- 08 มี.ค. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 8 มี.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม(ยธ.) เมื่อเวลา 11.30 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(อีเอสไอ) ในการตามจับตัวพระธัมมชโย ว่า ดีเอสไอ ได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายและยึดหลักตามหลักการเดิม คือ ต้องเข้าไปในพื้นที่วัดได้ โดยไม่มีการขัดขวางและสามารถตรวจสอบพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังมีการปลุกระดม พระสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ ขัดขวางการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและรัฐบาล ไม่มีความคิดจะไปทำลายวัดหรือเข้าไปยึดทรัพย์สินอย่างที่เป็นข่าว วัดพระธรรมกายก็ยังเป็นวัด เพราะได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ส่วนการบริหารวัดในอนาคต ก็เป็นหน้าที่ของคณะสงค์หรือเจ้าคณะผู้ปกครอง
นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึง คือ 1.การปกครองของคณะสงค์และพระธรรมวินัย จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และสำนักนายกรัฐมันตรีที่ต้องดำเนินการต่อไป 2.การปฏิรูปทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเรื่องนี้หลังจากเกิดกรณีของวัดพระธรรมกาย ทำให้สังคมได้เห็นความสำคัญถึงการปฏิรูปการพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น และเมื่อวานนี้ ( 7 มี.ค.) ได้มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปนี้ ซึ่งจะมีการดำเนินการโดยรัฐบาลร่วมกับคณะสงค์ ซึ่งกรณีนี้ตนเห็นว่า ทางมหาเถรสมาคมควรแต่งตั้งมหาเถรชั้นผู้ใหญ่ เช่น พระราชาคณะ รองพระราชาคณะ มาเป็นกรรมการในการปฏิรูปดังกล่าว ทั้งนี้ ในขณะนี้ทางมหาเถรสมาคมได้มีผู้แทนระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป ได้เข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลอยู่แล้ว
" กรณีวัดพระธรรมกายเป็นเหมือนบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นการปฏิรูปทางพระพุทธศาสนานั้น จะต้องเร่งทำอย่างจริงจังและรวดเร็ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรม อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงแต่ก็พร้อมสนับสนุน และ ดีเอสไอ จะดำเนินการทางกฎหมายกับวัดพระธรรมกายต่อไป"
วิทย์ณเมธา สำนักข่าวทีนิวส์
