ลูกไม้เดิม!!! ส่อพิรุธ หลังการ"ก่อการร้ายอังกฤษ" กลิ่นแปลกๆ เหมือนจงใจเขียนบทพุ่งเป้าไปที่กลุ่มไอเอส งานนี้อาจมีเบื้อหลังจากมหาอำนาจ!!!

ลูกไม้เดิม!!! ส่อพิรุธ หลังการ"ก่อการร้ายอังกฤษ" กลิ่นแปลกๆ เหมือนจงใจเขียนบทพุ่งเป้าไปที่กลุ่มไอเอส งานนี้อาจมีเบื้อหลังจากมหาอำนาจ!!!

วันที่ 29 มี.ค. 60 เพจเฟซบุ๊ก "Paisal Puechmongkol"  ได้โพสต์ข้อความโดยระบุเนื้อหาว่า 

ลูกไม้เดิม!!! ส่อพิรุธ หลังการ"ก่อการร้ายอังกฤษ" กลิ่นแปลกๆ เหมือนจงใจเขียนบทพุ่งเป้าไปที่กลุ่มไอเอส งานนี้อาจมีเบื้อหลังจากมหาอำนาจ!!!

ลูกไม้เก่า!
โดย สิริอัญญา 
วันพุธที่ 29 มีนาคม 2560

เหตุการณ์ “ก่อการร้ายในอังกฤษ” ที่เป็นเหตุให้คนเจ็บและตายไปหลายคน ได้เป็นข่าวครึกโครมกึกก้องโลกชนิดที่ต้องจับตาสังเกตด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจำนวนคนเจ็บตายนั้น ความจริงก็ไม่ได้มากมายอะไร เทียบไม่ได้กับการที่อเมริกาไปทิ้งระเบิดในซีเรียแล้วทำให้คนเจ็บตายคราวละหลายร้อยคน ด้วยข้ออ้างว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค

อะไรที่มากเกินไปก็ทำให้ถูกจับตาสังเกต น้ำหอมที่ว่าหอมนั้น หากประพรมมากเกินไปก็กลายเป็นน้ำเหม็น ที่ใคร ๆ ก็ต้องสะบัดหน้าหนีไปให้ไกล คำหวานที่หวานเกินไปก็กลายเป็นเรื่องน่าสะอิดสะเอียน และทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นคำประจบสอพลอของพวกเปี่ยมเล่ห์

เพราะเหตุที่เหตุการณ์ “ก่อการร้ายในอังกฤษ” ได้ถูกโหมประโคมในสารพัดสื่อทั้งของอังกฤษ ของมหาอำนาจหลัก ๆ ของโลก ในฝ่ายนาโต้ โดยเฉพาะสื่อหลักยักษ์ใหญ่ของโลก 4-5 สำนักที่มีข่าวคาวฉาวโฉ่ว่ารับใช้เหล่าอสูรสงคราม และถูกกล่าวหาจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจนมาแล้ว จึงกล่าวได้ว่า “การก่อการร้าย” ที่มีคนเจ็บตายไม่กี่คนแต่มีการโหมกระพือข่าวสารกันทั้งโลกครั้งนี้ น่าจะมีสิ่งสลับซับซ้อนและเป็นเงื่อนงำอยู่เบื้องหลังเป็นแน่

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุก็มีการแถลงการณ์จากขบวนการไอซิส ซึ่งบัดนี้ก็ถูกสร้างภาพให้คนทั้งหลายเชื่อว่าเป็นขบวนการก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมอำมหิตที่สุดในโลกว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวนั้น

ลองนึกภาพดูว่าข่าวคราว “การก่อการร้ายในอังกฤษ” ที่ถูกโหมประโคมสนั่นไหวกึกก้องไปทั่วโลก แล้วก็มีคำรับสารภาพจากขบวนการไอซิสว่าเป็นผู้กระทำจะเกิดอะไรขึ้น? ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าหากไม่มีสติยั้งคิดหรือเชื่อไปตามกระแสข่าวที่ทำให้รู้สึกว่ามีคนเจ็บตายร้ายแรงยิ่งกว่าการทิ้งระเบิดฆ่าประชาชนในซีเรียและอิรักหรือในเยเมนและผู้ก่อการร้ายรายสำคัญของโลกเป็นผู้กระทำแล้ว ความเกลียดชังของโลกก็จะพุ่งตรงไปที่ขบวนการไอซิส

