พวกลัทธิธรรมกายโปรดฟัง??จุดเริ่มต้นและจุดจบ ธรรมกาย-สันติอโศกที่ผิดเหมือนกัน แต่สันติอโศกไม่มีปาราชิกในข้อใดๆเลย แต่ธรรมกายผิดปาราชิกทุกข้อ?

พวกลัทธิธรรมกายโปรดฟัง??จุดเริ่มต้นและจุดจบ ธรรมกาย-สันติอโศกที่ผิดเหมือนกัน แต่สันติอโศกไม่มีปาราชิกในข้อใดๆเลย แต่ธรรมกายผิดปาราชิกทุกข้อ?

เรียกได้ว่าเป็นอีกบทความที่ใครได้อ่านนั้นถึงต้องกระจ่างในปัญญาเลยก็ว่าได้โดยเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า กองทัพธรรม FP ได้มีการแชร์เรื่องราวระหว่าง ธรรมกาย-สันติอโศก ไว้อย่างน่าสนใจโดยระบุว่า วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ จุดเร่ิมต้นและจุดจบ ธรรมกาย-สันติอโศก ประเด็นของสันติอโศกกับธรรมกายที่ยังไม่กระจ่าง คือ มีผู้เข้าใจว่าสันติอโศกกับธรรมกายนั้นผิดเหมือนกัน ปาราชิกเหมือนกัน เขาว่าอย่างนั้นเลย ก็ขอบอกเลยว่าสันติอโศกไม่มีปาราชิกในข้อใดๆเลย แต่ธรรมกายอาจจะผิดปาราชิกทั้ง 4 ข้อ 1. สมสู่เรื่องของเพศ ไม่ว่าเพศใดๆ สมสู่เพศเดียวกัน ก็เป็นปาราชิก 2. ทุจริตทรัพย์สินเงินทองข้าวของวัตถุหรือที่ดิน สันติอโศกไม่มี ส่วนธรรมกายนั้นมีเป็นเรื่องเป็นราว ที่เห็นชัดเจน 3. ฆ่าคน สันติอโศกไม่มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยยังไม่ฆ่าเลย แต่เรายังไม่รู้ ก็ยกประโยชน์ให้จำเลยไปก่อนสำหรับธรรมกาย 4. อุตตริมนุสสธรรม คดีธรรมกายอวดแน่นอน อวดสิ่งที่ไม่มีในตน จับได้ โกหกจนจับได้ ที่ว่าตนเองรู้ว่า คนตายไปแล้วอยู่ในสวรรค์เฟส 2 3 มีคนแกล้งเอาเรื่องไปให้ธัมมชโยตรวจสอบ ธัมมชโยก็ตอบออกอากาศเลย ว่าคนตายอยู่สวรรค์ชั้นนั้นชั้นนี้ แต่ที่แท้ผู้นี้แกล้งเขียนเรื่องหลอก ทั้งที่คนนี้ยังไม่ตาย แต่เขียนไปหลอกให้ธัมมชโยใช้อุตตริมนุสสธรรม ก็ชัดเจนว่าธัมมชโยนี้หลอก คนยังไม่ตายก็ไปทำนายได้ว่าไปอยู่สวรรค์ชั้นไหน ข้อที่หนึ่งนั้นไม่น่าไว้ใจสักอย่าง ห้อมล้อมไปด้วยผู้หญิง หรือผู้ชาย เขาจะเป็นไบเซ็กชวลหรือไม่ ก็ไม่รู้ได้ ตอนนี้ก็ได้แต่หนีสุดฤทธิ์ ยังไม่กล้าพอสู้คดีเลย ถ้าไม่ทุจริตแล้วจะหนีทำไมใช่ไหม คนที่สุจริตจริงจะไม่หนี ความบริสุทธิ์ของตนของใครมีจริงๆแล้วจะสู้ด้วยความบริสุทธิ์หมดเนื้อหมดตัว อย่างอาตมานั้นสู้ด้วยความบริสุทธิ์ อย่างอาตมานั้น เถรสมาคม ใช้กฎหมู่ทำให้อาตมาแพ้คดี แต่สัจจะทั้งหลายอาตมาไม่ได้ผิดเลย ไปอ่านหนังสือ ประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาส