ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้ว!!! ไม่ต้องตั้งศาลพระภูมิอะไรอีก "ธัมมชโย"เป็นปาราชิกร้ายแรงต้องสึกอย่างเด็ดขาด  (รายละเอียด)

ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้ว!!! ไม่ต้องตั้งศาลพระภูมิอะไรอีก "ธัมมชโย"เป็นปาราชิกร้ายแรงต้องสึกอย่างเด็ดขาด (รายละเอียด)

วันนี้  (10 มี.ค.) เพจเฟซบุ๊ก ของนายไพศาล  พืชมงคล   กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพระบุถึงกรณี ธัมมชโย เอาไว้ว่า...

ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้วว่า
พระบัญชาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชมีผลแล้ว 
ว่า ธัมมชโยเป็นปาราชิกร้ายแรงต้องสึกอย่างเด็ดขาด 
ดังนั้นขั้นตอนจึงต้องจัดการสึกอย่างเด็ดขาดตามพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชและคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดิน 
ไม่ต้องตั้งศาลสูง ศาลพระภูมิอะไรกันอีกแล้ว 
แต่ยังมีการ เบียงเบนให้กลับมานับหนึ่งใหม่ด้วยการตั้งศาลสงฆ์อีก ฝีมือมันนั่นแหละ 
นี่คือแผนการอุ้ม กบฏผีบุญ ต่อไปนั่นเอง
ที่ผ่านมามีมือดี บิดเบือนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความเห็น ไม่มีผลบังคับอะไรทั้งๆที่ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชมีผลตามกฎหมาย คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีผลบังคับตามกฎหมาย
จึงทำให้กบฏผีบุญเหิมเกริมมาได้ถึงวันนี้

 

ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้ว!!! ไม่ต้องตั้งศาลพระภูมิอะไรอีก "ธัมมชโย"เป็นปาราชิกร้ายแรงต้องสึกอย่างเด็ดขาด  (รายละเอียด)

ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้ว!!! ไม่ต้องตั้งศาลพระภูมิอะไรอีก "ธัมมชโย"เป็นปาราชิกร้ายแรงต้องสึกอย่างเด็ดขาด  (รายละเอียด)

และเวลา 13.00 น. วันนี้ (10 มี.ค.) มีวาระจร เอาผิดทางธรรมวินัย แก่ “พระไชยบูลย์ สุทธิพล” หรือ “พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหลังจากที่มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดถอน พระเทพญาณมหามุนี ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. เพราะเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร และอีกหลายคดี
หลังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอให้มหาเถรสมาคมดำเนินการทางพระธรรมวินัย ซึ่งในการประชุมวันนี้ ได้นำเรื่องนี้เสนอเข้าที่ประชุมมหาเถรสมาคมเป็นวาระจร เพราะไม่ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระ แต่ได้นำเข้ามาพิจารณาเป็นพิเศษในการประชุมคราวนี้ พร้อมกราบทูล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อทรงทราบเรื่องการถอดถอนสมณศักดิ์พระธัมมชโยด้วย

ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้ว!!! ไม่ต้องตั้งศาลพระภูมิอะไรอีก "ธัมมชโย"เป็นปาราชิกร้ายแรงต้องสึกอย่างเด็ดขาด  (รายละเอียด)

และผลการประชุม ที่ประชุมมหาเถรสมาคมรับทราบเรื่องการถอดถอนสมณศักดิ์พระธัมมชโยมอบหมายให้เจ้าคณะใหญ่หนกลาง (สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร) ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ทำให้ยังต้องรอลุ้นว่าหากสอบสวนแล้วเห็นว่าผิดจริง เจ้าคณะใหญ่หนกลางวินิจฉัยให้สละสมณเพศไปเลย หรือหากสอบสวนแล้วเห็นว่ามีมูล ก็จะส่งเรื่องให้มหาเถรสมาคมวินิจฉัย มีให้เลือกระหว่าง ให้สละสมณเพศหรือไม่

 

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วันนี้ ว่า เป็นไปไม่ได้ที่ มส. จะมีมติสึกพระธัมมชโยในวันนี้ เพราะ มส. เปรียบเสมือนศาลฎีกาในทางโลก กระบวนการสึกตามพระธรรมวินัยจะต้องเริ่มตั้งแต่การไต่สวนและมีคำตัดสินในขั้นต้น จากนั้นยังสามารถอุทธรณ์และฎีกาต่อ มส. ได้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ใช้ระยะเวลานานไม่สามารถทำได้ในวันเดียว 

ทั้งนี้ การสึกมี 2 แบบ คือ การสึกด้วยความสมัครใจ และการสึกเพราะถูกบังคับให้สึก เมื่อมีความผิดซึ่งหน้า ซึ่งไม่ว่าจะสึกด้วยวิธีการใดจะต้องมีตัวพระสงฆ์ที่กระผิด ซึ่งไม่สามารถดำเนินการสึกโดยไม่มีตัวพระสงฆ์ได้ 

นอกจากนี้ การดำเนินการตามพระธรรมวินัยไม่ว่าจะเป็นกฎ มส. ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการนิคหกรรม หรือ กฎ มส. ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระสงฆ์ละสมณเพศ ปลายทาง คือการอาบัติปาราชิกหรือการสึกทั้งสิ้น

 

 

----------------------------

ภัทราพร สำนักข่าวทีนิวส์