"สุวพันธุ์" ย้ำชัดดีเอสไอต้องเข้าวัดได้-ตรวจได้ทุกซอก-ปัดแนวคิดยึดวัด ระบุการบริหารวัดเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ 

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th


วันนี้ ( 8 มี.ค.)  ที่กระทรวงยุติธรรม(ยธ.)  เมื่อเวลา  11.30 น.  นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(อีเอสไอ) ในการตามจับตัวพระธัมมชโย ว่า ดีเอสไอ ได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายและยึดหลักตามหลักการเดิม คือ ต้องเข้าไปในพื้นที่วัดได้ โดยไม่มีการขัดขวางและสามารถตรวจสอบพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังมีการปลุกระดม พระสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ ขัดขวางการปฏิบัติงาน  อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและรัฐบาล ไม่มีความคิดจะไปทำลายวัดหรือเข้าไปยึดทรัพย์สินอย่างที่เป็นข่าว  วัดพระธรรมกายก็ยังเป็นวัด เพราะได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  ส่วนการบริหารวัดในอนาคต ก็เป็นหน้าที่ของคณะสงค์หรือเจ้าคณะผู้ปกครอง  
          

 

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึง คือ 1.การปกครองของคณะสงค์และพระธรรมวินัย จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และสำนักนายกรัฐมันตรีที่ต้องดำเนินการต่อไป  2.การปฏิรูปทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเรื่องนี้หลังจากเกิดกรณีของวัดพระธรรมกาย ทำให้สังคมได้เห็นความสำคัญถึงการปฏิรูปการพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น และเมื่อวานนี้ ( 7 มี.ค.)  ได้มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปนี้  ซึ่งจะมีการดำเนินการโดยรัฐบาลร่วมกับคณะสงค์ ซึ่งกรณีนี้ตนเห็นว่า ทางมหาเถรสมาคมควรแต่งตั้งมหาเถรชั้นผู้ใหญ่ เช่น พระราชาคณะ รองพระราชาคณะ มาเป็นกรรมการในการปฏิรูปดังกล่าว ทั้งนี้ ในขณะนี้ทางมหาเถรสมาคมได้มีผู้แทนระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป ได้เข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลอยู่แล้ว
          
" กรณีวัดพระธรรมกายเป็นเหมือนบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นการปฏิรูปทางพระพุทธศาสนานั้น จะต้องเร่งทำอย่างจริงจังและรวดเร็ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรม อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงแต่ก็พร้อมสนับสนุน และ ดีเอสไอ จะดำเนินการทางกฎหมายกับวัดพระธรรมกายต่อไป"
          

 

 

"สุวพันธุ์" ย้ำชัดดีเอสไอต้องเข้าวัดได้-ตรวจได้ทุกซอก-ปัดแนวคิดยึดวัด ระบุการบริหารวัดเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ 

 

วิทย์ณเมธา  สำนักข่าวทีนิวส์