- 13 เม.ย. 2560
โคตรเดือด!!! บริษัททัวร์ทนไม่ไหว อัด"โชกุน"คุณขายตรงก็ขายไป แต่อย่าทำชื่อเสียงบริษัททัวร์ทั้งหลายเสียหายได้ไหม!!!(รายละเอียด)
จากกรณีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเกิดเหตุนักท่องชาวไทยติดค้างอยู่ที่สนามบินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ตามที่บริษัทขายตรงบริษัทหนึ่งได้กล่าวอ้างว่า จะพาสมาชิกไปท่องเที่ยว แต่กลับเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากเจ้าของบริษัท คือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือรู้จักกันในนาม "ซินแส โชกุน" ได้ปิดโทรศัพท์หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งมีรายงานการจับตัวได้ แต่สุดท้ายก็ว่ายังจับตัวไม่ได้นั้น
ชุดสืบสวนกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พร้อมชุดทำงานกก.1บก.ป. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุมตัวน.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแส โชกุน ได้ที่บริเวณน้ำพุร้อน จ.ระนอง โดยซินแสโชกุน อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู นุ่งกางเกงสีเทา ทั้งนี้อยู่ระหว่างการนำตัวซินแส โชกุนและผู้ที่เกี่ยวข้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาลงที่กองบินตำรวจท่าแร้ง ก่อนนำตัวเข้ามาสอบปากคำที่กองปราบปราม
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ถึงกรณีที่บริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ทิ้งลูกทัวร์ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยมีผู้เสียหายประมาณกว่า 2,000 คน ว่า ได้มอบหมายให้ สคบ. ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะน.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาทิศ (ซินแสโชกุน) มีชื่อเป็นเจ้าของบริษัท น่าจะมีความผิดในลักษณะฉ้อโกงประชาชน และทราบว่าบริษัทได้จดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุที่อยู่ในจ.นครสวรรค์ และจดแจ้งว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออกน้ำ ชา และกาแฟ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าบริษัทได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมออลลิเชียน (allysian) ซึ่งยังไม่เข้าข่ายความผิดจากการประกอบธุรกิจขายตรง เพราะไม่ได้จดทะเบียนไว้กับสคบ.
ทั้งนี้ การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก ประชาชนต้องระมัดระวัง อย่าให้เขาหลอก โดยหลักแล้วการลงทุนที่ใช้เงินเล็กน้อย แต่ได้ผลตอบแทนจำนวนมาก ต้องคิดไว้ก่อนว่าตัวเองจะถูกโกงหรือไม่ เพราะการลงทุนลักษณะนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกิจลักษณะนี้ ขอให้สอบถามหน่วยงานราชการ หรือ โทรศัพท์สายตรงที่เบอร์ 1166 ซึ่ง สคบ.จะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ โดยปัจจุบันพบว่า มีคนคิดฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม กรณีซินแสโชกุน ที่พบว่ามีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลมาหลายครั้ง ซึ่งประชาชนควรระมัดระวังเรื่องการลงทุนต่างๆให้มาก สำหรับการช่วยเหลือประชาชน ยังไม่แน่ใจว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไร แต่หากจะให้ช่วยเพื่อให้เดินทางไปต่างประเทศคงจะไม่ใช่ คงต้องดูหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าจะช่วยเหลืออย่างไร
ล่าสุดนั้น เพจเฟซบุ๊ก "Unithai Trip" ได้โพสต์ข้อความโดยมีเนื้อหาดังนี้
"คุณขายตรงก็ขายไป แต่อย่าทำชื่อเสียงบริษัททัวร์ทั้งหลายเสียหายสิคะ บริษัทเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขายลักษณะแบบนี้คะ ขอให้ท่านลูกค้าที่ซื้อทัวร์กับเราสบายใจได้คะ การขายทัวร์ของเราคือตรงวัตถุประสงค์ ไม่ใช่เหมือนการแชร์ลูกโซ่และขายตรงเหมือนดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคะ พวกสมัครสมาชิกอะไรต่างๆ ถามว่ามีคนได้ไปไหม มีคะ แต่ว่า เป็นแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้นคะ ทัวร์ของเรามีจริง 100% คะ ไม่ใข่มิจฉาชีพ คะ"
Cr.Unithai Trip
