- 03 มี.ค. 2560
ฟังให้ชัด หยุดปลุกปั่น!?!? กระทรวงการต่างประเทศ แจงข้อเท็จจริงกรณีองค์กรพุทธยื่นหนังสือ ยกเลิกม.44 ช่วย"ธรรมกาย"...งานนี้มีเงิบ(รายละเอียด)
ในวันนี้ (3 มีนาคม 2560) บนเพจเฟสบุ๊คของ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้แชร์รูปภาพข่าวสารของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็น กรณีข่าวเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธแสดงความห่วงกังวลกรณีวัดพระธรรมกายในการประชุมองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ ๗๘ ณ สาธารณรัฐเกาหลี (ฉบับที่ ๒)
โดยทางกระทรวงได้ระบุว่า
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงข้อมูลกรณีที่ปรากฏข่าวว่า องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกจัดการประชุมครั้งที่ ๗๘ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ณ วัดฮงปอบซา จังหวัดปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้นำองค์กรพุทธ พร้อมเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธได้ร่วมประชุมกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา ๔๔ ต่อวัดพระธรรมกาย นั้น
กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้
๑. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมของการประชุมดังกล่าวแล้ว ทราบว่า ประเด็นเรื่องวัดพระธรรมกายไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุม Chairman of Standing Committee of The World Fellowship of Buddhist Youth (WFBY) ตั้งแต่ต้น โดยประธานองค์การ ยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายไทยที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวได้เป็นผู้ยกประเด็นเรื่อง วัดพระธรรมกายขึ้นในที่ประชุม Standing Committee โดยขอให้ที่ประชุมเห็นชอบและร่วมกดดันให้รัฐบาลไทยยกเลิก มาตรา ๔๔ ทั้งนี้ ที่ประชุมในฝ่ายผู้แทนพระและวัดของเกาหลีใต้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ดังนั้น การดำเนินการควรต้องเคารพและเป็นไปตามกระบวนการภายในและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย อนึ่ง การหารือเรื่องข้างต้นเป็นเพียงการหารือสั้น ๆ และภายหลังการประชุมมิได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการประชุม หรือเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด โดยการประชุมดังกล่าวสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และผู้เข้าร่วมการประชุมได้เดินทางกลับประเทศหมดแล้ว
๒. สำหรับประเด็นตามที่ปรากฏใน Facebook ของ WFBY เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ว่ามีการสวดมนต์ที่วัดฮงปอบซา วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้ง (end conflicts and protect Buddhism in Thailand) นั้น ขอเรียนว่า ตามปกติของวัดฮงปอบซาจะมีการร่วมสวดมนต์เป็นพิเศษทุกวันที่ ๑ ของปฏิทินจันทรคติ (ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐) จึงมีการรวมตัวของพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากเพื่อสวดมนต์และร่วมฟังพระธรรมเทศนาเป็นปกติ และจากการตรวจสอบทราบว่า ไม่ได้มีการเทศน์หรือสวดมนต์วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้งตามที่ปรากฏใน Facebook ดังกล่าวแต่อย่างใด
๓. ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้มีหนังสือชี้แจงถึงมูลนิธิ Paramita Foundation วัดฮงปอบซา และวัดโชเกซา ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายโชเก ซึ่งเป็นนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยแล้ว ซึ่งมูลนิธิและวัดดังกล่าวมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายภายในของไทยเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 เพจเฟสบุ๊ค สำนักสื่อสารองค์วัดพระธรรมกาย ได้โพสภาพเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนองค์กรชาวพุทธโลกถือเอกสารเพื่อนำไปยื่นต่อผู้แทนสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ เพื่อขอร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกม.44 ซึ่งระบุว่า
"ที่ประชุมผู้นำพุทธโลกอยู่ข้างวัดพระธรรมกาย เรียกร้องรัฐบาลไทยหยุดทารุณกรรมชาวพุทธด้วยการปิดล้อมวัด
วันนี้ 27 ก.พ. 2560 เวลา 11.00 น. ดร.ไล้ เก็ต ยง เลขาธิการองค์กรผู้นำพุทธโลก ร่วมกับผู้นำชาวพุทธเกาหลีใต้ ยื่นหนังสือจากการประชุมผู้นำองค์กรพุทธ 10 ประเทศ ณ เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ในฐานะผู้แทนของผู้นำองค์กรพุทธทั้ง 40 ประเทศ โดยยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรีประเทศไทย และ หนังสือกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศไทย ผ่านผู้แทนสถานทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎหมายเผด็จการ ม. 44 และหยุดทำทารุณกรรม ด้วยการปิดล้อมทางเข้า ทางออกวัดพระธรรมกาย งดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พระสงฆ์ และ ศิษยานุศิษย์ ซึ่งเป็นชาวพุทธ และเป็นมนุษย์เหมือนกัน"
อ้างอิงข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ เฟสบุ๊ค สำนักสื่อสารองค์วัดพระธรรมกาย
.....สินีนุช ทีนิวส์....
