“ขี้ยา” !!! "วิมล ไทรนิ่มนวล" นักเขียนซีไรต์ ซัดเละ พวกแกนนำแม้วป้อง "ธัมมชโย" ที่แท้ก็เสพติด “ลัทธิแห่งอำนาจ” เหมือนกัน (รายละเอียด)

“ขี้ยา” !!! "วิมล ไทรนิ่มนวล" นักเขียนซีไรต์ ซัดเละ พวกแกนนำแม้วป้อง "ธัมมชโย" ที่แท้ก็เสพติด “ลัทธิแห่งอำนาจ” เหมือนกัน (รายละเอียด)


เมื่อวันที่ 1  มี.ค. 60 วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนซีไรต์ชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิมล ไทรนิ่มนวล ถึงกรณีที่ช่วงหลังแกนนำหลายคนออกมาเคลื่อนไหวแสดงท่าทีเชิงปกป้องธัมมชโย เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายวัฒนา เมืองสุข, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นต้น จึงเกิดคำถามว่า ทำไมทั้ง 4 คนนี้ซึ่งมีทั้งคอมมิวนิสต์และลิเบอรัลจึงเกิดศรัทธาพุทธศาสนาขึ้นมา


โดย วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนซีไรต์ได้ระบุเอาไว้ว่า...

“ขี้ยา!”
พวกคอมมิวนิสต์นั้นชิงชังศาสนาทุกศาสนา เพราะลัทธินี้สอนว่า “ศาสนาเป็นยาเสพติด มอมเมาประชาชนให้งมงาย” ชาวคอมมิวนิสต์และผู้ที่จะเป็นคอมมิวนิสต์จึงต้องชิงชังศาสนาให้มากเข้าไว้...โดยไม่ต้องศึกษาศาสนาของตนให้ถ่องแท้
แต่โดยไม่รู้ตัว เขากลับเสพติดลัทธิคอมมิวนิสต์จนโง่หัวไม่ขึ้น
เสพติดความรุนแรงอย่างที่เจ้าลัทธิสอนไว้ ถึงขนาดต้องมีคำขวัญไว้เสพทุกเวลาที่จะลงแดง เช่น “อำนาจต้องได้มาด้วยปืน” “ทำลายล้างชนชั้นผู้กดขี่” “ตายสิบเกิดแสน” ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่มอมเมาให้อยากเข่นฆ่าทำลายล้างเพื่อนมนุษย์ทั้งนั้น
พวกลิเบอรัลรุ่นปัจจุบันก็ทำนองเดียวกัน
ในจำนวนนั้นมีเพื่อนผมหลายคน ผมก็ได้แต่บอกตัวเองว่า “ทางใครทางมันแล้วกัน” แต่วันนี้ได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์แนวหน้าว่า...

. 
“ข้อน่าสังเกตคือ ช่วงหลังแกนนำขบวนการเพื่อแม้วหลายต่อหลายคนออกมาเคลื่อนไหวแสดงท่าทีเชิงปกป้องธัมมชโยและสำนักจานบินอย่างออกหน้าออกตา อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายวัฒนา เมืองสุข, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายยงยุทธ ติยะไพรัช”
ผมก็เลยสงสัยว่า ทำไมทั้ง 4 คนนี้ซึ่งมีทั้งคอมมิวนิสต์และลิเบอรัลจึงเกิดศรัทธาพุทธศาสนาขึ้นมา?
แต่ก็นึกได้ว่า “ธรรมกายไม่ใช่พุทธศาสนา ธัมมชโยก็ไม่ใช่ภิกษุ" เป็นเพียงลัทธิหนึ่งและคนๆหนึ่งที่ซุกอยู่ในพุทธศาสนาเท่านั้น ผมจึงหายสงสัยพวกเขา
ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาออกมาปกป้องธรรมกายและธัมมชโยก็เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นแนวร่วมซึ่งกันและกัน ปรารถนาอำนาจเหมือนกัน วิธีสร้างอำนาจก็เหมือนกัน
ประการสำคัญ...ต่างก็เสพติด “ลัทธิแห่งอำนาจ” ของตัวจนเมาไม่เลิกถึงวันนี้
เมาแล้วก็ออกมาเพ่นพ่านโวยวายดูถูกชาวบ้านว่าโง่กว่าตัวด้วยคำถามที่ว่า “โลกไปถึงไหนกันแล้ว?” ทั้งที่ตัวเองก็แถไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วก็เซถอยหลังมาสองก้าว.

 

---------------------

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์