- 11 เม.ย. 2560
มติ 6 ต่อ 2 ตุลาการศาลปกครองกลางเมินออกคำสั่งทุเลาคดีเรียกสินไหม 3.5 หมื่นล้านจากยิ่งลักษณ์
รายการทีนิวส์สด ลึก จริงประจำวันที่11 เมษายนได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีเนื้อหาดังนี้
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(10 เม.ย.) นายวชิระ ชอบแต่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รมช.การคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ให้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากกรณีคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.59 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย
โดยองค์คณะตุลาการเสียงข้างมากได้มีมติ 6 ต่อ 2 มีคำสั่งยกคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยระบุว่า การที่ศาลจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการครบถ้วน คือ 1.คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และ 3.การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ
ขณะที่นายนพดล หลาวทอง ในฐานะทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวเรื่องนี้ว่า คำขอทุเลาการบังคับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นไปตามเงื่อนไขที่จะยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว เพราะทีมทนายเห็นว่ามีพยานหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 กับกรมบังคับคดีดำเนินการใช้มาตรการบังคับโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์แน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานก็ให้สัมภาษณ์ทางหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่าจะทำการยึดหรืออายัดทรัพย์ หากศาลปกครองไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับคดี รวมทั้งคำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากมีผลใช้บังคับต่อไปในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์
