- 31 มี.ค. 2560
โรคประชาธิปไตยในพม่า !!! จับตาดูให้ดี ....ถ้าเกิดสงครามกลางเมือง คนไทยจะป้องกันรักษาบ้านเมืองอย่างไร?
วันที่ 31 มีนาคม 2560 นายไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว Paisal Puechmongkol ด้วยหัวข้อเรื่อง "โรคประชาธิปไตยในพม่า" โดยระบุว่า
"โรคประชาธิปไตยในพม่า!!!
หลังการเลือกตั้งล่าสุด ในพม่า ได้เกิดโรคประชาธิปไตย แบบส่งออกโดยมีอาการ ต่อไปนี้คือ
1 อาการสิทธิมนุษยชนและ อาการเสรีภาพ
2 อาการความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะชาวโรฮิงญา หลังจากนั้นบรรดาสื่อขี้ข้า ตะวันตก โหมกระแสข่าวโรฮิงญากันทั่วโลก และรุมด่ารัฐบาลพม่ากันอย่างครึกโครม
3 อาการก่อความรุนแรงเกิดขึ้น ถึงขั้นทำสงครามกลางเมืองกันแล้ว ระหว่างรัฐบาลพม่ากับ กลุ่มโรฮิงญา แล้วมีการเรียกตัวเองว่ากลุ่มกบฏโรฮิงยา มีการฆ่าฟันกันบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก
4 หลังจากนั้นกลุ่มกบฏโรฮิงยา ก็เรียกร้องต่อสหประชาชาติ ให้ส่งกองกำลัง เข้ามาห้ามทัพ
ทีนี้แหละ จะต้องจับตาดูกันให้ดี เพราะ จะมีการใช้ลูกไม้เก่าส่งทหารต่างชาติ โดยเฉพาะทหารมหาอำนาจเข้ามายึดแผ่นดินพม่า แล้วจะเกิดเป็นสงครามกลางเมืองใหญ่โตแบบเดียวกับอิรักและซีเรีย
ในวันนี้ ตัองติดตาม จับตาดู กันให้ดี หมากกลในพม่าคือ
กบฏโรฮิงยา ในขณะที่หมากกลในซีเรียและอิรักคือไอซิส
แล้วคนไทยเราจะเตรียมตัวเตรียมใจ ป้องกันรักษาบ้านเมืองอย่างไร???
เพราะถ้าเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ทุกคนก็จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายด้วยกันทั้งหมด
จึงมีแต่ต้องสามัคคีกันและต่อต้านการแทรกแซงของต่างชาติอย่างเด็ดเดียวเท่านั้นจึงจะรักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้
ในการต่อต้านการแทรกแซงของต่างชาตินั้น ในอีกด้านหนึ่ง ก็ต้องสามัคคีกับประเทศต่างๆ ที่มุ่งมั่นรักษาสันติภาพของโลก ด้วย"
ซึ่งตัวอย่างเห็นได้จากกรณีที่ได้ยกตัวอย่างมาในข้อ3 และ 4ทำสงครามกลางเมืองกันแล้ว ระหว่างรัฐบาลพม่ากับ กลุ่มโรฮิงญา แล้วมีการเรียกตัวเองว่ากลุ่มกบฏโรฮิงยา มีการฆ่าฟันกันบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก หลังจากนั้นกลุ่มกบฏโรฮิงยา ก็เรียกร้องต่อสหประชาชาติ ให้ส่งกองกำลัง เข้ามาห้ามทัพ
โดยเมื่อวานที่ผ่านมา (30 มีนาคม 2560) สำนักข่าวเอพี รายงานข่าว กรณีกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา ที่เพิ่งก่อตั้ง และล่าสุดใช้ชื่อกลุ่มว่า กองทัพกอบกู้โรฮิงญารัฐยะไข่ หรือ อัสรา (Arakan Rohingya Salvation Army : ASRA) เคยประกาศแสดงความรับผิดชอบ เหตุการณ์กลุ่มติดอาวุธสวมชุดดำบุกโจมตีฐานตำรวจชายแดนเมียนมาในรัฐยะไข่ และทำให้ตำรวจ 9 คน นั้นเสียชีวิต เมียนมา จึงได้จัดส่งกองกำลังเข้าไปไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ เมื่อเดือน ตุลาคม 2559 มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และชาวโรฮิงญา หลายหมื่นคนหลบหนีข้ามแดนเข้าสู่บังกลาเทศ
ล่าสุดพบว่า กลุ่มอัสรา ได้ออกแถลงการณ์ของกลุ่ม เผยเผพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเคลื่อนไหวชาวโรฮิงญานอกเมียนมา กล่าวว่า กลุ่มอัสรากำลังต่อสู้เพื่อป้องกัน กอบกู้ และคุ้มครอง ชุมชนชาวโรฮิงญาในอาระกัน (รัฐยะไข่) "เรามีสิทธิอันชอบธรรม ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ในการป้องกันตนเอง"
ในแถลงการณ์ของกลุ่มอัสรา ยังระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดๆ โดยกลุ่มกำลังต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวโรฮิงญา รวมถึง สิทธิในความเป็นพลเมือง และกอบกู้ "แผ่นดินของบรรพบุรุษ" กลับคืนมา
แถลงการณ์ยังได้เรียกร้องต่อประชาคมโลก ให้ดำเนิน "มาตรการที่จำเป็น" รวมถึงการส่งทหารรักษาสันติภาพนานาชาติ เข้าไปในรัฐยะไข่ แถลงการณ์ลงนามโดย นายอตา อุลเลาะห์ "ผู้บัญชาการสูงสุด"
รัฐบาลเมียนมาระบุว่า อัสราเป็นกลุ่มก่อการร้าย แกนนำกลุ่มหลายคนได้เงินสนับสนุนจากตะวันออกกลาง และฝึกฝนอาวุธโดยกลุ่มตาลีบัน
อ้างอิงข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค Paisal Puechmongkol