อาตมาไม่ได้แพ้ในเรื่องสัจจะ อาตมากับอโศกไม่ได้ผิดเลย เป็นแต่เพียงผู้ยอมแพ้ แต่เรายืนยันว่าเราไม่ได้ผิดเลย ยอมแพ้แก่ผู้จะเอาชนะ ชนะกันเสียให้เข็ด สรุปว่าอโศกไม่มีข้อใดผิดเลยที่จะเป็นปาราชิก ไม่ว่าข้อ1สมสู่ ก็ไม่มี แต่ธัมมชโยนั้นอาตมาว่า ถ้าไม่สมสู่ก็อาจจะเป็นกระเทย ข้อที่ผิดชัดๆคืออวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน แต่อโศกนี้อวดจัง อวดสิ่งที่มีในตน แต่ถ้าอวดไม่สมกาละก็ผิดปาจิตตีย์ ไม่ลงตัวไม่ถูกสัดส่วนเล็กๆน้อยๆ อโศกไม่ผิดในเรื่องนี้ เรื่องขี้โกงเงินทองเขานี่ อโศกไม่มี เรื่องฆ่าคนยิ่งไม่มีใหญ่ ทางธัมมชโยนี้ขี้โกงทุจริตเงินทอง อีกหน่อยก็คงจะชัดเจน ตอนนี้จำเลยยังหนีสุดฤทธิ์ ปาราชิกชัดๆ 2 ใน 4 ปาราชิกหรือยัง ก็ใช้ปัญญาตรวจสอบการให้ดี สำหรับอโศกนั้น ขอยืนยันว่า ไม่มีปาราชิกข้อใดใดเลยมีแต่ความแพ้ แต่ไม่มีความผิด ก็ลองตรวจสอบกันได้ ถ้าใครยังสงสัย ก็อ่านในหนังสือประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาสฉบับนี้ก็ได้ ถ้าใครยังสงสัยอโศกอยู่ ก็ให้สติ เพื่อจัดสำรวมสังวรกันบ้าง ที่มาละลาบละล้วงอโศกบ้าง เพราะว่าบาปมีจริง กรรมเป็นอันทำ อย่าประมาทเลยระมัดระวังไว้หน่อย สำหรับเถรสมาคมในกาละปัจจุบันนี้ อาตมาขอยกไว้ อย่าให้อาตมาพูดมาก อาตมาถูกละเมิดจากกรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ที่ได้กระทำกรรมไว้ก็ เสียชีวิตไปมากแล้ว อาตมาเข็ดจริงๆ ไม่ว่าวิบากดีวิบากชั่ว วิบากดีนั้นนัวนัง แต่วิบากชั่วก็แน่นอนมาแน่ อาตมาเข็ดจริงๆ ก็จะไม่ขอถือโทษ โดยเฉพาะเรื่องโกรธใครๆไม่เอาเลย โกรธมันเป็นทุกข์ แม้แง่รักก็ปล่อย อาตมาตั้งใจบำเพ็ญเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีวิบากถึงขั้นมีคู่เลย จะไม่แต่งงานเลยในชีวิต แม้พระสมณโคดมก็ยังจะต้องแต่งงานมีคู่ชีวิต แต่อาตมาตั้งใจว่าจะไม่แต่งงานเลย เพราะอาตมาเข็ดในวิบาก รักหรือชัง ขอสิ้นวิบากจริงๆ ส่วนใครจะยังไม่เข็ดวิบากก็เชิญ อาตมาถึงอย่างไรก็ขอกล่าวว่า อาตมายังเคารพเถรสมาคมอยู่ อาตมาเข้าใจกาลัญญุตา อัตตถัญญุตา เข้าใจการจัดสัดส่วน รายการประมาณสัดส่วน มัตตัญญุตา อาตมาชัดเจนของอาตมา แม้มหาปเทส 4 อาตมาไม่คิดจะไปแข่งอะไรกับเถรสมาคม ไม่คิด ให้เถรสมาคมท่านทำหน้าที่ไปเถอะ ยินดีช่วยเต็มที่ ช่วยไป อาตมายินดีเป็นผู้ช่วยผู้รับใช้ อาตมามีหน้าที่อธิบายสัจธรรม นำหลักฐานที่เป็นสัจธรรมออกมายืนยั

