- 28 ก.พ. 2560
ภาพพระธัมมชโยนั่งรถเข็น แล้วชูป้ายว่า ขอขอบคุณทุกคนให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ (หลวงพ่อไม่มีเสียงจะพูดด้วยเลยเขียนแทน)
3 ตุลาคม 2542 อัยการสั่งฟ้องพระธัมมชโยกับพวก 2 ข้อหา คือ เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ แต่พระธัมมชโยอ้างว่าไม่สบาย ไม่มามอบตัว อัยการจึงส่งแพทย์โรงพยาบาลตำรวจไปตรวจถึงที่วัด ปรากฏว่า อาการปกติ
ขณะที่ 28 ตุลาคม 2542 พระธัมมชโยได้เข้ามอบตัวต่ออัยการและได้ประกันตัวไป และในวันนั้นปรากฏภาพพระธัมมชโยนั่งรถเข็น แล้วชูป้ายว่า ขอขอบคุณทุกคนให้ได้บุญมากๆนะจ๊ะ (หลวงพ่อไม่มีเสียงจะพูดด้วยเลยเขียนแทน)
อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลในปีเดียวกัน แต่ขณะที่คดีดำเนินไปตั้งแต่ปี 2542 จนถึงเดือนสิงหาคม 2549 เกือบ 7 ปีเต็ม ซึ่งมีการสืบพยานไปแล้วกว่า 100 นัด เหลือเพียงการสืบพยานจำเลยอีก 2 นัด ก็จะเสร็จสิ้นการสืบพยานในชั้นศาล ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อจู่ๆ พนักงานอัยการ ได้ขอถอนฟ้องจำเลย คือ พระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท ที่ร่วมกันยักยอกทรัพย์และเงินบริจาคของวัดพระธรรมกายจำนวน 6.8 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินเขาพนมพา ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อนายถาวร และนำเงินอีกเกือบ 30 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินกว่า 900 ไร่ ใน ต.หนองพระ (จ.พิจิตร) และที่ ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยโอนกรรมสิทธิ์ให้นายถาวรเช่นกัน โดยอัยการได้ขอถอนฟ้องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2549 ก่อนหน้าจะถึงวันที่ศาลนัดสืบพยานจำเลย 2 นัดสุดท้าย แค่ 2 วัน ซึ่งศาลอาญาได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2549 อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้
Sathaporn Tnews.
