ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ?? ดีเบตคำต่อคำ!! ชัดๆจากปากกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่วัด เหตุการณ์เดียวกันแต่หนังคนละม้วน ขอร้องอย่าเอาคนตายมาหากิน!!(คลิป)

หลังจากเกิดเหตุสลดเมื่อวานนี้ที่มีผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ทำให้เกิดเสียงแตกออกเป็นสองฝ่ายว่าแท้จริงแล้วสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ม

หลังจากเกิดเหตุสลดเมื่อวานนี้ที่มีผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ทำให้เกิดเสียงแตกออกเป็นสองฝ่ายว่าแท้จริงแล้วสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้มาจากอะไรกันแน่ เพราะทางฝ่ายวัดพระธรรมกาย และเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ซึ่งผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นคนแรกๆ คือพระสนิทวงศ์ 


พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Phra Sanitwong Charoenrattawong ระบุว่า R.I.P. ศพที่ 2 จาก ม.44 เมื่อเวลา 11.29 น. ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยโรคหอบหืด ต้องการยาพ่น ซึ่งพักอยู่ที่หลังวัด ( 58 ไร่) ซึ่งปกติจากจุดรับเรื่องถึงที่พักผู้ป่วยใช้เวลาเดินทางเลียบคลองแอล 10 นาที แต่ทางหน่วยกู้ชีพรัตนเวช ติดด่านตำรวจทหาร เพราะตัดสินใจไม่ได้ ต้องถามสอบเจ้าหน้าที่ DSI เท่านั้น หน่วยฯรัตนเวชที่รับเรื่องจึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่น นอกจากประตู 7 เท่านั้น 

อาสาสมัครรัตนเวช แจ้งว่า ต้องเสียเวลา ย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต และนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างประสานงานติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์ขาดๆ หายๆ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ภูมิลำเนาจังหวัดพะเยา เป็นลูกศิษย์วัด ช่วยงานพยาบาลศูนย์รัตนเวช

ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ?? ดีเบตคำต่อคำ!! ชัดๆจากปากกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่วัด เหตุการณ์เดียวกันแต่หนังคนละม้วน ขอร้องอย่าเอาคนตายมาหากิน!!(คลิป)

หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวแทนของวัดได้ออกมาให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเล่าเหตุการณ์ตรงกันกับพระสนิทวงศ์ว่าเกิดการล่าช้าจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ให้ผ่านเข้าไปรับตัวคนไข้
ชมคลิป

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ผู้สื่อข่าวของอัมรินทร์ทีวีได้ไปสอบถามข้อมูลหลังจากการรับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ชีพ ซึ่งได้คำตอบว่าหลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุซึ่งตอนนั้นทราบว่าเป็นบริเวณภายในวัดก็ได้มุ่งตรงไปที่ประตู 7 ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นประตูเดียวที่สามารถเข้าไปในวัดได้ เมื่อไปถึงหน้าประตูได้แจ้งและขอทางกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีและรวดเร็วหลังจากเข้าไปด้านในก็ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ของวัด 2 คน โดยเป็นคนอาสาพาหน่วยกู้ชีพไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของวัด 2 คน พาอ้อมไปหลังวัดเพราะจุดเกิดเหตุอยู่นอกวัด ใช้เวลาจนถึงจุดเกิดเหตุเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจตรงไหนอีกเลยหลังจากผ่านด่านประตูทางเข้าที่ 7
ชมคลิป

ขอบคุณคลิปบางส่วนจากรายการ : ทุบโต๊ะข่าว AMARIN TVHD และเพจ คนวัดจัดเต็ม
เรียบเรียง : สุกันยา ทีนิวส์