นอกนั้นก็สร้างถิ่นฐานที่อยู่ให้เกิดประโยชน์ ยุคนี้ขอยืนยันว่า ความเป็นเถรสมาคม ยังเป็นคุณค่าจำเป็นต่อวงการศาสนาพุทธ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของอาตมา ท่านก็ทำหน้าที่ของท่านไปอาตมาก็เคารพนับถือจริงๆ อาตมาจะเป็นผู้ช่วยเหลือรับใช้ นี่เป็นเรื่องที่จริงใจของอาตมา ก็คงจะกล่าวได้ประมาณนี้ เต็มบุญคือจิตสูญว่างเปล่า ทีนี้มาคำว่าบุญ อาตมาได้นิยาม define เหมือนกับคำว่า solve กับ solvent ถ้าเป็นคำนามเรียกว่า solution ภาษาสื่อสภาวะเช่นนี้ นิยาม(define)ความหมายคำว่าบุญที่เสร็จสัมบูรณ์สุดจริง จะไม่เหลือแม้แต่ ชรตา-อนิจจตา เพราะไม่มีอุปจยะใดอีกแล้ว จะยุติเด็ดขาด จบที่สันตติ ถ้าแม้นผู้ใดเข้าใจไม่ครบอย่างนี้ ผู้นั้นชื่อว่า ยังมีส่วนมิจฉาทิฏฐิอยู่ คือยังเหลือส่วนที่ยังเข้าใจผิด เชื่อผิด จากความหมายของคำว่าบุญที่สัมบูรณ์สุด จึงไม่ชัดเจนครบในทิฏฐิว่า บุญคือ ต้องเป็นการชำระกิเลสออกไปจากจิตใจ เมื่อทำบุญแล้วเสร็จ ก็ไม่มีอะไรเกิดต่อเลยเป็นอันขาด บุญจะหายไป สิ้นไปทันที ไม่มีอะไรก่อการเกิด(อุปจยะ)ต่อเลย กล่าวคือ ผู้ใดทำกรรมใด กรรมนั้นทำให้จิตเกิดบุญ ผู้นั้นมีผลบุญ ผลบุญคือ กิเลสถูกชำระ จะเรียกว่าเกิดผลบุญหรือมีผลบุญก็ได้ แต่ไม่ใช่ได้อะไรที่ เป็น“ลาภ,ยศ,สรรเสริญ,โลกียสุข”

ไม่มีทั้ง“รูป”ทั้ง“นาม”ใดๆเกิดต่อเลย จิตว่างเปล่า
“ผลบุญ”นั้นคือ กิเลส“เสื่อม” ถึงที่สุดก้อ..“กิเลสสิ้นสูญ”ไปจากจิต เท่านี้เท่านั้นคือ“บุญ” แล้วก็“จบกิจ-จบเรื่อง”ของ“บุญ”
หากปฏิบัติมี“ผลบุญ”สำเร็จเสร็จลง แล้ว จากนั้นไม่มีอะไรเกิดต่อ ไม่มี“ภาวะ”ใดเหลือต่อจากการปฏิบัติที่สำเร็จ“การทำบุญ”มีผล ไม่ว่า“วัตถุธรรม”หรือ“นามธรรม”ใดๆจะ“อุปจยะ”(เริ่มมีความเกิด)ต่อจากเมื่อทำ“บุญ”เสร็จสิ้นหน้าที่บริบูรณ์แล้ว..ไม่มี
โดยเฉพาะไม่มี“ภพ-ชาติ”ใดๆในจิต นั่นคือ ไม่มี“การได้อะไร”จาก“การทำบุญ”หากสัมมาทิฏฐิ ที่มีผลสำเร็จเต็มบุญ
แต่จะ“เสียกิเลสไปจากจิตตน”เท่านั้นถ่ายเดียว ในจิตจะเป็น“สูญ” คือว่างเปล่า
ดังนั้น ผู้ยังเข้าใจผิดไปจากที่ว่านี้ ก็คือผู้ยัง“มิจฉาทิฏฐิ”ตามส่วนผิดที่เหลือนั้นๆอยู่
เพราะผู้นั้นปฏิบัติธรรมของพุทธแล้วประโยชน์ที่เกิดไม่เป็น“พุทธ”ก็ดี เพราะปฏิบัติไม่ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ได้
คือประพฤติ“กรรม”ไม่เป็น“บุญ” ตาม “สัมมาทิฏฐิ”ของพระพุทธเจ้า ทำ“บุญ”ผิด
“บุญ”จึงต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ และต้อง “กระทำใจตน”ให้ตรงตามสัมมาทิฏฐิให้ได้

 

 

ภาพจากเฟซบุ๊ค กองทัพธรรม FP

โดยเอกสิทธิ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูลจาก กองทัพธรรม FP