และถ้ากระแสนั้นจุดติด ผู้คนทั้งโลกมีความเห็นไปตามกระแสนั้นแล้วก็เท่ากับการออกใบอนุญาตให้แก่อังกฤษและพันธมิตร ซึ่งก็คืออเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน ซาอุดิอาระเบียและจอร์แดน ที่จะรุมกันถล่มพวกไอซิส ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนได้อย่างชอบธรรม

และในเวลาบัดนี้สื่อกระแสหลักของโลกที่ถูกประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาว่าเป็นสื่อยกเมฆเสกข่าวและรับใช้อสูรสงครามของโลกก็ได้ปูทางไว้เรียบร้อยแล้วว่าขบวนการไอซิสเคลื่อนไหวทำการอยู่ที่ไหนบ้าง

รวมความก็คือสร้างความเข้าใจให้คนทั้งโลกเชื่อว่าขณะนี้ขบวนการไอซิสมีการเคลื่อนไหวอยู่ในซีเรีย ในอิรัก ในลิเบีย และในบางประเทศของทวีปอาฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่จีนหรือรัสเซียและกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ไปลงทุนเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นถ้ากระแสโลกออกใบอนุญาตให้ฝ่ายนาโต้ได้รับความชอบธรรมที่จะเปิดศึกถล่มขบวนการไอซิสตามกระแสที่ปูพื้นไว้อย่างกว้างขวางแล้ว ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าเหตุการณ์ซ้ำรอยการถล่มและยึดอิรักก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

แต่ทว่าปัจจุบันสมัยนี้ข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งและข้อมูลข่าวสารจากโซเชี่ยลมีเดียมีอานุภาพมากขึ้น เป็นพลังอำนาจที่สามารถทัดทานสื่อกระแสหลักของโลกที่อยู่ภายใต้การควบคุมสั่งการของอสูรสงครามได้ ดังนั้นจึงเกิดการตั้งข้อสังเกตขึ้นทั่วโลกว่าเหตุการณ์ที่มหาอำนาจบุกถล่มและเข้ายึดอิรัก ยึดเอาทรัพยากรน้ำมันและเงินสำรองจำนวนมหาศาล และข้อสังเกตนี้ก็ได้โต้กระแสที่สื่อกระแสหลักได้ปูไว้อย่างมีพลังยิ่ง

ทำให้ชาวโลกต้องหวนรำลึกถึงบทเรียนของการบุกถล่มและเข้ายึดอิรักว่ามีลักษณะที่ไม่ต่างกันกับเหตุการณ์ “ก่อการร้ายในอังกฤษ” ครั้งนี้เลย มิหนำซ้ำ การก่อการร้ายครั้งนี้อาจจะเป็นการลงทุนน้อยเกินไป โหมกระแสสร้างข่าวมากเกินไป จึงทำให้เกิดความสงสัยขึ้นอย่างกว้างขวาง

ในครั้งกระนั้นได้เกิดเหตุการณ์สำคัญ คือเหตุการณ์ถล่มเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ของอเมริกา เป็นเหตุให้ตึกสูงระฟ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโลกถล่มราบเรียบ และมีผู้คนเจ็บตายกว่า 4,000 คน และกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญที่สุดของโลกที่เกิดขึ้นในอเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจของโลก

เหตุการณ์ครั้งนั้นสื่อกระแสหลักและมหาอำนาจตะวันตกได้พร้อมเพรียงกันประณามขบวนการอัลกออิดะห์ของนายโอซามะบินลาดิน ว่าเป็นฝีมือของขบวนการก่อการร้ายอัลกออิดะห์ หลังจากนั้นก็มีการชักชวนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย และร่วมกันปราบปรามขบวนการอัลกออิดะห์ กระบวนการดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสหลักและกระแสใหญ่ในยุคนั้น

หลังจากนั้นก็มีการเชื่อมโยงขบวนการอัลกออิดะห์เข้ากับผู้นำของอิรักให้กลายเป็นพวกเดียวกัน และกำลังเป็นภัยร้ายแรงต่อโลกเนื่องจากมีการสั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ด้วย

