- 17 ก.พ. 2560
รมว.ยุติธรรม เผย ปฏิบัติการบุกค้นวัดพระธรรมกายน่าพอใจ ชี้ต่อไปจะเป็นบรรทัดฐานเรื่องวงการสงฆ์
ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ในการบุกค้นวัดพระธรรมกายเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งในครั้งนี้ โดยอาศัยอำนาจตามม.44 ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยได้ประกาศให้ วัดพระธรรมกายเป็นเขตควบคุมพิเศษ จนนำมาสู่การเข้าตรวจค้นหาตัว พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ซึ่งเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.พ.60) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อสำนึกหนึ่ง ถือภาพรวมการเข้าดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และทิศทางของพระธัมมชโย และวงการสงฆ์ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า การปฏิบัติงานวันแรกเรียบร้อยดี ทั้งส่วนควบคุมพื้นที่ และส่วนที่เข้าไปตรวจค้น แต่กว่าจะได้ตรวจค้นเกิดความวุ่นวายนิดหน่อย ทำให้ตรวจค้นพื้นที่ได้ไม่ครบถ้วน แต่อย่างไรก็ได้เข้าไปตรวจค้นในจุดที่สงสัยที่ต้องการ การตรวจค้นของเมื่อวานเป็นไปตามแผนผังของที่ทางดีเอสไอสืบสวนหาข่าวไว้ ถือว่า 1.เรียบร้อยดี 2.ได้ให้วางกำลังไว้ในวัด ท่านอธิบดีได้รายงานว่าได้ว่างกำลังบางส่วนไว้ในวัด ไม่พบเรื่องการต่อต้านแต่พบว่าศิษยานุศิษย์ยังเดินทางมาอยู่ เขาก็อยู่รอบนอกสวนมนต์ อันนี้เราก็จะควบคุมพื้นที่ต่อไปก่อน เพื่อให้การตรวจค้นทำได้ คือหลักการต้องเข้าไปดูได้ทั่วบริเวณของวัด ก็เป็นที่เราคิดว่ากุฎิที่ใช้รักษาตัวอาคารดาวดึงที่ได้พบอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังไม่เห็นรายงานอย่างระเอียด ทางดีเอสไอรายงานมา เข้าไปหลายจุดด้วยกันบางส่วนที่เราสงสัยคือโซน A กับ B และได้เข้าไปดูแล้ว วันนี้จะดูเพิ่มทุกส่วน มองได้หลายอย่าง
ตอนนี้ที่ผมหารือกับดีเอสไอไป คือดีเอสไอต้องสรุปผลการปฎิบัติให้ชัดเจน เมื่อทำงานเสร็จแล้วดีเอสไอต้องสรุป ดีเอสไอต้องชี้ว่าพระธัมมชโย ถ้าพบก็อีกเรื่องหนึ่งจบไป ถ้าไม่พบดีเอสไอต้องชี้มาว่ายืนยันว่าไม่พบ แล้วต้องมีข้อมูลได้เพิ่มเติมตอบได้เบาะแสที่ไม่พบเป็นเพราะอะไร เกิดอะไรขึ้น และความเป็นไปได้จะเป็นยังไง แล้วจะปฏิบัติอย่างไรต่อไป ทางดีเอสไอต้องชี้แจ้งได้ ถ้าเจอตัวต้องนำตัวไปส่งอัยการ เพราะอัยการสั่งฟ้องและที่เหลือก็เป็นกระบวนการของอัยการและทางศาลไป ถ้าไม่ทางดีเอสไอก็ต้องมาบอกว่าจะทำอย่างไรต่อไป
และเมื่อถามว่า หลักการปกครองทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์หากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ท่านจะแก้อย่างไร
โดยนายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าหากเจอตัวพระธัมมชโยก็คงต้องใช้นิติศาสตร์นำ จับมาแล้วบังคับใช้กฎหมาย และรัฐศาสตร์ก็ต้องนำมาใช้บริหารจัดการต่อไปในอนาคต เรื่องนี้อาจจะต้องหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับคณะสงฆ์ เพราะว่าสังเกตการปฏิบัติงานของดีเอสไอเมื่อวานนี้ได้รับความร่วมมือเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งท่านก็มาร่วมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่เอง สำนักงานพระพุทธศาสนามาร่วมและดูเพื่อจะได้เป็นเหมือนกับเรามาทำอะไรที่วัดกับคณะสงฆ์และคณะปกครอง
สิ่งที่อาจจะต้องทำต่อไปคณะสงฆ์จะว่าอย่างไรอนาคตต่อไปข้างหน้าเพราะถ้าไม่เจอกระทบในเรื่องของพระธรรมวินัยเรื่องนี้ต้องคุยกัน ผมอยากรอดูสรุปผลการปฎิบัติของดีเอสไอ และเราจะบอกได้ว่าเราจะทำงานอย่างไรต่อไปจะร่วมมือกับคณะสงฆ์จะขอให้คณะสงฆ์ทำอย่างไรต่อไป
อัจฉรา สำนักข่าวทีนิวส์
