- 15 มี.ค. 2560
ญี่ปุ่นมีแผนส่งเรือรบขนาดใหญ่ร่วมฝึกซ้อมกับสหรัฐฯ
วันนี้ (15 มี.ค.60) รายการทีนิวส์ สด ลึก จริง มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าวแบบเอ็กครูซีฟต่อกรณีจีนอ้างกรรมสิทธิเหนือน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด และแสดงอำนาจทางทหารมากขึ้น ทำให้เกิดความวิตกกับญี่ปุ่นและกลุ่มชาติตะวันตก และสหรัฐฯ ในขณะเดียวกันสหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือออกลาดตระเวนทางอากาศและทางทะเลในทะเลจีนใต้เป็นประจำ เพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านน่านน้ำดังกล่าว
ในขณะที่ญี่ปุ่นเอง มีแผนที่จะส่งเรือรบขนาดใหญ่ ที่ชื่อว่า อิซุโมะ เข้าร่วมลาดตระเวนในทะเลจีนใต้เป็นเวลา 3 เดือน โดยเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ อิซุโมะ เข้าประจำการเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา มีแผนที่จะแวะเทียบท่า สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และศรีลังกา ก่อนจะเข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วม มาลาบาร์ กับเรือของกองทัพเรืออินเดียและกองทัพเรือสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย ในเดือน กรกฎาคม และกองเรืออิซุโมะจะเดินทางกลับญี่ปุ่นในเดือน สิงหาคม นอกจากนั้นแล้วก็มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า กองเรือดังกล่าวของญี่ปุ่นนั้นมีแผนจะฝึกซ้อมรบร่วมกับทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ในพื้นที่ทะเลจีนใต้อีกด้วย ญี่ปุ่น ไม่ได้มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้ แต่ก็มีความขัดแย้งทางทะเลกับจีน ในทะเลจีนตะวันออก
การที่ญี่ปุ่นส่งเรือรบขนาดใหญ่เพื่อแล่นผ่านทะเลจีนใต้ในครั้งนี้ ซ้ำยังจะมีการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นเหมือนการลองดีกับจีน ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะจีนอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นทีดังกล่าว แต่ญี่ปุ่นก็อ้างว่าเป็นเสรีภาพของการเดินเรือ เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยทำ ดังนั้นคงต้องดูทีท่าจากจีนว่าจะตอบโต้ เรื่องดังกล่าว อย่างไร
ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ดำเนินการเริ่มซ้อมรบร่วมกันในทะเลจีนตะวันออกตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา การซ้อมรบครั้งนี้ ได้มีการนำเรือพิฆาตของญี่ปุ่นและเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาร่วมซ้อมรบในครั้งนี้ด้วย
การซ้อมรบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเตือนไปยังเกาหลีเหนือ ถึงความร่วมมือกันระหว่างกองทัพญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในทะเลจีนตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และ ส่งสัญญาณยังจีน ซึ่งพื้นที่ทะเลจีนตะวันออกนั้น ที่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ญี่ปุ่นและจีนมีปัญหาพิพาทกันอยู่เรื่องสิทธิในการครอบครองหมู่เกาะที่ญี่ปุ่นเรียกว่า เซนกากุ ส่วนจีนเรียกว่า เตี้ยวหวี ขณะที่สหรัฐอเมริกาถือว่าหมู่เกาะดังกล่าวอยู่ภายใต้สนธิสัญญาความมั่นคง ซึ่งหมายความว่าหากมีการโจมตีใดๆเกิดขึ้นสหรัฐฯ จะทำหน้าที่ปกป้องและตอบโต้ทันที
ในขณะที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ ได้เปิดเผยว่าเขาอนุญาตให้กองเรือลาดตระเวนของจีนปฏิบัติการในน่านน้ำของฟิลิปปินส์ โดยทางด้านผู้นำฟิลิปปินส์ บอกด้วยว่า เขาไม่ต้องต่อสู้กับจีน เกี่ยวกับดินแดนบริเวณเบนแฮม ไรซ์ น่านน้ำที่สหประชาชาติให้การรับรองว่าเป็นอาณาเขตของฟิลิปปินส์ เพราะฟิลิปปินส์เองยังต้องการความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ และเรื่องอื่น ๆ จากทางด้านจีน พร้อมกับย้ำว่า จีนไม่เคยรุกรานฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมานั้นทั้งสองฝ่ายก็มีข้อตกลงที่ชัดเจน
นอกจากนั้นแล้ว ผู้นำฟิลิปปินส์ ยังได้ย้ำถึงเงินทุนจำนวนมหาศาลที่จีน ได้นำเข้ามาลงทุนในฟิลิปปินส์ หลังจากที่ยุติเหตุโต้แย้งกับจีนต่อข้อพิพาททางอาณาเขตทะเลจีนใต้ พร้อมกับสำทับว่าฟิลิปปินส์จะไม่ต่อสู้แย่งชิงความเป็นเจ้าของหรืออำนาจอธิปไตยในเวลานี้ เพราะสิ่งต่างๆเพื่อประเทศที่กำลังเป็นไปอย่างยอดเยี่ยมต่อความสัมพันธ์ที่มีกับจีน
สำหรับเบนแฮม ไรซ์ คือแผ่นดินใต้น้ำที่อยู่ห่างจากชายฝั่งทางตะวันออกของลูซอน ของฟิลิปปินส์ ราว 250 กิโลเมตร
คณะกรรมาธิการกำหนดขอบเขตไหล่ทวีป แห่งสหประชาชาติ เห็นชอบอย่างไม่มีข้อโต้แย้งต่อคำกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเบนแฮม ไรซ์ของฟิลิปปินส์ ในปี ค.ศ.2012
เรียบเรียงโดย ธนาภรณ์ เกตุชาติ