กระแสโลกพากันเป็นเดือดเป็นแค้นตามกระแสสื่อที่เสกสร้างขึ้น ก่อฐานะออกใบอนุญาตให้มหาอำนาจถล่มและเข้ายึดอิรักเพื่อปราบปรามจอมเผด็จการของโลกรวมทั้งขบวนการอัลกออิดะห์ด้วย

เพียงชั่วไม่ถึงสามวันมหาอำนาจตะวันตกก็สามารถยึดอิรักได้สำเร็จ บ่อน้ำมันต่าง ๆ และเงินสำรองทั้งหมดของอิรักถูกยึดครองหมดสิ้น สงครามกลางเมืองเพื่อปราบปรามฝ่ายก่อการร้ายเกิดขึ้นทั้งประเทศ จนอิรักพังพินาศทั้งประเทศจนถึงทุกวันนี้

ผลปรากฏว่า ณ วันนี้มหาอำนาจกลับไปสนับสนุนขบวนการอัลกออิดะห์ โดยอ้างว่าเป็นพวกก่อการร้ายสายกลาง ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ที่มีผู้ก่อการร้ายสายกลางอยู่ในโลก และที่สำคัญผู้ก่อการร้ายสายกลางที่ว่านี้ก็เป็นผู้ที่เคยถูกกล่าวหาว่าถล่มอเมริกาจนเสียหายยับเยินมาแล้วนั่นเอง

ในขณะที่ผลการตรวจค้นหลายปีมีความชัดเจนว่าอิรักไม่เคยมีอาวุธนิวเคลียร์และไม่ได้สั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ตามที่เคยถูกกล่าวหาเลย แต่อิรักก็พังพินาศยับเยินไปหมดแล้ว

แม้กระทั่งขบวนการไอซิสก็ถูกแฉในเวทีใหญ่สหประชาชาติว่ามหาอำนาจตะวันตกนั่นแหละเป็นผู้สร้าง เป็นผู้สนับสนุนและมีหลักฐานชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้อีกแล้ว ที่สำคัญคือการสร้างขบวนการไอซิสก็เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเข้ายึดประเทศต่างๆ เพื่อยึดเอาทรัพยากรของประเทศนั้นๆ มาเป็นของตน ดังที่กระทำต่อประเทศซีเรียและเยเมน ซึ่งกำลังรวมไปถึงลิเบียอีกประเทศหนึ่ง

ดังนั้นเหตุการณ์ “ก่อการร้ายในอังกฤษ” ที่จู่ ๆ ขบวนการไอซิสก็ออกมาสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ และสื่อหลักของมหาอำนาจก็โหมกระแสถึงเหตุก่อการร้ายดังกล่าวว่าเป็นเหตุร้ายแรงเสียยิ่งกว่าการทิ้งระเบิดใส่อิรัก ซีเรีย และเยเมนไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังเทียบกันไม่ได้กับเหตุระเบิดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ดังนั้นจึงถูกสื่อกระแสรองจากชาวโลกตั้งข้อสังเกตและแฉโพยกันอุตลุดว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายในอังกฤษครั้งนี้ซึ่งจะรวมไปถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศยุโรปบางประเทศ ซึ่งมีคนเจ็บตาย 30-40 คนต่อแห่งว่าเป็นลูกไม้เก่าแบบเดียวกับการระเบิดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และทำให้การปลุกกระแสผู้ก่อการร้ายไอซิสก่อเหตุในอังกฤษลดความน่าเชื่อถือลง

มาถึงวันนี้ก็ยังกล่าวไม่ได้ว่าชาวโลกได้ออกใบอนุญาตให้ประเทศมหาอำนาจไปถล่มและเข้ายึดซีเรียหรืออิรักหรือลิเบียหรือเยเมนเหมือนกับที่เคยออกใบอนุญาตให้ถล่มและยึดอิรักในอดีต ถ้าเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าลูกไม้เก่าอาจจะใช้ไม่ได้ผล และจะเป็นการลงทุนที่ขาดทุนด้วยซ้ำไป!

ลูกไม้เดิม!!! ส่อพิรุธ หลังการ"ก่อการร้ายอังกฤษ" กลิ่นแปลกๆ เหมือนจงใจเขียนบทพุ่งเป้าไปที่กลุ่มไอเอส งานนี้อาจมีเบื้อหลังจากมหาอำนาจ!!!