ถูกต้องแล้วหรือเพราะอยากได้บุญเลยต้องปกป้องคนผิดอย่าง "ธัมมชโย"!! ชูป้าย หรา "ให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ" วันที่มอบตัวต่ออัยการ เมื่อ 18 ปี ที่แล้ว

ภาพพระธัมมชโยนั่งรถเข็น แล้วชูป้ายว่า ขอขอบคุณทุกคนให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ (หลวงพ่อไม่มีเสียงจะพูดด้วยเลยเขียนแทน)

 

3 ตุลาคม  2542 อัยการสั่งฟ้องพระธัมมชโยกับพวก  2 ข้อหา คือ เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ แต่พระธัมมชโยอ้างว่าไม่สบาย ไม่มามอบตัว อัยการจึงส่งแพทย์โรงพยาบาลตำรวจไปตรวจถึงที่วัด ปรากฏว่า อาการปกติ

                ขณะที่ 28 ตุลาคม 2542 พระธัมมชโยได้เข้ามอบตัวต่ออัยการและได้ประกันตัวไป และในวันนั้นปรากฏภาพพระธัมมชโยนั่งรถเข็น แล้วชูป้ายว่า ขอขอบคุณทุกคนให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ (หลวงพ่อไม่มีเสียงจะพูดด้วยเลยเขียนแทน)

 

ถูกต้องแล้วหรือเพราะอยากได้บุญเลยต้องปกป้องคนผิดอย่าง "ธัมมชโย"!! ชูป้าย หรา "ให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ" วันที่มอบตัวต่ออัยการ เมื่อ 18 ปี ที่แล้ว

อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลในปีเดียวกัน  แต่ขณะที่คดีดำเนินไปตั้งแต่ปี 2542 จนถึงเดือนสิงหาคม 2549 เกือบ 7 ปีเต็ม ซึ่งมีการสืบพยานไปแล้วกว่า 100 นัด เหลือเพียงการสืบพยานจำเลยอีก 2 นัด ก็จะเสร็จสิ้นการสืบพยานในชั้นศาล ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อจู่ๆ พนักงานอัยการ ได้ขอถอนฟ้องจำเลย คือ พระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท ที่ร่วมกันยักยอกทรัพย์และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกายจำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร และนำเงินอีกเกือบ 30 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินกว่า 900 ไร่ ใน ต.หนองพระ (จ.พิจิตร) และที่ ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยโอนกรรมสิทธิ์ให้นายถาวรเช่นกัน  โดยอัยการได้ขอถอนฟ้องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2549 ก่อนหน้าจะถึงวันที่ศาลนัดสืบพยานจำเลย 2 นัดสุดท้าย แค่ 2 วัน ซึ่งศาลอาญาได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2549 อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้

ถูกต้องแล้วหรือเพราะอยากได้บุญเลยต้องปกป้องคนผิดอย่าง "ธัมมชโย"!! ชูป้าย หรา "ให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ" วันที่มอบตัวต่ออัยการ เมื่อ 18 ปี ที่แล้ว


Sathaporn Tnews.