตี้ ทาวเวอร์ ซ.นนทบุรี14 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จากนั้นนายภูสิทธิ์ ได้เข้ามาเปิดท้ายรถของนายคมกริชจากนั้นได้หยิบยาบ้าที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีส้มออกไป จากนั้นนายคมกริชได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเห็นจึงเชื่อว่าทั้งคู่ได้ลำเลียงยาเสพติดกันเรียบร้อยแล้ว จึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น จึงพบยาบ้า 56,000เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และทำการจับกุมนายคมกริชและทำการตรวจค้นพบยาบ้าอีก30,000เม็ด
และคดีสุดท้าย จับกุมน.ส.เจนนี่ คาร์เมน เดล์ โนซิโอ อาคูญ่า ปาเช็คโก ชาวเอกวาดอร์ อายุ 55ปี และ นาย มิคาเอล ชาบานอฟ อายุ 31ปี ชาวรัสเชีย จับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางนา พร้อมโคเคนบรรจุในครีมบำรุงผิว 7 รายการ น้ำหนัก 2,350 กรัม เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย ได้รับแจ้งจากว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดซุกซ่อนมากับผลิตภัณฑ์เสริมความงามจำพวกครีมบำรุงผิว จากประเทศเปรูมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าชาวรัสเซียในไทย กระทั่งพบผู้ต้องหาคือ เจนนี่ คาร์เมน เดล์ โนซิโอ อาคูญ่า ปาเช็คโก ชาวเอกวาดอร์ อายุ 55ปี มีท่าทีมีพิรุธ จึงแสดงตัวทำการตรวจค้น กระทั่งพบครีมบำรุงผิวจำนวน 7 กระปุก อยู่ในกระเป๋าเดินทาง จากการตรวจสอบด้วยสารเคมีและเครื่องตรวจยาเสพติดพบว่า ครีมดังกล่าวมีการผสมโคเคน จึงได้ทำการจับกุม ซึ่งน.ส.เจนนี่รับสารภาพว่าขนยาดังกล่าวมายังประเทศไทย เพื่อส่งต่อให้กับชาวรัสเซีย คือนาย มิคาเอล ชาบานอฟ อายุ 31ปี ชาวรัสเชียที่จะมารอรับที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางนา ตำรวจจึงขยายผลกระทั่งสามารถจับกุมได้ดังกล่าว
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดดังกล่าวรับมาจากประเทศเปรู เพื่อส่งลูกค้าชาวต่างชาติในไทย ทั้งนี้วิธีการแอบผสมยาโคเคนมากับครีมต่างๆถือเป็นวิธีการใหม่ตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อให้ยากต่อการจับกุม ซึ่งหากดูผิวเผินมีลักษณะคล้ายครีมบำรุงผิวทั่วไป ก่อนนำไปสกัดสารแยกตัวครีมกับสารเสพติดและนำไปจำหน่าย ต่างจากวิธีการเดิมที่ส่วนใหญ่จะนำเข้าเป็นผงซุกซ่อนตามช่องกระเป๋า หรือนำมาซักผสมใส่ในผ้าก่อนที่จะละลายกับน้ำ และรอสกัดจนเป็นผงยา โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นนักเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ เจ้าหน้าที่ข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดประเภท2 (โคเคน) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”, “ร่วมกันนำเข้ายาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย”
รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
