งดงามเหลือเกิน แต่เศร้าสุดขั้วหัวใจ ...พระโกศทองใหญ่ อัญเชิญพระบรมศพ "รัชกาลที 9"โดยราชรถรางปืนพระเมรุมาศ คนไทยทั้งประเทศคงหัวใจสลายอีกครั้ง

งดงามเหลือเกิน แต่เศร้าสุดขั้วหัวใจ ...พระโกศทองใหญ่ อัญเชิญพระบรมศพ "ในหลวงร. 9" โดยราชรถรางปืนพระเมรุมาศ คนไทยทั้งประเทศคงหัวใจสลายอีกครั้ง (ชมภาพ)

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2560 ที่ผ่านมา ม.จ. จุลเจิม ยุคล ได้เผยแบบวาดพระโกศทองใหญ่อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร.๙ โดยราชรถรางปืน ผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ Chulcherm Yugala โดยระบุด้วยว่า งดงามแต่เศร้า เมื่อได้เห็นภาพแล้วประชาชนชาวไทยคงจะรู้สึกใจสลายไม่แพ้กัน

งดงามเหลือเกิน แต่เศร้าสุดขั้วหัวใจ ...พระโกศทองใหญ่ อัญเชิญพระบรมศพ "รัชกาลที 9"โดยราชรถรางปืนพระเมรุมาศ คนไทยทั้งประเทศคงหัวใจสลายอีกครั้ง (cr.กรมศิลปากร)

และในเวลาต่อมา วานนี้(4 มี.ค.) ท่านก็ได้โพสต์คลิปตัวอย่างเมื่อเป็นพระเมรุมาศ ที่สำเร็จ นั้นจะเป็นอย่างไร โดยระบุเอาไว้ว่า ...

เพื่อนส่งมาให้ เรียกน้ำตาแต่เช้า

.. กรมศิลป์ ทำคลิปภาพที่จะเกิดขึ้นในสิ้นปีนี้ งดงามมาก แต่เมื่อเป็นพระเมรุมาศ ที่สำเร็จ คนไทยทั้งประเทศคงหัวใจสลายอีกครั้ง ..

(cr.กรมศิลปากร)

สำหรับ กำหนดการถวายพระเพลิง"รัชกาลที่ 9" นั้น มีดังนี้

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เช่น หน่วยแพทย์ อาหาร น้ำดื่ม รถสุขา และถังขยะให้มีความพร้อมพอเพียงสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกตลอดเวลา
ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่เอกสารการประชุม ร่างหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่า
วันที่ 1 พระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
วันที่ 2 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
วันที่ 3 เก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
วันที่ 4 งานพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
วันที่ 5 เลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานพระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

 

สำหรับ การจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่ออัญเชิญพระบรมศพ พระโกศพระบรมอัฐิ และ พระบรมราชสรีรางคาร กำหนดไว้ 6 ขบวน โดยจะมีการฝึกซ้อมย่อยและฝึกซ้อมใหญ่ในสถานที่จริงเพื่อให้มีความพร้อมเพรียงและสง่างามสมพระเกียรติยศ การจัดแสดงมหรสพสมโภช ประกอบด้วย การจัดแสดงโขนหน้าไฟหน้าพระเมรุมาศ เรื่อง รามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร , ยกรบ, รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ การแสดงมหรสพสมโภชบริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ประกอบด้วย การแสดงหนังใหญ่และโขนพระราชทาน ตอน รามาวตาร การแสดงละคร หุ่นหลวงและหุ่นกระบอก และการบรรเลงดนตรีสากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” การจัดนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล รวมไปถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจการทรงงานในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด นิทรรศการด้านการพระราชไมตรีที่เกี่ยวกับประเทศต่าง ๆ ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชน โดยจะดำเนินการทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ ตลอดจนในต่างประเทศด้วย ซึ่งในกรุงเทพมหานครจะจัดตั้งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์บริเวณใกล้ท้องสนามหลวง 11 ซุ้ม และตามมุมเมือง 4 ซุ้ม ซุ้มขนาดกลางตามแนวถนนราชดำเนินและถนนอรุณอมรินทร์ 19 ซุ้ม และซุ้มขนาดเล็กตามวัดต่าง ๆ 67 ซุ้ม ส่วนภูมิภาคมีซุ้มขนาดใหญ่ 76 ซุ้ม (อำเภอร่วมกับจังหวัด) และซุ้มขนาดกลางทุกอำเภอ/วัดต่าง ๆ 802 ซุ้ม ส่วนในต่างประเทศจะมีซุ้มขนาดกลาง ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุล 96 ซุ้ม และซุ้มขนาดเล็กตามวัดไทย 539 ซุ้ม รวมทั้งยังได้เชิญชวนจิตอาสาร่วมกันทำดอกไม้จันทน์เพื่อใช้สำหรับประชาชนที่ไปร่วมงานสามารถนำดอกไม้จันทน์ไปถวายได้
นอกจากนี้ยังได้จัดนิทรรศการภายหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศด้านช่างสิบหมู่และความงดงามของสิ่งปลูกสร้างและส่วนประกอบทั้งหลายที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นระยะเวลา 30 วัน และจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุ ให้มีการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับหลักและฉบับรอง และหนังสือที่ระลึกอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำริเรื่องพระราชรถปืนใหญ่ที่ได้ทรงให้จัดสร้างขึ้นแทนของเดิมที่ชำรุด รวมทั้งเรื่องดุริยางค์ที่ได้ทรงมีรับสั่งให้เพิ่มขึ้นอีก 1 วง จากเดิมที่มี 2 วง ตลอดจนตู้ปาฏิโมข์สำหรับทำเครื่องสังเค็ด โอกาสนี้ได้มีพระราชดำรัสเรื่องหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 25-29 ธันวาคม 2560 โดยให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยต่อไป และทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เช่น หน่วยแพทย์ อาหาร น้ำดื่ม รถสุขา และถังขยะให้มีความพร้อมพอเพียงสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกตลอดเวลา